เงินเดือนโปรแกรมเมอร์ สำหรับเด็กจบใหม่

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่า ณ เวลานี้ ความต้องการโปรแกรมเมอร์ในประเทศไทยนั้น มีสูงมากๆ เนื่องจากการขยายตัวของกิจการหลายๆ อย่าง รวมไปจนถีงมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก

แน่นอนครับ สถาบันการศึกษาผลิตคนที่สามารถจบแล้ว เขียนโปรแกรมได้เลย ย้ำคำว่าเขียนได้เลย หมายถึง พร้อมทำงานโดยไม่ต้องสอนทางด้าน เทคนิค สกิลการเขียนโค้ดอะไร แต่แค่สอนในส่วนของตัวงาน หรือระบบ Work Flow ต่างๆ ก็พอแล้ว

ทีนี้ไอ้คนแบบนี้ แต่ละปีผลิตได้น้อยยิ่งกว่าน้อย ด้วยอัตราส่วนที่มันแทบไม่เปลี่ยนไปเลย ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผมอยู่ในวงการนี้ ได้เห็น และทราบมาตลอด ก็คือ จบ 100 คน เขียนโปรแกรมได้ในระดับ “พร้อมทำงาน” แค่เพียง ครึ่งคน เท่านั้น ย้ำครับว่า ครึ่งคนเท่านั้น

ก็อาจจะมีหลายคนเถียงเอาเป็นเอาตายว่า เว่อ แบบนี้ จบ 200 คนก็เขียนได้คนเดียวสิ จริงครับ

ไม่ได้หมายถึง เขียนโค้ดเป็นคนเดียว แต่ได้ในระดับพร้อมทำงานเนี่ย คนเดียวครับ โดยให้เราดูจากเด็กทั้งหมดที่จบ นับรวมสถาบันต่างจังหวัดด้วยนะ ไม่ใช่ไปน้บแต่มหาวิทยาลัยดังๆ มีชื่อเสียง ที่คัดคนเก่งตั้งแต่แรกเข้าไป สุดท้ายโอเค จบมา 200 ก็เขียนได้ในระดับพร้อมทำงาน ราวๆ 10 คน

เอาล่ะครับ เข้าเรื่องกันดีกว่า

เงินเดือน สำหรับเด็กจบใหม่ ตอนนี้มันก็ไม่ได้มีตัวเลขชัดเจน หรือว่ามีกฏหมายกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า ต้องได้เท่าไหร่กันแน่

ดังนั้นมันจึงมีเด็กจบใหม่ สองพวก ผมขอใช้คำนี้แล้วกัน

พวกแรก เก่งแบบพร้อมทำงานได้เลย คือคนเก่งเนี่ย มันก็เก่งจริงๆ ครับ การส่งค่า json, xml, web service, socket, network, จัดการฐานข้อมูลพวก oracle, mssql, mysql, nosql พวกนี้ได้หมด และได้พวก ui, ux, mobile, design ด้วยอีก

พวกสอง เก่งแต่ยังไม่พร้อมทำงาน หมายถึง ก็เก่งแหละ รู้โน่นนี่ แต่ยังขาดประสบการณ์ทำงาน ทำระบบต่างๆ ซึ่งก็ต้องได้รับการปั้น และทำงานสักระยะ ถึงจะเก่งเท่าพวกแรก หรืออาจจะไม่เท่าเลยก็ได้

สำหรับพวกแรก เขาก็มีตัวเลขในใจแล้วล่ะ ว่าระดับเขาเนี่ย ต้องได้เท่าไหร่ บางคนก็เรียกเลย 40,000 บางคน 70,000 อันนี้ไม่ได้พูดเล่นนะ มีจริงๆ ครับ

พวกสอง บางคนก็มีตัวเลขแล้ว โดยอิงจากพวกแรก บางคนก็ไม่มีตัวเลข คือบริษัทให้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้นล่ะ ไว้เก่งขึ้น เขาคงปรับให้ ถ้าไม่ปรับก็ค่อยหางานใหม่ (หากว่างานที่ทำไม่น่าทำแล้วอะนะ)

ทีนี้ครับ

ประเด็นคือ ไอ้พวกสองเนี่ย มันเยอะกว่าพวกแรก

แล้วดันอยากได้เงินเดือนเยอะๆ ห้ะ มีด้วยเหรอ มีครับ พวกเก่งพอประมาณ รู้นั่นนี่ แล้วก็คิดว่าตัวเองเก่งละ เทียบเท่าคนนั้นคนนี้ แค่เพราะ รู้ในสิ่งที่เขาก็รู้ เท่านั้นเอง

อ้าว แล้วยังไงต่อ

ปัญหาก็คือ ไอ้พวกนี้เรียกเงินเดือนสูง พอเข้าไปทำงานจริงๆ ทดลองงานไม่ผ่านก็เยอะแยะ เผลอๆ ทำงานไม่กี่เดือน ออก เพราะทำไม่ได้

แต่ก็กินเงินเดือนในระดับสูงไปแล้ว คนเจ็บตัวคือ บริษัทที่จ่าย

แน่นอนว่า

หนีไม่พ้นคำเดิมๆ ก็บริษัทเงินเยอะ จ่ายแค่นี้จะเป็นไรวะ

สุดท้ายเลยครับ

ผมในฐานะ เจ้าของบริษัท control c จำกัด จำหน่ายโปรแกรมสำเร็จรูป อยากบอกว่า เงินเดือนสำหรับคนจบใหม่นั้น จะเป็นเรทเท่าใดก็เป็นไปได้เสมอ ถ้าหากเก่งจริงๆ เรียกสูงก็ไม่ผิดครับ

แต่ต้องเก่งจริงๆ และมีของ พรีเซนต์นำเสนอได้ เช่นมีเว็บที่มีคนเข้า วันละหมื่น หรือมีระบบที่ทำแล้วใช้จริงในองค์กรต่างๆ สัก 4–5 งาน หรือว่ามี github project เด็ดๆ อะไรก็ว่ากันไป

สำหรับคนเก่ง ไม่ต้องไปสมัครงานที่ไหนเลย อยู่ดีๆ ของคุณก็มีคนทักไปหา ชวนเข้าร่วมงานเองครับ

ส่วนคนที่ยังเก่งไม่จริง ก็ฝึกฝนตนเองไปครับ และเรียกเงินเดือนพอประมาณ กับฝีมือเรา จริงๆ จะเรียกสูงก็ไม่ผิดอีกนั่นแหละ เพราะมันเป็นเรื่องของคุณอยู่แล้ว ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะกำหนดราคา ให้ตัวเอง

แต่ปัญหาคือ ถ้าเข้าไปทำงาน แล้วทำไม่ได้ คนเจ็บตัวก็คือ คนจ้างเรา

ยังไงผมก็ยังคงเชื่อว่า คนไม่เก่งนั้นพัฒนาให้เก่งได้ ส่วนคนเก่ง ก็พัฒนาให้เก่งขึ้นไปอีกได้เช่นกัน

และสุดท้าย เมื่อถึงจุดหนึ่ง ยิ่งเก่งมาก เงินมันก็จะยิ่งมากขึ้นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจไม่เสมอไปก็ได้ เพราะบริษัทแต่ละแห่ง มีข้อจำกัดในเรื่องการจ่ายเงินเดือน ที่ไม่เท่ากัน

อยากฝากไว้เพียงแค่ว่า เลือกทำงานที่เรามีความสุข เป็นหลัก จะดีกว่าครับ เอาเงินเป็นต้วตั้ง บางครั้งก็นำความทุกข์มาให้