การให้ (Giving)

คุณมีเหตุการณ์ใดบ้างไหม ที่มันตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคุณมาโดยตลอด เมื่อใดที่คิดถึงคนที่คุณรักหรือคนรู้จัก เหตุการณ์นั้นจะทำให้คุณต้องนึกถึงเป็นอันดับแรก ของผมมีอยู่ 2 เหตุการณ์ ที่เกิดระหว่างผมกับแม่ครับ
เหตุการณ์ที่ 1
ช่วงผมทำงาน part-time ที่สเวนเซ่น ซึ่งอยู่ในช่วงโปรโมชั่น ไอติมมะม่วง เป็นรสชาติที่แม่ผมชอบมาก เอาเป็นว่าโปรนี้มาทีไร แม่ผมต้องได้กิน !!!
คืนวันหนึ่งหลังเลิกงาน ผมก็ตั้งใจซื้อไปให้ท่าน ในตอนนั้นผมก็คาดหวังที่จะได้เห็นภาพ ตอนท่านกินอย่างเอร็ดอร่อย กินอย่างมีความสุข
แต่…วันรุ่งขึ้น ท่านกลับเอาไอติมที่ผมตั้งใจซื้อมาให้ นำไปถวายพระ คือตอนนั้น ผมจำความรู้สึกของตัวเองได้แม่นมาก รู้สึกผิดหวังมาก เพราะตั้งใจซื้อมาให้ท่าน แต่ท่านนำไปให้ผู้อื่น
เหตุการณ์ที่ 2
ช่วงเริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงานได้ไม่ถึงปี ช่วงนั้นสิ้นเดือนพอดี เงินเดือนออก บทสนทนานี้ก็เกิดขึ้น
แม่: เงินออกมาได้ให้เงินอาม่าบ้างไหม ?
เรา: เงินเดือนยังไม่พอใช้เลย จะเอาที่ไหนมาให้
แม่: ก็ให้แค่ 200 300 ก็ให้ได้นะลูก
เรา: อื้มๆ โอเคๆ (ในใจก็คิดว่าจะให้ทำไมแค่ 200 300 ให้ทีนึงก็ควร 1000 กำลังสวย)
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากสองเหตุการณ์นี้
- การให้ไม่ควรจะไปคาดหวังกับผลลัพธ์ที่จะได้ ไม่ว่าจะเป็น วัตถุ หรือ ความรู้สึก (ถ้าให้แล้วเป็นทุกข์ภายหลัง คิดเล็กคิดน้อยกับผู้รับ ผมว่ามันคือ การแลกเปลี่ยน)
- ตอนที่เราได้สิ่งที่เราอยากได้ จะมีวิธีใดบ้างไหม ที่เราจะแบ่งให้กับคนอื่น
- ไม่ว่าจะมีมาก หรือ มีน้อย ก็ให้ได้ เพราะการให้มันอยู่ที่เจตนาล้วน ๆ
คือผมมองว่า คุณค่าของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
ขอทานที่นั่งตากแดดทั้งวัน เพื่อประคับประคองชีวิตให้อยู่รอดไปวัน ๆ แต่ยอมสละเงิน 100 บาทเพื่อซื้อข้าวให้คนที่ขาดแคลนกว่า กับ
มนุษย์เงินเดือน เมื่อถึงวันเงินเดือนออก เลยถือโอกาสเลี้ยงข้าวเพื่อนร่วมงาน 1000 บาท
ถามว่าใครจะรับคุณค่าทางใจมากกว่ากัน ?
การให้มันมีหลายรูปแบบ มันอยู่ที่เราจะสะดวกและสบายใจแบบไหน
- การให้ด้วย เงิน
- ให้เงินคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือ คนรัก
- การใส่บาตร
- บริจาคเงินให้แก่ผู้ด้อยโอกาส หรือ ขอทาน - การให้ด้วย สิ่งของ
- พาครอบครัวไปกินข้าว (ไม่จำเป็นต้องเป็นมื้อแพง ๆ แค่เป็นอาหารตามสั่งแถวบ้านก็ยังได้)
- ซื้อของฝากให้เพื่อนบ้าน หรือ คนที่รู้จัก
- โล๊ะเสื้อผ้าเก่า ๆ ไปบริจาค - การให้ด้วย ความรู้ หรือ ประสบกาณ์
- เปิด Workshop เล็ก ๆ แบ่งปันความรู้ให้กับคนในหรือนอกองค์กร
- เขียนบทความ
- ให้ข้อคิดผ่านทางตัวอักษร ผ่าน Facebook หรือ IG
- ให้ข้อคิดผ่านทางคำพูด Podcast หรือ Youtube - การให้ด้วย กำลังใจ
- เป็นผู้ฟังอย่างตั้งใจ เมื่อเขากำลังทุกข์
- เป็นผู้พูดให้กำลังใจ เมื่อเขากำลังท้อ
- แสดงความยินดี เมื่อเขาประสบความสำเร็จ - การให้ด้วย การอภัย (ข้อนี้ต้องสู้กับใจตัวเองหน่อยนะ แต่รับรองมันดีต่อใจกับอย่างแน่นอน)
- ให้ความช่วยเหลือกับคนที่เคยเอาเปรียบคุณ
- ให้อภัยกับคนที่เคยทำให้คุณทุกข์ใจ
ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมด้วยเหตุกาณ์นี้ครับ คือ เมื่อก่อนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับผม ไม่เคยคุยหรือทักทายกันเลย บางทีจอดรถเกยหน้าบ้านนิดนึงก็จะมีกระดาษมาแปะอยู่หน้ารถ ต่างคนก็ต่างไม่ชอบพอกัน จนเมื่อเดือนที่แล้ว ผมกลับจากเชียงใหม่ เลยตัดสินใจซื้อแคปหมูมาฝากเขา ต่อมาวันรุ่งขึ้นเขาก็ซื้อข้าวหลามมาฝากผม คือผมว่าแค่เรายอมถอยมาหนึ่งก้าว เพื่อสร้างมิตรไมตรีกับคนรอบข้าง มันไม่น่าอายหรอกครับ
หลังจากที่แม่จากผมไปได้ 6 ปี สิ่งเหล่านี้มันเหมือนเป็นตัวแทนคำสอนของท่านโดยที่ท่านไม่ต้องมานั่งอธิบายให้ฟังเลยแม้แต่คำเดียว
ขอบคุณแม่ที่ไม่มีธุรกิจใหญ่โต, เงินทอง, ที่ดิน, บ้านหลังใหญ่ หรือ รถหรู ทิ้งไว้ให้
และ ขอบคุณแม่ที่ทิ้งคำสอนเหล่านี้ไว้ในตัวผม คำสอนที่ทำให้รู้จักกับคำว่า “ให้” อย่างถ่องแท้
ในขณะที่คุณให้ ตอนนั้นแหละคุณเป็นผู้รับ (ความสุขที่ได้รับที่เกิดจากตัวคุณเอง)
ปล. อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อย่าลืมหาโอกาสในทุก ๆ ครั้ง ที่จะเป็นผู้ให้ ในทุก ๆ วันนะครับ :)
