Million Shade of Leaf @ Oslo

TISCO Advisory
Nov 1 · 2 min read

เมื่อสายลมหนาวอ่อนๆ เริ่มโบกสะบัดพัดมาเยือนดินแดนสแกนดิเนเวียนใกล้ทั่วโลก ความเยือกเย็นของบรรยากาศก็ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ หน้าตาของภูมิประเทศ ผืนป่า ลําธาร และขุนเขา ให้ดูสดใสสวยงามกว่าช่วงไหนๆ ของปี ใบไม้ทั้งราวป่าได้เวลาผลัดใบเปลี่ยนสีบรรเจิดปลูกชีวิตที่เคยเงียบสงบให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง …พาตัวและหัวใจเดินทางมาสัมผัสหนึ่งในเมืองหลวงที่สวยที่สุดในแถบสแกนดิเนเวียน นามว่า “ออสโล (Oslo) มหานครที่เป็นส่วนผสมสุดลงตัวของชีวิต ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมยุคคลาสสิกที่ใครๆ ก็กล่าวขวัญถึง

เวลาเกือบ 11 ชั่วโมงสําหรับการเดินทางอาจฟังดูยาวนาน ทว่าเมื่อก้าวพ้นประตูเครื่องบินได้สัมผัสกับอากาศอันแสนเย็นสดชื่นของช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ณ ออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์แล้ว ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของคุณจะหายไปทันที การเดินทางจากสนามบินสู่ที่พักจะทําให้ได้เห็นอิริยาบถของเมืองหลวงแห่งนี้

ตัวเมืองที่ผสมผสานระหว่างเมืองใหม่ ที่ทันสมัยกับเขตเมืองเก่าที่ยังอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างลงตัวและงดงาม นับถึงวันนี้ออสโลมีอายุปาเข้าไป 976 ปีแล้วแม้หลายคนจะบอกว่าออสโลเป็น 1 ใน 10 เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแต่หากมอง อีกมุมก็เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกเช่นกัน เพราะถือเป็นเมืองที่ สวย สงบ และปลอดภัย เมืองนี้จึงมีหลายด้านหลากมิติให้ค้นหา

นกน้ำในสวน ที่เดินเล่นอย่างมีความสุข

ออสโลเป็นเมืองหลวงน่ารักบรรยากาศ ชิล ๆ โปร่งโล่งสบายไม่แออัดเหมือนเมืองหลวงแห่งอื่น ๆ ในโลก ทําไมน่ะหรือ? ก็เพราะเมืองหลวงแห่งนี้มีประชากรแค่ 6 แสนกว่า คนเอง (กรุงเทพฯ มีประชากร 10–15 ล้านคน) ภูมิประเทศด้านทิศเหนือเป็นภูเขา ทิศใต้ติดท้องทะเลสีคราม มีอ่าวเว้าแหว่งรูปทรงประหลาดทอดยาวออกไปในมหาสมุทร และ มีเกาะแก่งอีกกว่า 40 เกาะกระจายอยู่ คนที่นี่รักษาธรรมชาติไว้ได้ดีมาก มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะแม่น้ําลําธารและป่าเขา ทําให้ออสโลเป็นเมืองหลวงเพียงแห่งเดียวของโลกที่ยังมีฝูงปลาแซลมอนว่ายน้ำอพยพจากมหาสมุทร ผ่านขึ้นไปวางไข่ในลําธารต้นน้ำบนภูเขาอยู่ทุกปี

แค่แรกสัมผัสบรรยากาศของออสโลนมันช่างแปลกหูแปลกตา ตื่นตาตื่นใจ น่าชมไปซะทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่ใบไม้เปลี่ยนสี เหลืองส้ม แดง ตามสองฝั่งถนนทอดยาวจรดสวนสาธารณะอันเงียบสงบ มีรถรางทันสมัยแล่นไปมารับส่งผู้คน สาวผมทองตาสีฟ้าท่าทาง Healthy Sport Girl ที่ปั่นจักรยานไปมาตามท้องถนนรวมไปถึงสถาปัตยกรรมคลาสสิกที่ใช้สร้างบ้านเรือนแบบนอร์วีเจียน ซึ่งมักมีหอคอยยอดแหลมตั้งสูงเด่นขึ้นมาก็ชวนให้เดินเที่ยวถ่ายภาพอย่างไม่ต้องเร่งรีบอะไร

สวนมนุษย์เปลือยของฟร็อกเนอร์

หากเดินเล่นไปถึงสวนฟร็อกเนอร์ (Frogner Park) สวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ ซึ่งมีเนื้อที่กว้างกว่า 0.45 ตารางกิโลเมตร ด้านหนึ่งของสวนเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินอร์เวย์ แน่นอนสิ่งที่น่าจะทําให้คุณหลงรักสุดๆ คงจะเป็นต้นไม้ทั้งสวนที่กําลังผลัดใบรอรับฤดูหนาวราวกับภาพวาดศิลปะแสนงาม แหงนหน้ามองขึ้นไปบนต้นไม้ ก็จะเห็นใบเมเปิ้ลห้าแฉกผลัดใบสีเหลืองสดพลิ้วไหวไปมาตามกระแสลม ตัดกับสีฟ้าเข้มของท้องฟ้าอันแจ่มใส และเมื่อมองลงมายังพื้นดิน ก็จะพบผืนพรมใบเมเปิ้ลที่ร่วงหล่นช่างดูสวยแปลกตา ยามนี้แม้แต่ชาวนอร์เวย์เองก็ยังชวนกันออกมาเดินเล่น ชื่นชมใบไม้สวยๆ บ้างมาออกกําลังกาย บ้างก็เกี่ยวก้อยกันมาเป็นคู่ หามุมสงบนั่งปล่อยอารมณ์บนม้านั่งยาว

สิ่งที่ทําให้สวนฟรอกเนอร์โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ รูปสลักหินและรูปหล่อบรอนซ์กว่า 212 ชิ้น ที่ตั้งเรียงรายอวดโฉมให้ผู้คนผ่านไปมาได้ชื่นชม เป็นผลงานของศิลปินนักปั้นระดับโลก กุสตาฟ วิคเกอแลนด์ (Gustav Vigeland) รูปสลักเหล่านี้มีความพิเศษตรงที่เป็นรูปมนุษย์ ขนาดใหญ่กว่าจริงเล็กน้อย แสดงท่าทางอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง เศร้า เสียใจ ร่าเริง ฯลฯ สะท้อนแก่นแท้กันบึงจิตใจมนุษย์ออกมา และที่สําคัญคือทั้งหมดเป็นรูปเปลือยแบบมีศิลป์ จนทําให้สวนนี้ได้นิกเนมเก๋ไก๋ว่า “สวนมนุษย์เปลือยของกุสตาฟ” ถ้าคุณลองเดินหารูปสลักไปเรื่อยๆ จะเจอรูปชายหญิงยืนซบไหล่กัน ใบหน้าเศร้าสร้อย คล้ายกําลังจะสั่งลาอาลัย ก่อให้เกิดจินตนาการไปได้ ร้อยแปดจริงๆ กับสวนสวยเคล้างานศิลป์ระดับโลกแห่งนี้

จากสวนสวย แนะนำให้นั่งรถแท็กซี่ต่อไปเที่ยวที่ตลาดมาตฮอลเลน (Mathallen Market) ตลาดสุดเก๋ที่หรูหราเอาการอยู่ แต่เบื้องหลังกลับเป็นการพลิกโฉมโกดังสินค้าเก่ามา ปรับปรุงใหม่ให้เก๋ไก๋ไฮโซน่าเดิน มีการนําอาหารอร่อยที่คัดสรรจากทั่วสารทิศของนอร์เวย์มารวมไว้ในที่เดียว ทั้งชีพูด เนื้อสัตว์ ต่างๆ พืชผักผลไม้ เบเกอรี่ เค้ก กาแฟ รวมถึงยังมีศูนย์อาหารสไตล์โมเดิร์นให้นั่งชิลกันได้ทั้งวัน จึงกลายเป็นแหล่งพบปะของคนทุกเพศ ทุกวัย หรือแม้แต่เชฟชื่อดังก็มาเดินเลือกซื้อวัตถุดิบชั้นเลิศจากที่นี้ไปปรุงในภัตตาคารกันอีกด้วย แถมบนชั้นสองของตลาดยังเป็นสถาบันสอนทําอาหารแห่งออสโล (Culinary Academy Oslo) สําหรับคนที่อยากเข้าคอร์สเรียนทําอาหารแบบจริงจัง โดยเชฟชื่อดังระดับประเทศเลยล่ะ

แต่สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างก็คือ ลําธารสายเล็กๆ ในสวนข้างๆ ตลาดที่แทรกตัวไหล ผ่านสองฝั่งของต้นเมเปิ้ลที่ขึ้นเรียงรายร่มรื่น ไม่น่าเชื่อเลยว่าลําธารสายน้อยกลางเมืองหลวงนี้ คือหนึ่งในเส้นทางอพยพของฝูงปลาแซลมอนจากมหาสมุทรขึ้นสู่ภูเขาอันเงียบสงบที่พวกมันถือกําเนิดขึ้น สะท้อนได้ถึงแก่นแท้ของคนนอร์เวย์ได้ชัดเจนว่าเขาปกปักรักษาธรรมชาติไว้ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

จากตลาดมาตฮอลเลน ถ้านั่งรถรางต่อไปเที่ยวแถวท่าเรือใหญ่ของออสโล (Oslo Harbour) จะพบท่าเรือขนาดใหญ่ที่สะอาดสะอ้าน ดูโมเดิร์น แถมยังเป็นจุดนั่งชมวิว และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่สุดแห่งหนึ่ง ท่าเรือที่ถูกออกแบบอย่างสวยงามเพื่อให้เป็นจุดชมวิวผืนน้ําสีครามสะอาดตา ทอดออกไปสู่อ่าวออสโล มีเรือมากมายหลายร้อยลําเข้ามาจอดเทียบท่าอยู่ในอ่าวโค้งเว้าขนาดใหญ่ ทั้งเรือสินค้า เรือสําราญ กระทั่งเรือประมงของชาวบ้านที่ออกเรือในระยะใกล้ แล้วนํากุ้งหอยปูปลาสดๆ ขึ้นมาประมูลขายกันในราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ

ความสุดยอดอีกอย่างของ Oslo Harbour คือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแพ็คเกจทัวร์ One Day Trip ล่องเรือออกไปชมความงามของธรรมชาติหมู่เกาะและฟยอร์ดแห่งออสโล (Oslo Fjord) ได้ด้วย อย่าเพิ่งงงคําว่า “ฟยอร์ด” คือภูมิประเทศแบบหนึ่ง เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ําแข็งเมื่อประมาณหมื่นปีก่อน (ยุคน้ําแข็งครั้งสุดท้าย) เมื่อน้ำแข็งละลายไปหมด จึงทิ้งร่องรอยไว้เป็นโตรกผาแคบขันสูงหลายร้อยเมตรน่าตื่นตาตื่นใจมาก แพ็คเกจทัวร์มีแบบล่องเรือชมวิว 2 ชั่วโมง ล่องเรือ 3 ชั่วโมงพร้อมอาหาร ล่องเรือเต็มวัน ล่องเรือใหญ่ออกไปพายเรือคายัคชมฟยอร์ด ฯลฯ

ปิดท้ายทริปใบไม้เปลี่ยนสี ด้วยการให้รางวัลชีวิตในภัตตาคารระดับ Michelin Star ที่ภัตตาคารสตัตโฮลเดอร์กอร์เดน (Statholdergaarden) ตั้งอยู่ภายในอาคารเก่า คลาสสิกสร้างเมื่อ ค.ศ. 1640 แรกเริ่มเดิมที่ตึกนี้ใช้เป็นบ้านของผู้อํานวยการโรงกษาปณ์ ในสมัยที่นอร์เวย์ยังเป็นเมืองขึ้นของเดนมาร์ก การตกแต่งภายในจึงเหมือนเราได้ย้อนไปในยุคโบราณไม่มีผิด เชฟของร้านนี้ชื่อเบนท์ สเตียนเซน (Bent Stiansen) ผู้ได้รับตําแหน่ง World Master ทางด้านอาหารจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เมนูที่เขาถนัดคือ การนําวัตถุดิบสดๆ จากท้องทะเลบ้านเกิดมาปรุงอาหารจําพวกแซลมอนสด ปลาเทราต์ ปลาคอตทอด แซลมอนรมควัน และกุ้งล็อบสเตอร์

เมนูปลาแซลมอนแสนอร่อย ในออสโล

ภาพ สุดประทับใจของใบไม้เปลี่ยนสีที่ออสโล จะตราตรึงอยู่ในใจคุณ ความงามของธรรมชาติ และอากาศแสนสดชื่นเย็นสบาย คือพลังที่ช่วยเติมเต็มแบตเตอรี่ชีวิตคุณอีกครั้ง แม้ว่าใบไม้เปลี่ยนสีจะมีให้ดูเกือบทั่วโลก แต่รับรองเลยว่าไม่มีที่ใดจะเหมือนออสโลอย่างแน่นอน

— —

ที่มา : Trust ฉบับที่ 42

    TISCO Advisory

    Written by

    ธนาคารทิสโก้ โอกาส สร้างได้

    Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
    Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
    Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade