เมื่อคิดจะไปตรวจหาสาเหตุของอาการตัวชาที่เริ่มเป็นบ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้น

ก่อนอื่นคงต้องเกริ่นถึงเหตุผลที่ทำให้คิดจะตรวจหาสาเหตุจริงจัง เป็นเพราะว่าช่วงปีที่ผ่านมา อาการนี้เริ่มเป็นถี่และหนักขึ้น จากตอนแรกเป็นแค่ตอนนอนอยู่ห้อง เวลาไม่สบายหนักๆ เริ่มมาเป็นตอนประชุมในที่ทำงาน ล่าสุดเป็นตอนไปเที่ยว แถมอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากที่ไม่กี่นาทีจะค่อยๆกลับมาขยับมือเท้าได้ ล่าสุดคือเป็นชม. ยังขยับได้แค่มือข้างเดียว มือถือวางอยู่ข้างๆแค่จะกดปลดล็อกมือถือยังเป็นสิบนาที

ตอนนั้นเราก็พยายามพิมไลน์ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เป็นพยาบาลให้ช่วยโทรบอกเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันให้มาดูอาการเราที เราไม่รู้จะสื่อสารกับเพื่อนยังไง จนสักพักอาการดีขึ้น เพื่อนพยาบาลก็เลยสันนิษฐานอาการเราว่าอาจจะเป็น Hyperventilation Syndrome แต่พอไปลองปรึกษากับพี่ที่เป็นโรคนี้ ก็แอบจะไม่ค่อยเหมือนตรงตอนที่การหายใจเรากลับเป็นปกติ อาการตัวชาขยับตัวไม่ได้เลยก็ยังไม่หายไป เลยมีอีกอย่างที่กลัวๆจะเป็นคือ โรคแพนิค

หลังจากที่หาข้อมูลมาเยอะพอควร สันนิษฐานเองก็แล้ว ไปพบแพทย์น่าจะดีที่สุด


ตามปกติเราก็เดินจากที่ทำงานไปรพ. เพราะมันค่อนข้างใกล้มาก แต่ครั้งนี้ไปถึงโดนพยาบาลถามว่ารถเข็นไหม ตอนนั้นอยู่ดีๆก็หอบ หายใจไม่ทัน เลยโดนหามเข้าแผนกฉุกเฉินทันที

สักพักหมอก็มา คุยถามอาการ ขอสแกนคลื่นไฟฟ้าหัวใจกับเจาะเลือด เจาะเลือดเสร็จสลบยาวๆ

ตื่นขึ้นมาหมอบอกว่าเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คือเพิ่งหายยังไม่ครบปี ยังกลับมาเป็นอีกแล้ว?

ส่วนอีกประเด็นคือ การพักผ่อนเราไม่ดีพอ ทำให้ระบบประสาทผิดปกติ มันล้า มันเหนื่อย มันเพลีย บางครั้งก็รับรู้อะไรเร็วเกินไป เช่น อาการเย็นไป ร้อนไป การได้ยินเสียงผู้คนรอบตัว ฯลฯ มันก็คือความเครียดจากสภาพแวดล้อมทางกายเป็นต้นเหตุหลักๆ


ยิ่งโต ยิ่งทำให้เรารู้ว่า ความเครียดสร้างโรคอะไรให้เราได้อีกบ้าง

Like what you read? Give Thitima Tamoharanawong a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.