Internship NAIST Japan EP 1 : The Intro

สวัสดีครับทุกคน บทความที่ทุกคนจะได้อ่านต่อจากนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับประสบการณ์การฝึกงานที่ NAIST ของผม โดยตั้งใจจะเขียนเพื่อให้น้องๆในรุ่นถัดๆไปที่กำลังหาที่ฝึกงาน หรือ ต้องการมาฝึกงานที่นี่ได้อ่านเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกที่ฝึกงาน และ เพื่อเขียนเป็น Diary ให้กับตัวผมเองอีกด้วย

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อ นายธีรภัทร เชาว์เพ็ชร เป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร ์ (CPE27) ซึ่งการฝึกงานครั้งนี้ผมได้ไปฝึกในช่วงวันที่ 31/5/2016 ถึง 5/8/2016 หรือก็คือช่วงปิดเทอมใหญ่จบปี 3 ก่อนขึ้นปี 4 ประมาณ 2 เดือนนั้นเอง โดยเนื้อหาในตอนนี้จะเป็นการ intro คร่าวๆ เกี่ยวกับ

  • NAIST
  • ที่อยู่อาศัย และ การเดินทาง
  • Lab และ งานที่ได้ทำ
  • ความรู้สึก และ สิ่งที่ได้รับ

NAIST

โดย NAIST หรือชื่อเต็มคือ Nara Institute of Science and Technology เป็นมหาวิทยาลัย ซึ่ง ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เขต Kansai

ประวัติคร่าวๆ ลองหาอ่านกันได้ https://en.wikipedia.org/wiki/Nara_Institute_of_Science_and_Technology

บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย จะดูโล่งๆสบายๆ มีตึกไม่มาก แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีที่ให้เดินเล่นถ่ายรูปเยอะพอสมควร พูดไปไม่เห็นภาพ ต้องอัญเชิญภาพประกอบ (credit : รูปภาพบางส่วนจาก Wassapon Watanakeesuntorn)

อาคาร Lab, หอพัก Sentan
โรงอาหาร, ทะเลสาบกลางมหาวิทยาลัย
ภูเขาหลัง ม.

ด้วยความที่สถานที่ค่อนข้างโล่งโปร่ง จึงทำให้มีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ถึงแม้บางวันจะมีแดดแรงมากๆ ก็ไม่ถึงกับเหงื่อไหล (แดดแรงพอๆกับประเทศไทย)

ที่อยู่อาศัย และ การเดินทาง

ต่อมาจะพูดในเรื่องที่เป็นจุดขายหนึ่งของการมาฝึกงานที่นี้เลยก็คือ หอพัก โดยเด็กฝึกงานจะได้พักที่หอพัก Sentan ซึ่งตั้งอยู่ใน ม. เลย จึงทำให้การเดินทางไปทำงานค่อนข้างสะดวกและรวดเร็วมากๆ ไม่ถึง 5 นาที ถ้าวิ่งไปก็คง 3 นาทีทันได้ (ช่วงนั้นที่ไทยน้ำท่วม ฝนตก กัน เพื่อนๆที่ฝึกงานที่ไทยบ่นกันว่าเดินทางลำบาก บอกเลยว่าผมไม่อินด้วย ฮ่าๆๆ) แต่ละคนจะได้พักเป็นห้องเดี่ยวแยกกัน โดยในหอพักจะมี 4 ชั้น ชั้น 1 จะมี ฟิตเนต ให้เล่นได้ฟรี และ ที่พักแม่บ้าน ตู้ขายน้ำ ขายบะหมี่ และที่ทิ้งขยะ ส่วน ชั้นอื่นๆจะเป็น ห้องพักของแต่ละคน โดยชั้น 2 จะมี เครื่องซักผ้าให้ 3 เครื่องใช้ด้วยกันทั้งหอ โดยอบแห้งให้ได้ด้วย (ชอบมากๆอย่างฟิน เอาผ้าใส่กดปุ่มจบ ฟรี แต่บางทีต้องรอ เพราะเครื่องเต็ม) ซึ่งห้องของผมอยู่ที่ชั้น 3 ไม่ต้องกังวลว่าจะเมื่อยขา เพราะ มีลิฟต์ให้ใช้

เครื่องช่างน้ำหนักฉลาดมากๆ วัดได้หลายอย่างละเอียดเลย

การเข้าออกห้อง เข้าออกหอ จะใช้การ์ด บัตรนักศึกษา โดยในห้องจะประกอบไปด้วย ห้องนอน และ ห้องน้ำ ซึ่งห้องนอนจะประกอบไปด้วย ตู้เสื้อผ้า เตียง โต๊ะเก้าอี้นั่งเล่น โต๊ะทำงาน ที่เป่าผม เตาทำกับข้าวพร้อมเครื่องดูดควัน ที่ล้างจาน ตู้เย็น และ ไมโครเวฟ แอร์ 1 ตัว ทีวีพร้อมเครื่องเล่น DVD (พยายามจะดูหลายทีแล้วแต่ภาษายังไม่แข็งแรง TT) มีสายlanให้ต่อ internet (ไม่แรงเท่าไหร่แค่ เกือบ 600 mbps เอง แต่ห้ามโหลด bit นะ) ส่วนห้องน้ำก็อารมณ์เหมือนโรงแรมทั่วๆไป ครบเครื่อง ซึ่งห้องพักนี้จะมีแม่บ้านมาคอยทำความสะอาดให้ทุกอาทิตย์ เพิ่มสบู่ ทิชชู่ ครีมอาบน้ำ ยาสระผม เก็บขยะ ให้ และ หากเราต้องการอุปกรณ์อื่นๆ เครื่องครัว หรือติดปัญหาอะไรก็สามารถขอจากแม่บ้านได้เลย (แม่บ้านใจดีเป็นมิตรน่ารักมากๆ :D)

มองออกไปนอกหน้าต่างเห็น lab ที่ทำงานเลย

Lab และ งานที่ได้ทำ

โดยเด็กที่มมาฝึกงานที่นี้จะได้แยกเข้า lab แต่ละ lab ที่ตนได้เลือกไว้ โดยผมได้ไปอยู่ lab Interactive Media Design (IMD) ซึ่งเป็น lab ที่ศึกษาเกี่ยวกับ AR และ Computer Graphic, Computer Vision ต่างๆ โดยมีเพื่อนอีกคนหนึ่งก็ได้มาอยู่ lab เดียวกัน คือ Chutikan Noikanchana ซึ่งอาจารย์ได้ให้ช่วยทำ Project ด้วยกันเลย

http://imd.naist.jp/

โดยการทำงานต้องทำงานทั้งหมด 5 วัน จันทร์ ถึง ศุกร์ การเข้างาน จะเข้าออกเวลาใดก็ได้ การประชุม lab จะนัดทางเมลล์ โดยส่วนใหญ่ จะนัดทุกวันพุธของสัปดาห์ ซึ่งการประชุมจะเป็นการฝึก Present Project และ งานที่กำลังทำ ของรุ่นพี่ใน lab รายงานความคืบหน้าต่างๆ ให้ฟัง ซึ่งได้ความรู้มากๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ใหม่และยังไม่เคยเรียนทั้งนั้น และยังได้ความรู้ในการ present อีกด้วย อาจารย์และพี่ๆใน lab ค่อนข้างเป็นมิตรและใจดีมากๆๆๆ พร้อมให้คำปรึกษาเสมอ พี่ๆใน lab มีมากมายหลายเชื้อชาติ ไม่ได้มีเพียงแค่ ญี่ปุ่น มีทั้ง จีน เยอรมัน อังกฤษ เรียกได้ว่าครบเลย ภาษาที่ใช้ก็จะใช้ ภาษาอังกฤษในการพูดคุยกันหมด (พี่ๆฝรั่งส่วนใหญ่พูดญี่ปุ่นกันคล่องๆมากๆ เก่งจริงๆ) การต้อนรับที่นี้ค่อนข้างอบอุ่น มี ปาร์ตี้ ทั้งตอนมาและตอนกลับ เรียกได้ว่าเฮฮากันมากๆ บรรยากาศใน lab ก็ค่อนข้างเงียบๆสบายๆ ไม่เครียดเลย (บางทีก็แอบเผลอหลับ Zzz) และด้วยความที่เป็น Lab เกี่ยวกับ AR จึงมักมีงานอะไรแปลกๆ ของพี่ๆแต่ละคนให้ได้ดูอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ Lab นี้เป็นที่ที่มี Hololens ตัวแรกของประเทศญี่ปุ่นอยู่อีกด้วย พึ่งมาส่งให้ Lab ได้ทดลองใช้ เมื่อประมาณเดือนที่ 2 ของการฝึกงาน ผมจึงมีโอกาสได้ลองเล่นด้วย ตื่นเต้นมากๆ

สำหรับงานที่ได้ทำนั้น อาจารย์ได้มอบโปรเจคให้พวกผมทั้งสอง เป็นโปรเจคการทำ application AR เพื่อศึกษาโครงสร้างของโมเลกุลเคมี โดยมีการแสดงโมเดลออกมา รวมถึงให้ user สามารถ Create Model ของตัวเองไปเก็บใน Database เพื่อค้นหาออกมาดูโครงสร้างโมเลกุลได้อีกทีในภายหลัง (บอกเลยความรู้เคมีบอกลาไปนานมากๆ ต้องรื้อกันหน่อย) แต่ถ้ามีปัญหาอะไร พี่ๆและอาจารย์ก็พร้อมจะให้คำปรึกษาได้เสมอ

ความรู้สึก และ สิ่งที่ได้รับ

ต้องบอกก่อนเลยว่า ตอนแรกนั้นลังเลมากๆว่า มาฝึกงานไกลบ้านตั้ง 2 เดือนจะดีหรอ ไปฝึกงานญี่ปุ่นจะไหวหรอ จะคุ้มค่าไหม ในตอนที่ลังเลนั้นก็นึกย้อนไปถึงความตั้งใจที่เคยมีคือ อยากไปเมืองนอกสักครั้ง ยิ่งก่อนเรียนจบยิ่งดี โดยเฉพาะญี่ปุ่น คืออยากไปมากๆ ผมจึงตัดสินใจมา พอได้มาอยู่ก็พบว่า 2 เดือนนั้นไวเหมือนโกหกจริงๆ เป็นช่วงเวลาชีวิตที่ดีมากๆช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ ผู้คนเป็นมิตร รู้สึกปลอดภัยและสบายใจมากๆ งานก็ไม่เครียดมาก มีอะไรให้ตื่นเต้นในแต่ละวันตลอดเวลา เพราะ ไม่เคยมาเมืองนอก และ ไม่เคยมีชีวิตเด็กหอมาก่อน เรียกว่าได้ทั้งประสบการณ์การทำงาน และ ประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากๆ

ก็จบไปแล้วครับสำหรับ intro ไปๆมาๆรู้สึกว่าเป็น intro ที่ยาวมากๆ หากมีข้อผิดพลาด หรือมีข้อสงสัยตรงไหนก็ comment กันมาได้เลยนะครับ โดยครั้งต่อไปเราจะมาดูกันว่าถ้า อยากมาฝึกงานที่นี้น้องๆจะต้องทำอย่างไร และ เตรียมตัวอย่างไรบ้าง

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.