จุดที่ 24 :: โลกนี้ไม่มีคนมองโลกในแง่ร้าย

ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี….

เมื่อก่อน … ผมเคยคุยกับคนที่รู้สึกว่าเขาอยู่ขั้วตรงข้าม… แล้วรู้สึกหมดเรี่ยวแรงเสมือนถูกดูดพลังชีวิต

  • เมื่อผมเสนอหนทางที่น่าจะเป็นไปได้ … เขาชำนาญในการหาข้ออ้างที่น่าจะล้มเหลวขึ้นมาทุกครั้ง
  • เมื่อผมชี้ให้เห็นถึงเหตุผลที่ทำไม่สำเร็จและหาทางพัฒนา … เขาก่นด่าสถานการณ์และคนรอบตัว และบอกว่าชีวิตไม่ยุติธรรม
  • เมื่อผมบอกว่าเราควรหาความสนุกและเป้าหมายในการทำงาน … เขาบอกว่า มันก็แค่คำพูดโลกสวย คนเราทำงานก็เพื่อเงิน เพื่อไม่ให้อดตาย
  • เมื่อผมบอกให้พัฒนาตัวเอง … เขาบอกว่า ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร ทำผลงานไปก็เท่านั้น

ฯลฯ

ผมบอกกับตัวเองว่า… จะพยายามอยู่ห่างจากการคิดลบเอาไว้… เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากการเผาพลังงานไปโดยไร้ค่า … และตัดโอกาสในชีวิต …

ผมไม่เข้าใจพวกเขา … และพวกเขาก็ไม่เข้าใจผม …

พวกเขาเรียกผมว่า …

“พวกโลกสวย”


เมื่อผมโตขึ้น … ผมได้เรียนรู้ว่า มีคนอีกจำนวนมากที่ผลักดันตัวเองจากพลังงานด้านลบ …

  • พวกเขากลัวว่าจะสอบตก … จึงใช้เวลาทุกวินาทีไปกับการอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกจนความรู้แน่นปึ้ก
  • ผู้ควบคุมคุณภาพซอฟท์แวร์ในบริษัทคิดแต่ว่าโปรแกรมยังต้องมีข้อผิดพลาด … และสุดท้ายพวกเขาก็เจอก่อนที่จะส่งมอบให้ลูกค้า
  • พวกเขาคิดว่าโลกโหดร้าย และเงินทองนั้นหายาก … จึงใช้จ่ายอย่างประหยัด … และชีวิตพวกเขาก็ไม่เคยต้องลำบากจริงๆ สักที

ฯลฯ

คุณคิดว่า … คิดแบบไหนถูกครับ???


ทั้งสองฝั่งดูมีเหตุผลของตัวเอง … แต่ก็น่าตลกที่คนทั้งสองฝั่งมักคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะพวกเขาถูกขับเคลื่อนด้วยพลังที่ต่างกัน


ผมเรียนรู้ว่า การแบ่งคนออกเป็นสองพวก โดยใช้ “วิธีการมองโลก” ดูไม่ช่วยอะไร … แต่ถ้าเราใส่เงื่อนไข “การกระทำสร้างสรรค์” เข้าไปด้วย มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

กลุ่มที่หนึ่ง คือคนที่มองโลกในแง่บวก และเปลี่ยนพลังงานด้านบวกนั้นมาเป็นการกระทำที่สร้างสรรค์ มองคิดถึงความเป็นไปได้ โอกาส พลังงาน แล้วลงมือทำให้มันเกิดขึ้นจริง คนกลุ่มนี้เราจะเรียกว่า “คนมองโลกในแง่ดี”

กลุ่มที่สอง คือคนที่ใช้พลังด้านลบมาเป็นแรงผลักให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี เป็นคนรอบคอบระแวดระวัง ลงมือทำมากกว่าอยู่เฉยๆ หรือเอาเวลาไปจับผิดชาวบ้าน ยึดติดกับความเป็นจริง คนกลุ่มนี้เราขอเรียกพวกเขาว่าว “คนมองโลกในแง่จริง”

คนกลุ่มที่สาม คือกลุ่มที่มองโลกในแง่ร้าย มีแต่ข้ออ้างมากมายที่จะไม่ทำอะไรเลย หรือเอาพลังงานไปใช้ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ เอาพลังลบไปยัดเยียดให้คนอื่นจนสุดท้ายทั้งตัวเองและคนรอบข้างก็ไม่ได้มีการพัฒนาไปไหน ผมขอเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “คนโลกมืด”

กลุ่มสุดท้าย … คือคนที่มองโลกในแง่ดี แต่ไม่ยอมทำอะไร จนสุดท้ายผลลัพธ์ในการกระทำออกมาในทางไม่สร้างสรรค์ หลอกตัวเองไปวันๆ ไม่ยอมรับในปัญหาที่มี บอกกับตัวเองว่า สักวันหนึ่งมันคงจะดีขึ้นเอง หรือ แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว … คนกลุ่มนี้เราจะรู้จักพวกเขาในชื่อ “คนโลกสวย”

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว … ผมถามอีกสักครั้ง …

คุณคิดว่า … คุณเป็นคนกลุ่มไหนในสี่กลุ่มนี้ครับ?


Follow ติดตามอ่านบทความดีๆ และพูดคุยกันได้ที่

https://www.facebook.com/ConnectTheDot.in.th/

อ่านบทความทั้งหมดได้ที่

https://medium.com/@walkingtrail

ขอบคุณภาพดีๆ จาก https://www.unsplash.com