การลงทุนในหุ้น และอัตราส่วนทางการเงินเบื้องต้นที่ควรทราบ

จากบทความแรก ที่เราได้แนะนำให้มือใหม่ได้ทำความรู้จักกับหุ้น และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการลงทุน บทความนี้ TISCO จะมาต่อในรายละเอียดที่ลึกขึ้นมาอีกสักหน่อย แต่ไม่ยากเกินกว่าที่มือใหม่จะเข้าใจแน่นอนครับ

สืบเนื่องจากที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า ตลาดหลักทรัพย์ที่มีหุ้นกว่า 600 ตัวนั้น เราสามารถกำหนดกรอบการลงทุนให้แคบลงได้ด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน 3 อย่าง ได้แก่ การวิเคราะห์เศรษฐกิจ การวิเคราะห์อุตสาหกรรม และการวิเคราะห์บริษัท

ซึ่งเรามีตัวอย่างเปรียบเทียบ ‘การลงทุนในหุ้น’ ที่สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

ขั้นที่ 1 เศรษฐกิจ วิเคราะห์ได้จาก : ตัวอย่าง จากการที่ภาครัฐได้เปลี่ยนระบบจาก 2G, 3G สู่ 4G ส่งผลให้ผู้บริโภคมีการติดต่อสื่อสารโดยใช้การบริการด้านข้อมูล (Data) มากกว่าเสียง (Voice) ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าฟีเจอร์โฟนแบบเดิมๆ

ขั้นที่ 2 อุตสาหกรรม วิเคราะห์ได้จาก : ต่อจากขั้นแรก ที่ส่งผลให้ทุกคนต่างก็ต้องการความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร บวกกับการหันมาใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการสื่อสาร (ICT) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้จัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากผู้บริโภคต่างก็ต้องการใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ที่รองรับระบบที่ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ

ขั้นที่ 3 บริษัท วิเคราะห์ได้จาก : บริษัทที่อยู่ในกลุ่ม ICT หรือกลุ่มผู้จัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่หลายบริษัทนั้น ทำให้เราควรพิจารณาในส่วนของตัวสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเราควรเลือกบริษัทที่มีช่องทางคลอบคลุม และมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน รวมถึงมีการบริหารจัดการต้นทุนและผลกำไรที่ดี มีการเติบโต และควรค่าแก่การลงทุนในหุ้นนั่นเอง

Tips : บทวิเคราะห์คุณภาพส่งตรงถึงมือคุณทุกวัน กับ TISCOeResearch

ในบทต่อมา TISCO จะแนะนำให้คุณรู้จักกับ ‘อัตราส่วนทางการเงินเบื้องต้น’ ซึ่งมีดังนี้

ROE (Return on Equity) หรือ ประสิทธิภาพในการทำกำไรจากเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น หมายถึง อัตราผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้น แสดงถึงความคุ้มค่าในการใช้เงินลงทุนจากผู้ถือหุ้น ในการประกอบธุรกิจ

>>> ‘ยิ่งสูง ยิ่งแสดงว่า บริษัทนั้นใช้เงินลงทุนของผู้ถือหุ้นได้อย่างคุ้มค่า’

NPM (Net Profit Margin) หรือ ความสามารถในการทำกำไร หมายถึง อัตรากำไรสุทธิที่แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท หลักจากหักต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมทั้งภาษีเงินได้หมดแล้ว

>>> ‘ยิ่งสูง ยิ่งหมายความว่าบริษัทนั้น มีประสิทธิภาพในการทำกำไรที่สูง’

TAT (Total Asset Turnover) หรือ ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ หมายถึง อัตราหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม แสดงถึงประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ในการสร้างยอดขาย

>>> ‘ยิ่งสูงยิ่งแสดงว่า บริษัทนั้นมีการบริหารสินทรัพย์ที่ดี’

ความสามารถในการก่อหนี้ หมายถึง สินทรัพย์รวมต่อส่วนของเจ้าของ การที่ส่วนของเจ้าของน้อยลง (หนี้สินมากขึ้น) จะทำให้ ROE มีค่ามาก ซึ่งการมีหนี้สินทำให้กิจการมีความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น แต่หนี้สินที่มากขึ้นจะทำให้มีความเสี่ยงมากตามไปด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือพื้นฐานความรู้ในลำดับถัดมาที่มือใหม่อยากเล่นหุ้นควรทราบ ซึ่งคุณสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมกับตัวแทนจาก TISCO ได้ที่ 02–633–6000 #5 และทางอีเมลล์ tiscoetrade@tisco.co.th

พบกันอีกครั้งในบทความถัดไป อย่าลืมนะครับ นึกถึงการลงทุน นึกถึง TISCO แล้วคุณจะรู้ว่าโอกาสสร้างได้ไม่ยากจริงๆ ครับ

#TISCOMASTERY

Show your support

Clapping shows how much you appreciated TISCO Mastery’s story.