ล็อคเป้าหมาย 7 หุ้นเด่น เกาะกระแส “เงินบาท” แกร่ง

TISCO Advisory
Sep 5, 2018 · 1 min read

“ค่าเงิน” คือ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต่างชาตินำมาใช้ประเมินว่า ควรจะเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นประเทศใด ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยก็มีปัจจัยเอื้อต่อเงินทุนไหลเข้าอย่างมาก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบทำความรู้จักกับหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยนี้

ในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) แรกของปี2561 นักลงทุนหลายคนต้องพบกับความประหลาดใจ เมื่อได้รู้ว่า “ตลาดหุ้นอินเดีย” ที่เข้าไปลงทุน และให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 14% นั้น หากกลับมาคำนวณผลตอบแทน “บรรทัดสุดท้าย” ที่ได้รับจริงๆ กลับเหลือกำไรแค่เพียง 4% ซึ่งประเด็นนี้เป็นผลกระทบจาก “เงินรูปี” ที่อ่อนค่าลงราว 11% จึงส่งผลให้ผลตอบแทนที่ได้กลับมา ลดลงอย่างน่าใจหาย

ต่างจากการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้จะให้ผลตอบแทนในช่วงเดียวกันที่น้อยกว่า โดยเอสแอนด์พี 500 อยู่ที่ราว 8% ส่วนแนสแดกอยู่ที่ราว 10% แต่เพราะปัจจัยบวกจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าอีก 3% เข้ามาสนับสนุน จึงทำให้นักลงทุนที่ซื้อหุ้นในสหรัฐฯ ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่านั่นเอง

ด้วยประเด็นที่เล่ามาทั้งหมดนี้ นักลงทุนหลายคนอาจเริ่มกังวล พร้อมกับอยากหาทางออกแล้วว่า ควรทำอย่างไรดี จึงจะสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่า ค่าเงินของประเทศที่อยากเข้าไปลงทุนนั้น น่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร มีประเด็นใดบ้างที่เป็นสัญญานเตือน ช่วยให้จับจุดในเบื้องต้นได้?

  • 2ปัจจัยประเมินทิศทางค่าเงิน

“คุณวิวัฒน์ เตชะพูลผล” รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ อธิบายว่า “การอ่อนค่าของสกุลเงิน” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันอัตราผลตอบแทนในตลาดหุ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นหากต้องการวิเคราะห์ในเบื้องต้นว่า ตลาดหุ้นของประเทศใดน่าจะมีเงินทุนไหลออกจากปัจจัยนี้ สามารถประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้า โดยพิจารณา ดังนี้

1.เงินทุนสำรองต่างชาติ (Foreign reserve) : หากประเทศใดมีเปอร์เซ็นของ Reserve ratio ต่ำ หมายความว่า เงินทุนสำรองที่ใช้ในการรองรับต่อการจ่ายหนี้ต่างประเทศระยะสั้นรอบ 1 ปี (ถ้าเป็นหนี้ในรอบ 1 ปี จะมีเงินพอจ่ายหรือไม่) มีค่อนข้างน้อย ซึ่งถ้า Reserve ratio ต่ำกว่า 100 แสดงว่าประเทศนั้น อาจมีเงินไม่พอจ่ายหนี้ นั่นเอง

2.ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) : ถ้าอยู่ในระดับสูง จะสะท้อนว่าเป็นประเทศที่หาเงินเก่ง

“บางประเทศแม้จะ Reserve น้อยแต่ Current Account สูง แสดงว่าหาเงินเก่ง แบบนี้รับได้ แต่ประเทศที่หาเงินไม่เก่ง แถม Reserve ยังน้อยอีก เช่น ตุรกี อาเจนติน่า เวเนซุเอล่า นักลงทุนต่างชาติก็เหมารวมเอาเลยว่า ลาติอเมริกาไม่เข้า ยุโรปไม่เข้า ดังนั้นนักลงทุนต่างชาติที่มองเรื่องปัจจัยค่าเงิน ก็จะมีทางเลือกที่จะไปสองแห่ง คือ ละตินอเมริกา หรือ เอเชีย”คุณวิวัฒน์กล่าว

  • เกาะกระแสเงินไหลเข้าหุ้นไทย

คุณวิวัฒน์ กล่าวว่า หากประเมิน “ค่าเงินบาท” จะพบว่าอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เนื่องจากประเทศไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกือบ 10% รวมถึง Reserve ของไทยยังมากเพียงพอที่จะรองรับต่อไปในระยะเวลาอีกกว่า 3 ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ต่างจากรูเปียของอินโดนีเซีย และเปโซของฟิลิปปินส์ที่อ่อนค่า

“นี่เป็นเหตุผล ที่ผมไม่เอาหุ้นไทยไปเทียบกับอินโดฯและฟิลิปปินส์แล้ว ตัดทิ้งไปเลย เพราะมูลค่าพื้นฐาน (Fundamental) คนละเรื่องกัน จากปกติที่จะประเมินภาพรวมการลงทุนโดยเกาะกลุ่ม TIP (ไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปินส์) ตอนนี้เหลือไทยอย่างเดียวแล้ว”คุณวิวัฒน์กล่าว

ไม่เพียงเท่านี้ จากการประเมินค่าเงินบาทนับแต่ปี 2014 จะพบว่าค่อนข้างมีเสถียรภาพ (Stable) และอยู่ในโซนแข็งค่า ในขณะที่เปโซ และ รูเปีย อ่อนค่ามาตลอด

ล็อคเป้าหมาย7หุ้นไทยรับฟันด์โฟล

ด้วยภาพรวมของเศรษฐกิจ และค่าเงินที่แข็งแกร่ง จึงเชื่อว่าเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟล) น่าจะยังไหลเข้าประเทศไทย โดยพบว่า มีหุ้น 7 บริษัทที่โดดเด่นในเดือนก.ย. 2561 เพราะเป็นหุ้นใหญ่ที่น่าจะได้รับประโยชน์จากฟันด์โฟล และมีแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ได้แก่ BJC , CK , COM7 , HANA , IRPC , MINT , PRM

นี่เป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุน เกาะกระแสปัจจัยค่าเงินบาท ที่น่าสนใจในช่วงนี้

— — — —

ที่มา : คุณวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ (TISCO Monthly GURU Updates 04/09/2018)

    TISCO Advisory
    Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
    Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
    Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade