Horoscope Brain

คำทำนาย กับต่อมอดีตใต้สมองคุณ

คุณเชื่อเรื่องดวงไหม?

ผมขอทำนายว่า คุณเคยเป็นโรคกระเพราะ คุณเคยประสบอุบัติเหตุที่หัวเข่า คุณเคยประสบปัญหาทางการเงิน และคุณก็เป็นคนดี ที่ใจกว้างเหมือนแม่น้ำ แม่นไหมครับ?

ผมทดลองขอทำนายดวงคน 10 คน ในร้านกาแฟสตาร์บัค ด้วยการเอาคำพูดเหล่านี้ ที่ผมได้จากในอินเตอร์เน็ตไปบอกเค้า ผมหลอกถามข้อมูลส่วนตัวอีกนิดหน่อยในระหว่างการสนทนา เช่น เค้าใช้เงินอย่างไร หรือ ความกังวลบางเรื่องที่เค้าแสดงออกมาระหว่างคุยกับผม บวกกับผมสังเกตการแต่งกายของเค้าอีกนิดหน่อย แล้วผมก็เอาสิ่งเหล่านี้แหละมารวมกัน แล้วตอบเค้ากลับไป โดยใช้ศัพท์ทางโหราศาสตร์อีกนิดหน่อย ก็ทำให้เค้าเชื่อว่าผมเป็นผู้มีญาณวิเศษ หยั่งรู้อนาคต โดยสนิทใจ

หลังจากที่ผมกลับมาที่บ้าน นั่งคิดสักพัก ถึงบรรดาคนที่ผมทำนายให้ที่ร้านกาแฟ เหตุใดเค้าถึงเชื่อผมง่ายดายนัก อะไรทำให้เค้าเชื่อ แล้วท่าผมทำกับคนชาติอื่นละ ผมจะได้ผลลัพท์แบบเดียวกันไหม และผมก็ได้คำตอบบางอย่างเกี่ยวกับการทดลองดูดวงชะตาครั้งนี้ มาเล่าให้คุณฟังในบทความนี้นั้นคือ เรื่อง

ต่อมอดีตใต้สมองมนุษย์

ลองจิตนาการดูครับว่า ถ้าคุณเดินไปที่ห้าง แล้วเจอนาฬิกาสองเรือน ราคาเท่ากัน เรือนแรกผลิตที่จีน และเรือนที่สองผลิตที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณจะซื้อเรือนไหนครับ? ถ้าคุณต้องซื้อรถสักคัน คุณอยากจะขับรถยุโรป หรือรถญี่ปุ่น? ถ้าคุณขับรถติดไฟแดง แล้วเหลือบไปเห็นศาลพระภูมิ คุณจะทำอย่างไร?

ลองจิตนาการเรื่องแย่ๆ แบบนี้ดูครับ คุณกำลังพบเจอแต่เรื่องแย่ๆ เรื่องร้ายๆ ที่เข้ามาในชีวิต ตกงาน โดนเพือนโกง แฟนนอกใจ ไฟไหม้บ้าน คุณจะเลือกหาทางออกด้วยการ ตักบาตรตอนเช้าหรือไม่? ถ้าคุณตอบว่า ใช่ นั้นแปลว่า มีอะไรบางอย่างในต่อมใต้สมองของคุณ สั่งคุณเข้าแล้ว ทั่งๆ ที่มันอยู่เหนือความคิดในเชิงตรรกะ และเหตุผล โดยสิ้นเชิง

ในฐานะนักการตลาด ผมจะยกตัวอย่างเชิงการตลาด ที่จะอธิบายเรื่องนี้ให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่าผมหมายถึงอะไร มีธนาคารแห่งนึงในยุโรปพยายามทาสีชมพูอาคารทั้งหลัง เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของธนาคารเป็นสีชมพู เปลี่ยนเสื้อพนักงานทุกคนใช้เป็นสีชมพู หรือแม้แต่ห้องน้ำธนาคารก็เป็นสีชมพูไปด้วย พอผ่านไปราว 3 เดือน ธนาคารแห่งนี้มีกำไรเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว เพราะเหตุใดนะหรือครับ เพราะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสีชมพูที่เชื่อมโยงกับความหมายในวัยเยาว์ของลูกค้าเค้านั้นเอง นักการตลาดที่ทำเรื่องนี้ิอธิบายว่า เพราะความเชื่อโยงความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อกระปุกออมสินหมูสีชมพูในวัยเด็ก ที่ทำให้เค้าเกิดความเชื่อมั่นต่อธนาคารสีชมพู ขึ้นมาเฉยๆ นั่นแหละ

แล้วมันเกียวอะไรกับการดูหมอล่ะ!

ลองช่วยผมจิตนาการอีกสักครั้งครับว่า เราเกิดมาในประเทศที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ ความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ ความเชื่อเรื่องอดีตชาติ ที่ส่งผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชาตินี้ คำสอนสมัยเด็กที่ว่า ไม่เชื่อหย่าลบหลู่ เชื่อเรื่องโหราศาสตร์ การดูดวง แล้ววันดีคืนดีมีหมอดูสักคนทำนายดวงชะตาให้คุณว่า คุณกำลังจะป่วย คุณคิดว่าคุณจะป่วยไหมครับ?

คุณเชื่อไหมว่ามีหลายคนที่ป่วยจริงๆ จากการสกิตต่อมความเชื่อในสมองคุณ ว่าคุณกำลังจะป่วย คุณก็สามารถป่วยได้ ไม่ใช่เป็นความมหัศจรรย์อะไรของหมอดู แต่เป็นตัวคุณเองนั้นแหละที่มีความทรงจำที่เชื่อเรื่องโชคชะตา ที่โดนปลูกฝั่งไว้แต่เด็กในสมองส่วนลึกที่เชือมโยงกับร่างกาย และสุขภาพของคุณ และหมอดูเองก็ใช้จุดนี้ในการรสร้างเครื่องหมายในสมองให้คุณเชื่อเค้าได้

ที่นี้ผมจะกลับมาอธิบายในทางการตลาด ว่าเพราะเหตุใดเราถึงเชื่อเรื่องการดูดวง (Horoscope) กันนัก และมันต่างกับโฆษณาชวนเชื่อทางการตลาดอย่างไร ผมได้หนังสือเล่มนึงชื่อ cold reading ของเอียน โรว์แลนด์ เค้าพยายามจะอธิบายเรื่อง จิตวิทยาที่หมอดูใช้ และผมจะบวกเอาหลักการทางการตลาดมาอธิบายเรื่องนี้ดังนี้

1) การดูดวงใช้ข้อมูลงานวิจัย หมอดูเก่งๆ ศึกษาเรื่องพฤติกรรมทั่งไปของมนุษย์ เข้ามาช่วยวิเคาะห์ในการดูดวงจึงทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้น ไม่ต่างอะไรกับการตลาดที่ทำการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อกำหมดเป่าหมายของธุรกิจ

2) การหลอกถามข้อมูลคุณ หมอดูจะมีวิธี 108 ที่หลอกล่อ เอาข้อมูลจากคุณ ระหว่างการดูดวงให้คุณ ในทางการตลาด ก็ไม่ต่างอะไรจากการปิดการขายของเหล่าบรรดาเซลล์เก่งๆ ที่พยายามขายสินค้าที่คุณอาจจะชอบ
 
3) การเตรียมสถานที่การดูดวง มีการจัดการ และสร้างบรรยากาศให้ดูขลัง อลังการ การแต่งกายของหมอดูที่ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ในทางการตลาด ก็ไม่ต่างอะไรกับซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่ๆ ที่สะอาดสะอาด มีแอร์เย็นฉ่ำ จนคุณเชื่อสนิทใจว่า ผัก ผลไม้ สะอาด และสดใหม่อยู่เสมอ

4) การใช้อุปกรณ์ หรือกิมมิคต่างๆ ประกอบ เช่น ไพ่ สายศิล ธูปเทียน เพื่อให้ดูน่าดึงดู หรือน่าจดจำมากขึ้น หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม เองยังเคยให้สัมภาษณ์ในเชิงที่ว่า เค้าใช้อุปกรณ์เป็นเพียงอุบายเพ่ิมเติมเท่านั้น เพื่อให้คนจำเค้าได้ ในทางการตลาด ก็ไม่ต่างอะไรกับการแต่งการของพนักงาน การออกแบบผลิตภัณฑ์หีบห่อดีๆ สักชิ้น หรืออุปกรณ์ออกกำลังกายที่มีหลากหลายแบบ ให้ลูกค้าเลือกซื้อนั้นเอง

5) การใช้คำพูดคลุมเครือ หรือการใช้คำศัพท์เฉพาะในการวิเคาะห์ดวง เช่น ลัคนาราศีต่างๆ การโคจรของดวงดาวต่างๆ หรือเช่น คำว่า อับดุลเอ้ย ถามอะไรตอบได้ ตอบได้ ในทางการตลาด ก็ไม่ต่างอะไรกับคำโฆษณาติดปาก เช่น คิดจะพักคิดถึงคิทแคท หรือ อินไดแก้ แอร์ไดกิ้น

6) การพูดที่ให้เกียรติ เน่นการเยินยอ บ่อยๆ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองพิเศษ เคล็ดลับอยู่ที่การพูดสิ่งที่คุณอยากได้ยิน หรือทำให้คุณสบายใจ ในทางการตลาด ก็คือหลักการบริการที่ยืดลูกค้าเป็นศุนย์กลาง หรือเรียกว่่าลูกค้าต้องถูกเสมอนั้นแหละครับ

แค่นี้คุณเองก็เป็นหมอดูฟันธง กับเค้าได้เหมือนกัน

ผมบอกไม่ได้ว่าคุณควรจะไปดูดวง หรือไม่ หรือการดูดวงจะอยู่ในสังคมเราอีกนานแค่ไหน หลังจากที่วิทยาศาสตร์เข้ามาทดแทน และกำลังพิสูจน์เรื่องนี้อย่างเข็มข้น แต่ผมบอกคุณได้เพี่ยงว่า

พลังอยู่ที่ตัวคุณ ที่จะกำหนด ทางเดินของตัวคุณเอง

(เนื้อหาเพิ่มเติมสำหรับคนสนใจ Horoscope ที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม

Astrology Psychology ‪Neuroscience‬ ‪‪‎Marketing )

Wooddy, Innovation Scientist Integrated Brand Strategy,
https://lnkd.in/ftAuy7n 
Facebook: goo.gl/LgBmv2
Line ID: varavut_p 
Email: wooddy@mangosteen.camp
Website: www.mangosteen.camp

#Horoscope #Astrology #Psychology ‪#‎Neuroscience‬ ‪‪#‎Marketing

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.