Paris — นครแห่งแฟชั่น (Part 1)
อาทิตย์ที่แล้วผม และเพื่อนได้มีโอกาสไปเที่ยว Paris โดยจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงของฝรั่งเศส TGV จาก Strasbourg — Paris ค่าตัวโดยสารไป-กลับคนละ 98 EUR และจองโรงแรม 1 คืนผ่านทาง Agoda
โดย Strasbourg ห่างจาก Paris ประมาณ 420 กิโลเมตร แต่ใช้ระยะเวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมง 40 นาทีเท่านั้น เพราะรถไฟความเร็วสูงของฝรั่งเศสนั้นเร็วสมชื่อ โดยความเร็วสูงสุดที่วิ่งได้โดยปลอดภัยคือ 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง

โดยหลังจากมาถึงสถานีรถไฟ Gare de Paris-Est เราก็มุ่งหน้าไปซื้อตั๋วสำหรับระบบขนส่งสาธารณะในปารีส เป็นตั๋วแบบ 2 วัน ในราคาคนละ 18.95 EUR โดยตั๋วนี้จะสามารถใช้ขึ้นรถไฟใต้ดิน หรือรถบัสก็ได้ แล้วเราก็เดินทางไปโรงแรม เพื่อเก็บสัมภาระไว้ก่อน

รถไฟใต้ดินที่นี่ ต้องผ่านเครื่องตรวจตั๋วทุกครั้ง ถึงจะใช้ได้ เหมือน BTS, MRT ที่ไทย

หลังจากเก็บกระเป๋า และสัมภาระเสร็จแล้ว เราก็ไปเที่ยวสถานที่แรกเลยคือ Cathédrale Notre-Dame de Paris ซึ่งเป็นเหมือนโบสถ์ และพิพิธภัณฑ์ แต่เราไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะคนรอต่อคิวกันเยอะมาก

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆเที่ยง เลยตัดสินใจหาร้านอาหารกินแถวๆนั้น เลยเปิด Google maps แล้ว Explore Nearby แล้วจิ้มมาสักร้าน หลังจากพิจารณากันเสร็จแล้ว เราเลยเลือกที่จะกินร้านชื่อ Le Bistrot Saint André ตั้งอยู่ไม่ห่างจาก Notre-Dame มากนัก

ค่าครองชีพที่ปารีสค่อนข้างแพงกว่าที่เยอรมันนี หรือเบอรลินมาก กินอาหารเที่ยงที กระเป๋าตังก็สั่นคลอนได้เช่นกัน




เติมพลังกันเรียบร้อย เราก็พร้อมที่จะเดินทางไปยังสถานที่ต่อไปกันแล้ว ซึ่งก็คือ Arc de triomphe de l’Étoile หรือที่รู้จักกันในนาม ประตูชัยฝรั่งเศส แต่เดี๋ยวก่อน วันที่เรามาเที่ยวปารีส คือวันที่ 14 กรกฎาคม ตรงกับวันชาติของฝรั่งเศส ซึ่งจะมีการเดินขบวนพาเหรดไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในปารีส ทำให้รถไฟฟ้าใต้ดิน และบัสหลายสายหยุดให้บริการ ทำให้เราต้องเปลี่ยนแผน ไปชมหอไอเฟลแทนกัน
เมื่อเรามาถึงหอไอเฟล ปรากฏว่า ปิด!!!! อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันชาติ เฟลไปตามๆกัน เลยไป Shopping Mall ชื่อว่า Galeries Lafayette ที่ตั้งอยู่กลางเมืองปารีส
เดินๆเที่ยวชมเมืองแถบนั้นเหนื่อยๆ ก็มานั่งพักกายกันที่ร้านช็อกโกแลต ชื่อ Lindt ร้านนี้ขายแต่ ช็อกโกแลต ตั้งแต่ลูกอม ยันไอศครีม แล้วรสชาติอร่อยมาก ฟินไปตามๆกัน



ตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว เราได้ข่าวว่าคืนนี้จะมีการจัดการแสดงพลุดอกไม้ไฟที่หอไอเฟล (นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้หอไอเฟลถึงปิดวันนี้) โดยพลุจะเริ่มแสดงตอน 23:00–23:30 เป็นระยะเวลา 30 นาที เราเลยตัดสินใจว่า จะกลับไปโรงแรมนอนกันสักพักก่อน แล้วค่อยออกไปดูดอกไม้ไฟกัน
Z z z Z z z . .
ออกจากโรงแรมกันอีกทีก็ 22:00 ที่ออกกันช้าเพราะว่า ถ้าพนักงานต้อนรับที่โรงแรม แล้วว่า แถวๆโรงแรมมีจุดไหนบ้างที่สามารถชมดอกไม้ไฟได้ เพราะโรงแรมอยู่ค่อนข้างห่างจากหอไอเฟล เราเลยไม่ต้องรีบมากนัก เพราะกะจะไม่เข้าไปถึงหอไอเฟลกันอยู่แล้ว จุดที่โรงแรมแนะนำคือ Esplanade de La Défense ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดิน แต่อยู่ติดแม่น้ำ ทำให้เห็นหอไอเฟลที่อยู่อีกฝั่งได้ แต่อาจจะไม่ชัดเจน แต่ขอเอารูปประกอบจากข่าวมาลงให้ชมแทนแล้วกัน ถึงแม้เราจะดูอยู่ไกลๆ แต่ดอกไม้ไฟก็สูง สว่างไสว และนานพอที่จะมองเห็นได้จากทั่วปารีส

หมดไปหนึ่งวัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เที่ยวชม สถานที่สำคัญๆเช่น ประตูชัย และหอไอเฟล แต่ก็คุ้มที่ได้ดูดอกไม้ไฟอันสวยงามในยามค่ำคืน ส่วนพรุ่งนี้จะเป็นการเที่ยวซ่อมสถานที่ต่างๆที่ไม่ได้ไปในวันนี้
