Khmer 105

Day 4: Only way back
Day 5: Lesson

บทสรุปของการเดินทาง


01

ตื่นมาสูดอากาศตอนเช้า ก่อนจะเดินทางกลับสู่เมืองหลวง เสียงคลื่นกระทบฝั่งก็ค่อยๆปลุกจากภวังค์ จากนั้นก็เตรียมตัวไปท่าเพื่อนั่งเรือข้ามฝากกลับ เรือออกโดยประมาณ 7:30

เรือมาเป็นฉันท์ใด เรือกลับก็เป็นฉันท์นั้น แคบและโคลงเคลง ในขณะเดียวกันสิ่งที่เพิ่มเติม คือ คนเดินทางกลับจากเกาะค่อนข้างเยอะ

ความพีคแต่หัววัน คือ “คลื่นแรงมาก” นึกสภาพเรือด่วนเจ้าพระยา ที่จุคนได้ไม่เกิน 12 คน โต้คลื่น ทำการการเดินทางล่าช้ากว่าปกติ แต่ยอมรับว่ากลัวมากจริงๆ กลัวจะไปไม่รอดแล้ว

แต่สุดท้ายความชำนาญของ คนขับเรือก็สามารถพาพวกเรากลับมาที่ฝั่งได้อย่างรอดปลอดภัย จากนั้น Check-in และเตรียมตัวเดินเที่ยวใน สีหนุวิลล์


02

เอาจริง วิว กลางคืนที่นี่ก็คล้ายๆกับ พัทยาที่บ้านเรา มีแสงสีพอเป็นสีสัน และก็ยังไม่ลืมที่จะแวะไปชมแลนมาร์ค “วงเวียนสิงห์โตทอง” (Golden Lion Traffic Circle) กันในยามค่ำคืน

“วงเวียนสิงห์โตทอง” (Golden Lion Traffic Circle)

แต่แล้วก็มีความผิดพลาดที่ว่า รถทัวร์ทุกรอบถูกจองเต็มจนหมด ไม่เหลือเลย แบบกลับไม่ได้! ละคือก็เดินหาบริษัทรถทัวร์ทุกเจ้า ซึ่งยังไงก็หาไม่ได้จริงๆ โดนจองยาวไปถึงอาทิตย์หน้านู่น

สุดท้ายก็ตัดสินใจขึ้น Taxi (จริงๆมันคือ Camry เหมาคัน จาก สีหนุวิลล์มาส่งถึงชายแดนที่ เกาะกง) โดนไปราคา 80usd สำหรับ3คนในขณะ Bus คนละ 7usd ก็จ่ายราคานี้หน้าสั่นกันเลยทีเดียว แต่ก็นะไม่มีทางเลือก

เห็นยิ้มๆ ข้างหน้านี่ช้ำกับราคา

03

พอรุ่งขึ้นของเช้าวันที่ 5 ก็ได้เวลาเดินทางกลับ

…เอาจริง จากการเดินทางที่ไม่ได้คิดอะไร มันก็ให้ประสบการณ์เอาตัวรอดได้เยอะขนาดนี้เหมือนกัน เราก็รู้สึกลึกๆนะว่าการออกจาก Comfort Zone มาทำอะไรแบบนี้เหมือนเป็นอะไรที่เราแอบโหยหาอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันเป็นไม่กี่วัน แต่เรารู้สึกว่าบางอย่างให้ตัวเรามันกำลังเติบโต และก่อตัวขึ้นอยู่ :) มันก็เป็นสเน่ห์อย่างนึงของการเดินทางแหละเนอะ แล้วคุณละก้าวออกมาแล้วหรือยังง?


สุดท้ายก็ขอขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่ติดตามอ่านนะครับ
Like what you read? Give Teepakorn S. a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.