รีวิวหูฟังเล่นเกม Razer Thresher 7.1

หูฟังรุ่นนี้ปรับปรุงต่อจาก Razer Man o War โดยเฉพาะปัญหาก้านหัว (Headband) หักง่ายด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างใหม่เป็นสริงเหมือน Steelseries Siberia series, AKG 7xx series และรองรับการใช้งานกับเครื่อง Console ทั้ง PS4 และ XBOX

แกะกล่อง

กล่องมาในแบบสีน้ำเงินตามสไตล์ PS4 พร้อมกับโชว์ Feature เด็ดๆ ของหูฟังได้แก่ 7.1 Dolby Surround, ใช้งานได้ 16 ชั่วโมง, ไมโครโฟนที่หดเก็บได้, ปุ่มปรับเสียงที่ตัวหูฟัง

เปิดกล่องจะพบกับหูฟังและ USB Dongle

ด้านใต้จะมีคู่มือ, สติกเกอร์โลโก้งูเขียว, สาย TOSLINK, สาย USB to Micro-usb ที่ยาวมากๆ ใช้ชาร์จขณะเล่นเกมได้สบายแบบสายไม่ตึงเหมือนรุ่น Man o War

ภายนอก

Headband ด้านบนสุดเป็นโลหะ และส่วนของ Pad เป็นแบบสลิง ทำให้ไม่ต้องปรับขนาดเหมือนรุ่น Man o War ใส่แล้วไม่กดหัว ผมไม่เสียทรง

ด้านล่างของหูฟังเป็นส่วน Quick-Control ทางขวามือ(ขวามือเมื่อใส่แล้ว)เลื่อนขึ้นลงใช้ปรับ Playback Volume กดปุ่มจะเป็น Toggle Mute ด้านซ้ายใช้ปรับ Microphone Volume กดปุ่มเป็น Toggle Microphone Mute ตามด้วยช่องสำหรับเสียบสายชาร์จที่แน่นมาก และปุ่มเปิดปิดหูฟัง

ถ้า Mute Microphone ไฟสีแดงจะเปิดอย่างที่เห็นในรูป

แบตเตอรี่

ได้ประมาณ 16 ชม. ตามที่เขียนไว้ ถ้าชาร์จไปด้วยระหว่างใช้ หูฟังฝั่งซ้ายมือจะอุ่นๆ

ไมโครโฟน

จากการใช้งาน ผมรู้สึกว่าด้วยกว่ารุ่น Man o War ตรงที่เสียงทุ้มหายไปพอสมควร แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ถึงจะไม่เท่า Gaming Headset ของ Audio Technica และไม่สามารถปรับอะไรได้นอกจาก Microphone Volume ก็ตาม

ระดับความดังของเสียงผมใช้งานจริงตั้งไว้ที่ 85% ถ้ามากกว่านี้เพื่อนจะบ่นแล้วว่าไมโครโฟนดังมาก

ความสบาย

Pad เป็นหนังลักษณะ Memory Form เหมือนกับรุ่น Man o War ใส่สลายไม่บีบหัวแม้ใส่แว่น หูฟังเป็นแบบ Closed-back ทำให้ฤดูร้อนจะอับกว่าแบบฟองน้ำ Open-back

เสียง

ยังคงเป็นแนวเสียงแบบ Razer คล้าย Man o War เดิมแต่เสียงทุ้มหายไปเล็กน้อย ไดรเวอร์มีขนาด 50mm รอบรับ Dolby 7.1 Surround เพียงแค่เสียบก็พร้อมใช้งานทันที หนึ่งจุดที่ผมชอบคือเวลาฟังเพลงหรืออื่นๆ ที่เป็น 2.0 แล้วเสียงไม่หลอน เข้าใจว่าระบบจะปรับเองตาม Channel ของ Audio Source

ด้านการเล่นเกมอย่าลืมเปิด Surround Sound ในการตั้งค่าของเกมด้วยนะ ผมทดลองกับ Battlefield 1 ที่รองรับเสียงรอบทิศทางก็ใช้งานได้ดีเยี่ยม ผมให้ผ่านและทำได้ดีกว่ารุ่น Man o War เสียอีก

ด้านการฟังเพลงอย่างที่บอกว่าหูฟังน่าจะเลือกจาก Audio Source ทำให้ไม่มีอาการหลอนใดๆ แต่จะขาดเรื่องของ Sound Impact ที่ขาดความคมอยู่

สรุป

จากราคา 5,490 กับการใช้งานข้างต้นสำหรับผมแล้วถือว่าโดนครับ

ชอบ

  • ใส่สบาย
  • ไม่ต้องลง Razer Synapse แค่เสียบก็เริ่มเล่นเกมได้เลย
  • ไมโครโฟน

ไม่ชอบ

  • ปรับแต่งผ่าน Razer Synapse ไม่ได้
  • น้ำหนักเยอะ
One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.