TISCO ESU ประเมินราคาน้ำมันมี downside จำกัดที่ระดับต่ำกว่า 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม แม้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ จะร่วมมือกันตกลงต่ออายุมาตรการลดปริมาณการผลิตออกไปอีก 9 เดือน จนถึงเดือนมีนาคม 2018 โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมาราว 18% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มาอยู่ในระดับต่ำกว่า 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปัจจุบัน

เราประเมินว่าราคาน้ำมันเริ่มมี Downside จำกัด และมีโอกาสลดลงต่อจากนี้ได้ไม่มากนัก เนื่องจาก

ประการแรก ราคาน้ำมันที่ 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลน่าจะเป็นจุดคุ้มทุนของผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ โดยหากย้อนดูข้อมูลในอดีตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ซึ่งมีการรายงานเป็นรายสัปดาห์ มักลดลงในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่า 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งชี้ว่าผู้ผลิตน้ำมันจะเริ่มชะลอการลงทุนขุดเจาะน้ำมันออกไป หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำจนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

ประการที่สอง แหล่งน้ำมันใหม่ในสหรัฐฯ เริ่มมีประสิทธิภาพต่ำลง โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 แต่หากดูปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ จะเห็นว่าเริ่มทรงตัวที่ระดับประมาณ 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งการที่ปริมาณการผลิตไม่เพิ่มขึ้นตามจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในช่วงหลังนั้นชี้ว่า 1) หลุมน้ำมันเดิมที่เริ่มมีการขุดเจาะตั้งแต่กลางปีที่แล้วเริ่มผลิตน้ำมันดิบได้น้อยลง ซึ่งเป็นธรรมชาติของการขุดเจาะน้ำมัน shale oil ที่ปริมาณการผลิตจะลดลงถึง 50% โดยเฉลี่ยในช่วง 1 ปีหลังจากเริ่มขุดเจาะ และ 2) หลุมน้ำมันใหม่ที่มีการขุดเจาะในปีนี้ เริ่มเป็นหลุมที่มีประสิทธิภาพต่ำลง และปริมาณน้ำมันทีผลิตได้จากหลุมใหม่ ทำได้แค่เพียงชดเชยการผลิตที่ลดลงจากหลุมเดิม

เรามองว่าทั้งสองปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวของปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ เริ่มชะลอลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

ปริมาณการผลิต Shale oil จะลดลงถึง 50% โดยเฉลี่ยในช่วง 1 ปีหลังจากเริ่มขุดเจาะ

Source : U.S. Energy Information Administration, Drilling Productivity Report

จนกว่าจะพบกันในบทความถัดไป อย่าลืมนะครับ นึกถึงการลงทุน นึกถึง TISCO

#TISCOMastery #Article