คำถามที่ว่า “เราคือใคร” … ถามเมื่อไหร่-คำตอบก็ไม่เหมือนเดิม เพราะมันขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเวลา ไม่มีเนื้อหา/สารัตถะในตัวเอง

Image for post
Image for post
Photo: Unsplash by Tom Barrett

สัปดาห์แรกของการทำงานปี 2020 ได้คุยกับหัวหน้า ได้ตั้งเป้าหมาย เพื่อแผ้วถางเส้นทางที่จะเดิน ทั้งในช่วงระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล

คุยกันหลายเรื่อง แต่มีคำถามหนึ่งที่ว่า “เราคือใคร” น่าคิดและน่าสนใจ-จนต้องเอามาขยายความ

“เราคือใคร” คำถามที่ไม่เคยมีคำตอบอยู่จริงๆ

คน กลุ่มคน บริษัท ประเทศ ล้วนแล้วแต่มีนิยามเสมอ แต่จะโดยนิยามด้วยตัวเองหรือคนอื่นก็สุดแล้วแต่

แหละจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม การนิยามคือการให้ความหมาย และตอบคำถามกลายๆ ว่า “สิ่งนั้นเป็นอะไร สิ่งนั้นคืออะไร”

ปัจจุบันเราทำงานที่ Brand Inside เว็บไซต์ข่าวธุรกิจที่นิยามตัวเองว่า ต้องการสะท้อนภาพของเศรษฐกิจยุคใหม่ การปรับตัวของธุรกิจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สโลแกนของเราคือ “ธุรกิจ คิดใหม่” เพราะการคิดแบบเก่าๆ ไม่เวิร์คอีกต่อไปแล้ว

นี่คือสิ่งที่เรานิยามตัวเราเอง

แต่เมื่อถามลึกๆ เข้าไปว่า เอาเข้าจริงแล้ว “เราคือใคร” โดยเฉพาะเมื่อถามในคราวที่ต้องการคำตอบจากมุมมองของคนอื่น/คนนอก/คนที่มองเข้ามา และเนื่องด้วยเราไม่ได้อยู่บนโลกคนเดียว ความเห็นของคนอื่นย่อมสำคัญไม่แพ้กัน

Brand Inside คือใครกันแน่

  • เว็บไซต์ข่าวธุรกิจที่ถ้าปิดหัวโลโก้-ก็ไม่เห็นความต่างเลยว่าสำนักไหนเขียน
  • เว็บไซต์ข่าวธุรกิจที่ถ้าวันนี้ไม่ได้อ่าน-ชีวิตก็ไม่ได้ขาดอะไรไป
  • เว็บไซต์ข่าวธุรกิจที่ถ้า… ฯลฯ

เราอาจเป็นใครก็ได้ในนิยามของคนอื่น

แต่ต่อคำถามว่าที่ว่า “เราคือใคร” มันเป็นคำถามที่ไม่เคยมีคำตอบอยู่จริงๆ เพราะถึงที่สุด มันนิยามด้วยการกระทำ/การกำลังทำ ไม่ใช่ว่าเคยทำหรือกำลังจะทำ

เรากำลังทำอะไร สิ่งนั้นก็กำลังนิยามตัวเรา ไม่สำคัญว่าเราเคยเป็นอะไรมา หรือกำลังจะทำอะไรในอนาคต อดีตและอนาคตไม่ได้นิยามตัวเราในปัจจุบัน เพราะมันหลุดกรอบเงื่อนไขเรื่องเวลาในปัจจุบันไปแล้ว

ในแง่นี้ “เราคือใคร” จึงเป็นคำถามที่ไม่เนื้อหาสาระในตัวเอง แต่จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีการกระทำที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเวลาในห้วงหนึ่งๆ

Image for post
Image for post

แล้วเราคือใคร … ในแง่ปัจเจก

เปลี่ยนตัวเลขปี ขึ้นศักราชใหม่ หลายคนชอบตั้งเป้าหมายเพื่อที่จะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ เช่น อ่านหนังสือ, ออกกำลังกาย, นอนไวตื่นเช้า, ตั้งใจทำงาน ฯลฯ และส่วนใหญ่ก็มักจะล้มเหลวทั้งนั้น

นั่นก็เพราะ เรากำลังนิยามตัวเราเองด้วยอนาคต ด้วยการกำลัง “จะ” ทำ

  • ฉันจะต้องไปออกกำลังกายทุกวัน วันละ 30 นาที
  • ฉันจะต้องอ่านหนังสือให้ได้ 52 เล่มในปีนี้
  • ฉันจะต้องนอนก่อน 4 ทุ่ม ตื่น 6 โมงเช้า
  • ฉันจะเลิกเล่นโซเชียลมีเดีย
  • ฯลฯ

พังทั้งหมด เพราะการผูกตัวเองกับอนาคต กับสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เป็นมายาคติที่กำลังหลอกตัวเองว่า “ฉันกำลังจะได้ทำ” และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำเสียที

การมีเป้าหมายไม่ใช่เรื่องผิด แต่การมีเป้าหมายและไม่ได้ลงมือทำก็ไม่น่าจะใช่เรื่องถูกเสียเท่าไหร่

การอ่านหนังสือ การออกกำลังกาย การนอนอย่างมีประสิทธิภาพ สารพัดสิ่งดีๆ ที่เรารู้อยู่แก่ใจว่าทำแล้วส่งผลดีแน่ๆ ในระยะยาว แต่เรายังไม่เริ่มทำเสียที เพราะมองว่ามันคือเป้าหมาย บางทีลองลดเป้าหมายให้เหลือแค่กระบวนการ แล้วเริ่มต้นทำ ก็น่าจะดี

ประเด็นสำคัญคือ เป้าหมายไม่ได้เป็นตัวกำหนดตัวตนของเรา แต่การกระทำต่างหากที่เป็นตัวกำหนด

การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือไม่ใช่เป้าหมายในตัวเอง (ends) แต่มันคือกระบวนการ (means) และเป็นประตู (entry)ไปสู่การมีสุขภาพดีและมีความรู้

หรืออย่างปีนี้ที่เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะเขียนบล็อกใน medium แต่เริ่มเขียนมันสัก 1–2 ประโยค สุดท้ายก็จบเป็นบทความได้ เป็นต้น


Image for post
Image for post
Credit Photo: @aaronburden

ข้อที่หนึ่ง-อย่าฟังคำแนะนำของผู้ใหญ่ในวันนี้ 😱

เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า

แต่คำสอนจากผู้ใหญ่ในวันนี้ อาจไม่ใช่ความจริงในอนาคต

อะไรบ้างที่เด็กในวันนี้ควรรู้ เพื่อสู้กับอนาคตในอีก 10 ปี, 20 ปี หรือ 30 ปีข้างหน้า

คำแนะนำแรกคือ ‘เลิกฟังผู้ใหญ่เสียเถิด’ เพราะน้ำร้อนที่ผู้ใหญ่อาบมา อาจใช้ไม่ได้เลยในอนาคต

ถ้าย้อนไปในอดีต ไม่ว่าจะหลักร้อยหรือหลักพันปี แม้มนุษย์จะไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าคืออะไร แต่ยังพอคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แน่นอนว่า-สังคมเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ แต่อย่างน้อยที่สุด มนุษย์ยังพอรู้ได้ว่าอะไรที่จะ “เปลี่ยน” หรือ “ไม่เปลี่ยน”

การศึกษาและการเรียนรู้ที่ผ่านมาในอดีตต่างก็ตกอยู่ภายใต้กรอบฟ้าทางความคิดแบบนี้ทั้งนั้น

  • เรารู้ว่าถ้าเราเรียนกฎหมาย จบออกมา จะประกอบอาชีพเป็นทนายหรือผู้พิพากษาได้
  • เรารู้ว่าถ้าเราเรียนรัฐศาสตร์ จบออกมา จะประกอบอาชีพเป็นหน่วยหนึ่งของระบบราชการได้
  • เรารู้ว่าถ้าเราเรียนทักษะวิชาชีพเฉพาะด้าน จบออกมา อาชีพที่จะทำคืออะไรได้บ้าง

พูดได้ว่า ลักษณะงานที่ชัดเจน หรือ “อาชีพ” คือตัวตีกรอบการเรียนรู้และการศึกษาของมนุษย์ในอดีต

Image for post
Image for post
Credit Photo: @syinq

แต่ยุคถัดไป โลกในอีกไม่กี่สิบปีนับจากนี้ คือโลกที่อาชีพจำนวนมากกำลังจะหายไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชีพที่สามารถทดแทนได้ด้วยหุ่นยนต์แบบอัตโนมัติ อาชีพที่ใช้แรงงานด้านกายภาพเป็นหลัก และรวมถึงอาชีพที่ทำซ้ำๆ…


Image for post
Image for post
คนวงใน 2018

ก่อนอื่น จะเรียกว่าทำงานกับวงในตรงๆ คงจะไม่ได้ เพราะวงในซื้อ Blognone-Brand Inside ที่เป็นเว็บไซต์ข่าวออนไลน์มาอยู่ภายใต้กิจการอีกที ในช่วงแรกจึงเป็นการลองลิ้ม-ชิมรสกันไปก่อน และหลังจากนี้จะทยอยเสริมทีมเข้ามาเรื่อยๆ

3 เดือนแรกที่ผ่านมา นอกจากการทำงานที่ต้องปรับและวางทิศทางให้สอดคล้องเพื่อเดินไปด้วยกัน อีกสิ่งหนึ่งที่สนุกมาก คือการได้ทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่งานหลัก วงในพยายามขายสิ่งนี้มาโดยตลอด เพราะคือหัวใจของการทำงานในโลกยุคใหม่

จะด้วยความตื่นเต้นหรืออะไรก็ตาม เราลอง-ลองเข้าร่วมหลายกิจกรรม ทั้งบังเอิญ ทั้งตั้งใจ และเท่าที่เป็นไปได้

และนี่คือ 3 เดือนแรกของการทำงานที่วงใน

Image for post
Image for post
เตรียมสัมภาษณ์ทีม growth ของวงใน

สัมภาษณ์คนไอทีจ๋าๆ เป็นครั้งแรก

ไม่เกิน 7 วัน หลังจากเข้าไปมีที่ทางในวงใน หมายถึงมีโต๊ะ มีเก้าอี้ และมีพื้นที่สำรองพร้อมแก่การทำงาน (ช่วงแรกวงในกำลังจัดเตรียมชั้นทำงานถาวรให้กับทีมเราอยู่) แต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ ด้วยความบังเอิญที่เคยทำงานวิดีโอมาอยู่บ้าง การมอบหมายงานที่ไม่ใช่งานหลักชิ้นแรกจึงบังเกิดขึ้น นั่นคือการร่วมทีมทำวิดีโอ ชวนคนไอทีมาทำงาน

สิ่งที่ได้จากงานนี้ คือการร่วมทีมกับคนแปลกหน้า ทั้งทีมคอนเทนต์ ช่างภาพ ตัดต่อ และที่สำคัญคือ คนไอทีที่มาให้เรานั่งสัมภาษณ์ เชื่อไหมว่า บางคนอายุยังไม่เท่าไหร่ ประมาณ 24–25–26 เท่านั้น แต่เป็นคนที่โคตรน่าสนใจ

ลองจินตนาการดูว่า งานที่พวกเขาทำต้องตอบสนองคนเป็นล้านๆ คนต่อวัน โคตรเจ๋ง มายาคติที่มีกับคนไอที เช่น การเก็บตัว เข้ากับคนไม่เก่ง เป็นเรื่องรองไปเลย เพราะร่วมงานกันครั้งแรก ฟังพวกเขาให้สัมภาษณ์แล้ว ทำให้เราต้องตัดสินจากสิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็น และเอาเข้าจริง เขาก็เป็นมนุษย์ปกติเหมือนเราๆ นี่แหละ มีเก็บตัว มีกล้าแสดงออก แถมยังมีกวนๆ…

About

Thongchai Cholsiripong

Content Editor at Brand Inside, under Wongnai. Interested in Philosophy, Politics, Economics, Technology and Future.

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store