วัดความสุขของเมือง จากพื้นที่ว่างเปล่า

คำถามของ How public space make cities work? จากโปรเจค High Line Park

ทำให้หวนนึกถึง กรุงเทพฯของเรา

หัวใจหลักของการทำให้เมืองนี้น่าอยู่ คือ การที่ทำให้คนในเมืองเกิด interaction ต่อกันมากที่สุด เกิดความรู้สึกรักและมีความสุขในพื้นที่ตรงนั้นมากที่สุด ไม่ใช่ตึกสูงระฟ้า ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างไฮเทค ล้ำสมัย แต่คำตอบมันอยู่ตรง “พื้นที่ว่างเปล่า” พื้นที่ธรรมดาที่อยู่ระหว่างตึกต่างๆ

การวัดมูลค่าของพื้นที่สำหรับเมืองที่น่าอยู่ ไม่ได้วัดจากความแพงหรือทรัพย์สิน แต่เป็นการ “วัดความสุขที่พื้นที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ตรงนั้น พื้นที่ๆ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้”

กรุงเทพฯ ทุกวันนี้ เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า เกิดขึ้นตามพื้นที่เหล่านั้น และเข้าจับจองพื้นที่ว่างเปล่าอีกมากมาย ในอนาคต คำถามคือ…

คนในเมืองนี้ต้องการห้างสรรพสินค้าจริงๆ หรอ หรือจริงๆ แล้วเขาต้องการแค่ที่เดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ในเวลาว่างหรือหลังเลิกงาน”

พื้นที่สาธารณะที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น สวนสาธารณะ นั้นเกิดขึ้นได้ยากมากในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ ของเรา มูลค่าที่ดินที่แพงลิบลิ่วในย่านใจกลางเมือง ซึ่งแน่นอน ที่ดินเหล่านั้นย่อมถูกนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดรายได้กับเจ้าของ และตัวเมือง

แต่หากเราคิดต่ออีกสักนิด การที่เมืองนั้นเติบโตขึ้นได้ เป็นเพราะมีผู้คนเข้ามาอาศัย ทำมาหากิน และให้ความรักกับมัน เหมือนเป็นบ้านหลังหนึ่ง หากเราสามารถพัฒนา public facilities ที่สามารถทำให้คนที่อาศัยนั้นรักเมืองมากขึ้น ผู้คนย่อมดูแล เอาใจใส่ รักษา และช่วยกันพัฒนา ให้เมืองเติบโตแบบมีคุณภาพมากขึ้นเช่นกัน

VERTICAL LIVING ความเจริญในแนวดิ่ง

ทุกวันนี้ เราเห็นตึกสูงมากมายในกรุงเทพฯ ทำให้รู้สึกได้ว่า เรามีความเจริญในแนวดิ่งสูงมาก หากเทียบกับแนวราบ นั่นหมายความว่า ความเจริญในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่กระจุกตัวในกลางเมืองมากกว่า ขยายออกรอบๆ เขตตัวเมือง ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก หากเราจะขยายถนน หรือทำถนนเพิ่มขึ้นในตัวเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้

มันจะดีกว่าไหม ถ้าเราจะแก้ปัญหาด้วยการ เพิ่มคุณภาพของ public transportation หรือ walking area ให้คนสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข โดยไม่ใช้รถส่วนตัว แลกกับการที่เอาพื้นที่ ที่เราจะเอาไปทำถนน หรือลาดจอดรถ มาทำเป็น public space เช่น สวนสาธารณะ หรือลานกีฬา เพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับคนในเมือง เพื่อให้เขารู้สึกรัก และภูมิใจในเมืองของเขา และเขาก็พร้อมที่จะดูแลมันด้วยความเต็มใจ

Refer:
เมืองที่น่าอยู่ ไม่ได้มาจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้มาจากนักวางผังเมืองที่เก่งกาจ ไม่ได้มาจากสถาปนิก หรือนักธุรกิจ แต่มันควรจะมาจากคำตอบของคำถามที่ว่า ฉันชอบที่จะอยู่ตรงนี้ไม๊ ถ้าไม่ชอบเปลี่ยนมันได้ไม๊ มีใครอยู่กับเราบ้าง และเขารู้สึกยังไง
Show your support

Clapping shows how much you appreciated Thapanee Srisawat’s story.