การใส่รองเท้าแล้วออกไปวิ่ง
เอาเข้าจริงเนี่ยการแบกตัวเองออกไปใส่รองเท้าเนี่ย ยากมากกว่าการที่จะวิ่ง 10 กิโลเมตรอีกนะ เพราะหลายๆครั้งเลยที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะวิ่ง 3 กิโลบ้าง 5 บ้าง สุดท้ายมันมักจะวิ่งไปได้ไกลกว่านั้นตลอด แต่การที่ทำให้ผมล้มเหลวเนี่ย ไม่ใช่การวิ่งไป วิ่งกิโลเมตรแล้วแดดร้อนหรือเหนื่อยอะไรเลยครับ แต่มันคือตอนที่ผมไม่สามารถบังคับให้ตัวลุกไปใส่รองเท้าได้ แพ้ความขี้เกียจตัวเองนั้นเอง
แล้วอะไรบ้างที่เรามักใช้เป็นข้ออ้าง
- ฉันไม่พร้อมเลยยังอ้วนเกินไป
- ฉันไม่มีรองเท้าดีๆสักคู่
- ฉันไม่มีเพื่อนออกกำลังกาย
- ฉันกำลังรอหูฟังดีๆสักอัน
- ฉันขาดกำลังใจในการออกกำลังกาย(ขาดเป้าหมาย)
ข้ออ้างด้านบนทั้งหมดมันก็จริงนะครับ แต่ทั้งหมดนั้นมันเป็นคำพูดของคนที่ขี้แพ้มากกว่าครับ บางคนบ่นทั้งที่ตัวเองยังไม่เคยแม้แต่ที่จะลงมือทำด้วยซ้ำ ในเมื่อพวกเขามี Mindset แบบนี้ผมว่าผ่านไปกี่ปีก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าคุณอ้วนแล้วยังไม่เคยแม้แต่จะลองออกกำลังกายว่าตัวเองทำได้แค่ไหน มัวแต่รอค่อยอุปกรณ์ดีๆสักอย่างที่จะมาช่วยคุณ รองเท้าดีๆ หูฟังดีๆ หรือแม้แต่เพื่อนร่วมทางดีๆ ทั้งหมดคือองค์ประกอบที่ดีครับ แต่ถ้าคุณเอง ไม่ช่วยตัวเองก่อน ต่อให้มีอะไรที่ดีพร้อมแค่ไหนก็คงช่วยคุณไม่ได้หรอกครับ
ทั้งหมดที่จะสื่อมา คือ ถ้าคุณมัวแต่เฝ้ารอให้คนนั้นคนนี้ สิ่งนั้นสิ่งนี้วิ่งเข้ามาหาคุณมันอาจจะเกิดขึ้นได้นะ แต่มันคุ้มค่าแล้วหรอที่เราจะรอ แทนที่เราจะเริ่มช่วยเหลือตัวเราเอง ไม่ต้องไปพึงคนอื่น ถ้าคุณหัดช่วยตัวเองบ่อยๆ มันก็คือทักษะหนึ่งที่มันสามารถพัฒนาได้ เวลาช่วยเจอปัญหาคุณก็จะสามารถแก้ไขได้ง่ายขึ้น แก้ไขได้เร็วขึ้น
การช่วยฝึกช่วยตัวเองมันก็คือทักษะหนึ่งที่มันสามารถพัฒนาได้
แต่ผมไม่ได้บอกว่าการพึ่งพาคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะ มันเป็นสิ่งที่ดีมากครับ แต่ลองถามตัวเองทุกวันนี้ชีวิตเราพึ่งพาใครมากเกินไปหรือเปล่า ? เกินความจำเป็นไปหรือเปล่า ? แล้วถ้าสักวันคนเหล่านั้นหายไปจากชีวิตเราละเราจะอยู่ยังไง ? ถ้าคุณลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้แล้วคุณเริ่มตระหนักได้แล้ว เริ่มเลยครับลุกขึ้น เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆที่เราไม่ค่อยได้ทำเนี่ยแหละครับ
- ล้างจานทำงานบ้าน
- ลุกไปออกกำลังกายบ้าง
- ไปเข้าสังคมบ้าง
- หาหนังสือที่คุณอยากอ่านแล้วเริ่มอ่านมันซะ
ข้างต้นที่เขียนมาอาจจะดูเป็นสิ่งง่ายๆ แต่มันเป็นส่ิงที่เริ่มหายไปจากชีวิตหลายๆคนแล้ว ทุกวันนี้เราเริ่มห่างหายจากสังคม เราเริ่มให้เวลากับหน้าจอมากจนบอกว่าชีวิตฉันไม่มีเวลาทำเรื่องอะไรเลย เราพยายามทำตัวโดดเด่นในโลกสมมุติ แต่กับไม่กล้าทักทายกันในโลกแห่งความจริง ลองหาเป้าหมายสักอย่างทำชาเลนจ์กับตัวเองเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ อย่าให้มันสูงจนเกินไปจนรู้สึกท้อแท้หรือง่ายจนเราเลือกที่จะละเลยมัน แล้วชีวิตคุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลง พบสิ่งใหม่ๆที่น่าค้นหาตื่นตาตื่นใจ แล้วโลกของคุณจะน่าอยู่ขึ้น แล้วคุณจะค้นพบกับโลกที่สวยงาม ที่มีสีสัน ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ควันเทาจางของโลก ณ ตอนนี้
ขอบคุณครับ
