หลักคุณธรรมของชาวปรัสเซีย สิ่งที่คนไทยควรปฏิบัติตาม

Tummanoon Wancha-em
Nov 4 · 4 min read

เกริ่นนำ

ต้องเข้าใจก่อนครับว่า ก่อนปี ค.ศ. 1866 ประเทศเยอรมนี (Deutschland) ยังไม่เป็นประเทศอันเป็นหนึ่งเดียวเหมือนในปัจจุบัน แต่เป็นประเทศ/รัฐย่อยๆ ที่มีระบอบการปกครองของตนเอง เช่น ปรัสเซีย (Prussia), ออสเตรีย(Austria), ฮานโนเวอร์ (Hannover), แซกซอนนี (Saxony), บาเยิร์น(Bavaria), และอีกหลายๆรัฐเล็กๆ

แต่ประเทศหรือรัฐทั้งหลายเหล่านี้ มีสายใยทางการค้า วัฒนธรรม และการสื่อสารด้วยภาษาเดียวกันนั่นคือภาษาเยอรมัน ซึ่งจริง ๆ แล้วมีรากฐานเชื่อมโยงกันหลายพันปีตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Roman Empire)

หนึ่งในประเทศที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาเยอรมันในสมัยนั้น คือปรัสเซีย หรือ ราชอาณาจักรปรัสเซีย (อังกฤษ: Prussia, เยอรมัน: Preußen (พร็อยเซิน)) ปกครองโดยราชวงศ์ Hohenzollern (โฮเอินโซลเลิร์น) อีกทั้งยังมีระบบราชการ, การศึกษา, เศรษฐกิจ, อุตสาหกรรม, และกองทัพที่เข็มแข็ง ทำให้ปรัสเซียประสบความสำเร็จในการแผ่ขยายอิทธิพลทั้งในด้านการค้า การทหาร อาณาเขต และวัฒนธรรมอันซึ่งจะเป็นลักษณะอุปนิสัยของคนเยอรมันทั้งปวง และยังเป็นรัฐ “พี่ใหญ่” ในการจัดตั้งสมาพันธ์รัฐเยอรมันเหนือ (1866) และการสถาปนาจักรวรรดิเยอรมัน (1871) อีกด้วย


คุณธรรมของชาวปรัสเซีย (อังกฤษ: Prussian Virtues, เยอรมัน: Preußische Tugenden)

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ปรัสเซียก็เช่นกัน ประเทศปรัสเซียหากเราศึกษาประวัติศาสตร์ให้ลึกลงไปอีกหลายร้อยปีก่อนหน้า เราจะเห็นจุดเริ่มต้นของรัฐเล็กๆนี้เลยว่า เป็นประเทศที่ไม่ได้มีอะไรวิเศษวิโสเลย ไม่ได้รวยทรัพยากร ไม่ได้รวยดินแดน ไม่ได้รวยศิลปะวัฒนธรรม แต่สร้างเนื้อสร้างตัวจากความว่างเปล่าได้อย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากแรงกายแรงใจและการยึดมั่นในหลักคุณธรรมของประชาชนทุกคน จนในที่สุดสามารถมีอิทธิพลเหนือรัฐอื่น ๆ จนรวบรวมเยอรมนีเป็นปึกแผ่นได้

แผนที่ปรัสเซีย ค.ศ. 1740 (พระเจ้าฟรีดริชที่ 1) เทียบกับ ปรัสเซีย 111 ปีให้หลัง ค.ศ. 1871 (จักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 1)

Prussian Virtues คือหลักคุณธรรมจิรยะธรรมที่ยึดมั่นปฏิบัติกันในหมู่ประชาชนในราชอาณาจักรปรัสเซียทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกองทัพปรัสเซียเอง ซึ่งหลักคุณธรรมนี้ได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดการปฏิวัติทางศาสนาในยุคสมัยนั้น นั่นคือศาสนาคริสต์นิกาย Lutheranism และ Calvinism

ตัวอย่างของหลักคุณธรรมที่ว่ามีหลายประการด้วยกันครับ แต่ผมขอยกตัวอย่างหลักที่สำคัญ ๆ มา 15 ข้อ ได้แก่

  1. ความประหยัดมัธยัสถ์ (อังกฤษ: Austerity, เยอรมัน: Sparsamkeit)

เหมือนกับที่พ่อหลวง ร.9 เราสอนให้รู้จักพอเพียง ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ได้ขี้เหนียวจนกินเกลือกินแกลบ เพียงแค่ให้รู้จักประมาณตัวเอง วางแผนการใช้จ่ายให้เป็น — ผู้เขียน

2. ความกล้าหาญ (อังกฤษ: Courage, เยอรมัน: Mut)

ประมาณว่ากล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ — ผู้เขียน

3. ความมีปณิธานแน่วแน่ (อังกฤษ: Determination, เยอรมัน: Zielstrebigkeit)

ตั้งใจจะบรรลุสิ่งใด หรือจะทำสิ่งใด หรือมีเป้าหมายอะไรอยู่ในใจ ให้ยึดมั่นในสิ่งนั้นจนกว่าจะสำเร็จ ไม่วอกแวก ไม่โดนจูงจมูกง่าย ไม่ไขว้เขวจากสิ่งล่อใจภายนอก — ผู้เขียน

4. ความมีระเบียบวินัย (อังกฤษ: Discipline, เยอรมัน: Disziplin)

ข้อนี้สำคัญมากครับ มันหมายถึงการที่เราถูกฝึกฝนหรือถูกอบรมสั่งสอนมาดี แต่ขณะเดียวกันก็ว่าด้วยการจัดการรูปแบบการดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นระบบระเบียบ และสามารถปฏิบัติตามรูปแบบชีวิตนั้นซ้ำทุก ๆ วันได้ (พูดง่ายๆว่า รับผิดชอบตัวเอง) — ผู้เขียน

5. ความรู้จักอดทนอดกลั้น (โดยไม่บ่น) (อังกฤษ: Fortitude without self-pity, เยอรมัน: Tapferkeit)

เวลาเหนื่อย หรือท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ หรืออยากจะระเบิดอารมณ์ ให้เราอดทนอดกลั้น ไม่ต้องบ่นอะไรใด ๆ ดั่งเข็นครกขึ้นภูเขา แต่พอถึงยอดแล้ว ฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ — ผู้เขียน

6. ความซื่อสัตย์สุจริต (อังกฤษ: Frankness, เยอรมัน: Redlichkeit)

ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งที่สำคัญในสังคมทุกที่ทุกแห่งบนโลก ลองคิดถึงเขาคิดถึงเรา ไม่ใครอยากถูกโกง ไม่มีใครอยากถูกหักหลัง ไม่มีใครอยากถูกหลอกลวงแน่นอน. บางครั้งความซื่อสัตย์อาจตรงไปตรงมาจนกระทบจิตใจ แต่อะไรแย่กว่ากันระหว่างคำโกหกที่ลวงโลก กับความจริงที่ทำให้เราลืมตามองตัวเองแล้วปรับปรุงให้มันดียิ่งกว่าเดิม — ผู้เขียน

7. ความเปิดกว้างทางศาสนา (อังกฤษ: Religious tolerance, เยอรมัน: religiöser Toleranz)

พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 (มหาราช) .. ทรงตรัสว่า “ให้มันผู้ใดค้นหาทางแห่งนิพพานตามความเชื่อของมันผู้นั้น” …Jeder soll nach seiner Façon selig werden (“Let everyone find salvation according to his own beliefs”) หรือว่าง่ายๆก็คือ ใครจะนับถืออะไรก็ให้เขานับถือ เขาอยากนับถือพุทธก็เรื่องของเขา เขาอยากนับถืออิสลามก็ให้เรื่องของเขา เขาไม่อยากนับถือศาสนาใด ๆ ก็เรื่องของเขา

8. ความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน (อังกฤษ: Modesty, เยอรมัน: Bescheidenheit)

ในทุก ๆ บริบทของสังคมย่อมมีช่วงเหตุการณ์ หรือเวลาที่เราต้องสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน และช่วงเวลาที่เราเป็นกันเองได้ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราจะพูดกับตำรวจ ในไทยบางคนด่าตำรวจอย่างสนุกปาก แต่คุณรู้ไหมว่าในเยอรมนีหรือสหรัฐอเมริกา คุณอาจโดนจับได้ หรือตัวอย่างที่เราจะเข้าใจง่ายสุด อย่างเช่นเวลาเราจะเข้าหาผู้ใหญ่ การพูดจาควรสุภาพ กิริยาท่าทางควรสำรวม ทัศนคติควรอ่อนน้อมรับฟังให้มาก — ผู้เขียน

9. ความขยันหมั่นเพียรในการงาน (อังกฤษ: Industriousness, เยอรมัน: Fleiß)

ความขยันหมั่นเพียรเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่บางคนอาจใช้ความขยันอย่างผิดทาง เช่น ขยันเที่ยว ขยันเล่นเกม ขยันกินชาบู ขยันส่องเฟสชาวบ้าน … แต่ถ้าเราใช้ความขยันอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะไม่เปลืองเวลาชีวิตตัวเองเลย ฉนั้น เราควรขยันเรียน ขยันฝึกฝน ขยันทำงานให้มาก ๆ — ผู้เขียน

10. ความตรงต่อเวลา (อังกฤษ: Punctuality, เยอรมัน: Pünktlichkeit)

ไม่ว่ายุคสมัยใด การตรงต่อเวลาถือเป็นการเคารพ และให้เกียรติ ไม่ใช่แค่กับอีกฝ่าย แต่ต่อคำพูดตัวเองด้วยครับ ดังนั้นตกลงกันว่าจะมาเวลาไหนก็ทำให้ได้อย่างที่ตกไว้ครับ ไม่มีข้ออ้างใด ๆ วางแผนเดินทางให้ดี ๆ บริหารเวลาให้เป็น — ผู้เขียน

11. ความเชื่อถือได้ (อังกฤษ: Reliability, เยอรมัน: Zuverlässigkeit)

ประมาณว่าพูดจริงทำจริง ทำอะไรไม่เคยน่าผิดหวัง โปรไฟล์ดีน่าเชื่อถือ — ผู้เขียน

12. ความรู้จักพอดีพอควร (อังกฤษ: Restraint, เยอรมัน: Zurückhaltung)

คงเคยได้ยินสำนวนที่ว่า “โลภมากลาภหาย” ดีนะครับ. — ผู้เขียน

13. ความมีจิตสำนึกรู้ต่อหน้าที่ (อังกฤษ: Sense of duty, เยอรมัน: Pflichtbewusstsein)

ถ้าเป็นต่อประเทศ หน้าที่ของเราในฐานะประชาชนภายใต้ระบอบ “ประชาธิปไตย” คือการออกไปเลือกผู้แทนบริหารประเทศ หรือก็คือเลือกตั้ง … ถ้าเป็นต่อพื้นที่สาธารณะ หน้าที่ของเราคือการรักษาความสะอาด ทิ้งขยะให้ถูกถัง (บางคนจะสับสนระหว่าง สิทธิ กับ หน้าที่) … ถ้าเป็นต่อสัญญาจ้างงาน หน้าที่ของเราคือการส่งมอบงงานที่ผู้จ้างต้องการและพึงพอใจ ภายใต้เวลาส่งที่ตกลงกันไว้ — ผู้เขียน

14. ความมีความยุติธรรม (อังกฤษ; Sense of justice, เยอรมัน: Gerechtigkeitssinn)

ให้เขาได้รับสิ่งที่เขาสมควรได้ ..Jedem das Seine or Suum cuique (“May all get their due”)

ความยุติธรรมของคนเรามีมาตรฐานอาจไม่เท่ากัน แต่ควรยึดเอาหลักเหตุและผล หรือบทกฎหมายของบ้านเมืองนั้นๆที่เราอยู่เป็นตัวตั้ง เช่น นาย A ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนเรา แต่ให้ไอเดียทางธุรกิจกับเราหลายอย่างซึ่งพอทำแล้วประสบความสำเร็จ นาย A สมควรได้รับผลตอบแทน เราอาจจะให้ศีลน้ำใจเล็กๆน้อย หรือไม่ก็ชวนนาย A มาเป็นหุ้นส่วนซะเลย

หรืออย่างเช่น นาย B เป็นเพื่อนสนิทเรา แต่ทำผิดกฎหมายยักยอกเงินผู้อื่นมา แล้วมาขอหลบภัยในบ้านเรา หากเราเห็นแก่ความยุติธรรม (ไม่ใช่ความเห็นใจเพราะเป็นเพื่อนกัน) เราควรแจ้งตำรวจ หรือเกลี้ยกล่อมให้นาย B ไปมอบตัว

หรืออย่างเช่น นาย C เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรา วันหนึ่งเขามาขอลอกการบ้าน หากคิดในมุมรักษาน้ำใจหรือผูกมิตรใหม่เราอาจยอมให้ลอก แต่ในมุมความยุติธรรม มันไม่แฟร์ที่เราเหนื่อยแทบตายทั้งคืนกว่าจะทำเสร็จ แล้วจู่ๆมีคนมักง่ายมาขอลอกในวันรุ่งขึ้น ถ้าเราคิดถึงตรงนี้เราก็ไม่ต้องให้เขาลอก หรือถ้าดีหน่อยก็สอนเขาทำเลยดีกว่า — ผู้เขียน

15. ความรู้สถานภาพของตน (อังกฤษ: Sense of order, เยอรมัน: Ordnungssinn)

รู้ว่าตัวเองเป็นลูกน้องก็ควรปฏิบัติตามที่เจ้านายสั่ง หรืองานที่เจ้านายมอบหมาย หรือรู้ว่าตัวเองรู้น้อยกว่าอาจารย์ก็ควรตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์ถ่ายทอดก่อนตั้งคำถามใด ๆ — ผู้เขียน

หลักคุณธรรมที่ว่ามีความเป็นมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี พระเจ้าฟรีดริช วิลเฮ็ล์มที่ 1 แห่งปรัสเซีย เป็นผู้ทรงนำจารีตธรรมเนียมซึ่งได้ใช้เวลาพัฒนาการ ตกทอด ตกผลึกจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ยุคอัศวินทิวทอนิก มาเรียบเรียงเป็นหลักคุณธรรมจริยธรรม แล้วได้นำไปประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้แก่ให้ขุนนาง ประชาชน และคนรุ่นหลังทุกคน

พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 (มหาราช) หลังศึกเมือง Kolin, โดย Julius Schrader

บุคคลที่ประพฤติปฏิบัติในหลักคุณธรรมของชาวปรัสเซีย ที่มีชื่อเสียงอย่างเด่นชัด อย่างเช่นพระราชโอรสของพระองค์ พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 (มหาราช) กษัตรผู้ทรงออกรบในสนามร่วมกับพลทหารในทุกสมรภูมิ และยังทรงชื่นชอบศิลปะและแนวคิดแห่งยุคเรืองปัญญา (The Enlightenment Era) ท่านเป็นบุคคลสำคัญในการปฏิรูประบบราชการและระบบศาลให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ และยังทรงวางนโยบายเปิดกว้างทางศาสนา (Religion Tolerance) และเปิดรับผู้ลี้ภัยจากหลายเชื้อชาติ (ในสมัยนั้นจะลี้ภัยจากการถูกกดขี่ทางศาสนา) ซึ่งนโยบายดังกล่าวเรายังคงเห็นการใช้ในเยอรมนีและสหภาพยุโรปในปัจจุบัน

อ็อทโท ฟ็อน บิสมาร์คในปี ค.ศ. 1890

หรืออย่างในยุค คศ. 1800s ได้แก่ นายกรัฐมนตรีปรัสเซีย (ต่อมาจักรวรรดิเยอรมัน) อ็อทโท ฟ็อน บิสมาร์ค (Otto von Bismarck) รัฐบุรุษผู้บุกเบิกแนวคิด Realpolitik ด้วยคำพูดในสภาที่กล่าวว่า

ปรัสเซียต้องเตรียมตัวและรักษาพละกำลังของประเทศเพื่อสถานการณ์ที่เอื้ออำนวยเท่านั้น ซึ่งเราได้เคยพลั้งพลาดไปหลายครั้ง. พรมแดนของปรัสเซียตามสนธิสัญญาเวียนนา ไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่ความเป็นรัฐที่เข้มแข็ง. ประเด็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในห้วงเวลานี้ จะไม่มีทางได้แก้ไขด้วยคำพูดสวยหรูหรือเสียงส่วนมาก — นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในปี 1848 และ 1849 (ยุคปฏิวัติที่คนหลายๆรัฐลุกขึ้นมาเรียกร้องการรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว เยอรมนี) — แต่มันต้องแก้ไขด้วย “คมเหล็กและเลือด” (แปลความหมายได้ 2 อย่าง คือสงครามและการเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ)— อ็อทโท ฟ็อน บิสมาร์ค (30 กันยายน 1862)

Prussia must concentrate and maintain its power for the favorable moment which has already slipped by several times. Prussia’s boundaries according to the Vienna treaties are not favorable to a healthy state life. The great questions of the time will not be resolved by speeches and majority decisions — that was the great mistake of 1848 and 1849 — but by Iron and Blood — Otto von Bismarck (30 September1862)

อีกทั้งท่านยังเป็นผู้คุมเกมการทูตและสงครามในสมัยนั้น ได้แก่ สงครามชเลสวิกครั้งที่ 2 (1864), สงครามออสเตรีย-ปรัสเซีย (1866), และสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย (1870) และเป็นบุคคลสำคัญในการสถาปนาจักรวรรดิเยอรมัน

ในปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในค่านิยมของคนเยอรมัน ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนคงเคยได้ยินลักษณะนิสัยคนเยอรมันกันดี ว่าเป็นคนที่ขยันทำงาน, เอาจริงเอาจัง, พูดตรงไปตรงมา, และมีระเบียบวินัย


หลักคุณธรรมที่คนไทยควรปฏิบัติตาม ให้ไปสู่ “ไทยก้าวหน้า” (Progressive Thais)

ปัจจุบันประเทศไทยเราประสบปัญหาต่างๆมากมายจากภายนอก จากภายใน หรือจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล (หมายรวมถึงระบบราชการ) ในบางครั้ง

ซึ่งจริง ๆ เราลองมองปัญหาภายในประเทศไทยเราสิครับ ปัญหาสังคม ค่านิยม และความคิดที่เราต่างก็มองข้าม ซึ่งความจริงสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานรากฐานของประเทศ ที่ส่งผลพวงไปถึงรูบแบบการบริหารประเทศ รูปแบบการทำธุรกิจ/ค้าขาย รูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่รู้จักพอประมาณหรือไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ จนท้ายที่สุดส่งผลให้เกิดปัญหาคอรัปชั่น ความยากจน การตกงาน อาชญากรรม การค้าประเวณี และอีกอื่นๆ ที่กำลังมีมากขึ้นและเป็นไปอย่างโจ่งแจ้งในปัจจุบัน

ไม่มีกิจกรรมใด ๆ ในสังคมเกิดขึ้นได้โดยไม่มี “คน” เป็นประธานของการกระทำ ดังนั้น ทรัพยากรมนุษย์ถือว่ามีคุณค่าที่สุดครับ และเราควรให้ความสำคัญกับการศึกษา และการปลูกฝังคุณธรรมจิรยธรรมที่ดี ที่ชัดเจน และที่มีตัวอย่างที่เห็นผลแล้ว ให้อยู่ในสันดานแก่คนทุกคน

มันก็เหมือนรถยนต์คันหนึ่งแหละครับ ถ้ารถยนต์มันพังตั้งแต่ในโรงงานผลิต แล้วก็รีบ ๆ ส่งมันออกไปวิ่งบนถนน มันก็วิ่งแบบพัง ๆ เป๋ไปเป๋มา หน้าปัดน้ำฝนก็ใช้ไม่ได้ กินน้ำมันว่าเล่น ต้องเปลี่ยนยางเปลี่ยนอะไหล่ทุกระยะ เสียเงินค่าน้ำมันค่าซ่อมแบบนี้ไปเรื่อยๆทุกปีจนรวมกันแล้ว ซื้อรถดีๆคันใหม่ยังจะดีกว่าเสียอีก

ดังนั้นผมจึงขอเชิญชวน ชักชวน แนะนำ หรือนำเสนอหลักคุณธรรมของชาวปรัสเซีย ที่เขาปฏิบัติกันมาเป็นร้อยปีและยังคงปฏิบัติกันอยู่ในบางประเทศ ให้เราคนไทยทุกคนลองปฏิบัติตามดูครับ มีลูกกำชับลูก มีหลานกำชับหลาน มีเมียกำชับเมีย มีศิษย์กำชับศิษย์ และที่สำคัญต้องกำชับตัวเองเพื่อเป็นแบบอย่างแก่คนอื่น อาจจะทำได้ไม่ครบทุกข้อ แต่ผมเชื่อว่าหากเราทำได้ และสามารถทำต่อไปตลอดชีวิตของเรา นอกจากจะเกิดประโยชน์ผลดีต่อตัวเราเองแล้ว ยังเกิดผลผลิตที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในฐานะบุคคลากรคุณภาพคนหนึ่งอีกด้วยครับ

ผู้เขียน: ธรรมนูญ วันชะเอม

ผู้ช่วยเรียบเรียง: เสรีชัย ตรีเข้ม

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade