Parking Problem
วันนี้มีเหตุที่ต้องเขียนเรื่องที่จอดรถ เพราะเป็นวันจับฉลากประจำปีที่ต้องมีคนลุ้นกันจนตัวโก่งทุกปี ว่าจะได้หรือไม่ได้ ผมก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นเมื่อหลายปีก่อน คือต้องลุ้นว่าได้ที่จอดรถในตึกที่ทำงานอยู่ก็โชคดีไป ไม่ได้ก็ต้องจำยอมจอดลานจอดรถ ซึ่ง 2–3 ปีให้หลังนี่ ลานจอดรถบริษัทอาการหนักขนาดไม่มีที่ให้จอดถ้ามาหลัง 7:30 AM ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจไม่ขับรถมา แล้วใช้ขนส่งสาธารณะคือ MRT และ ขสมก แทน
หลังจากใช้มาสามปีผมรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมาก เช่นได้เดินตอนเช้า ระหว่างไปทำงาน เป็นการออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อย 10–15 นาที ระหว่าง MRT ไปขึ้นรถเมล์ ทำให้เจอสิ่งเหล่านี้
- ได้สังเกตุชีวิตคนใช้ขนส่งมวลชนว่าส่วนมากเป็นอย่างไร
- มีเวลาอ่านบทความจากทาง Line หรือ Facebook มากขึ้น
- ค่าใช้จ่ายถูกว่าซื้อรถเยอะมาก ค่า MRT+ รถเมล์ ขาไป และค่า Taxi ขากลับ ทั้งเดือนยังน้อยกว่าค่าน้ำมันรถ สมัยที่ยังขับรถอยู่มาก
ตรงนี้ก็ทำให้คิดว่าถ้าคนมีบ้านอยู่ Zone รถไฟฟ้าไม่ขับรถมาทำงานกันก็จะทำให้มีที่จอดรถเพิ่ม ให้คนที่บ้านอยู่ไกลๆได้มีที่จอดมากขึ้น แต่ก็อย่างว่านะ มันไม่มีแรงจูงใจให้คนไม่นำรถมาจอดนี่หน่า เคยได้ยินว่ามีบริษัทหนึ่ง ให้เงินชดเชยคนที่ไม่นำรถมาจอด ซึ่งอาจจะได้ผลโดยทุกฝ่าย happy ซึ่งผมคิดว่าบริษัทน่าจะลองแบบนี้ดูซักครั้ง เพื่อให้โอกาสคนที่นำรถมาจอดได้มีโอกาสมากขึ้น ไหนๆบริษัทก็แก้ปัญหาที่จอดรถไม่ได้ ก็ลองวิธีนี้ดูซักปี จะเป็นไรไป น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีใช่ไหมครับ
ลองคิดดูนะครับว่าถ้าการมีที่จอดรถเพิ่มขึ้น 50% จะทำให้อัตราความสุขเพิ่มขึ้น 1% มันคุ้มไหมครับที่จะลองด้วยวิธีนี้
ลองคิดเล่นๆ ถ้าแผนกนึงมีพนักงานแจ้งความจำนงค์จอดรถ 10 คัน แต่ที่จอดรถมีแค่ 3 คัน(อัตราส่วน 30%) นั่นหมายความว่ามี 7 คนที่ผิดหวัง
ลองคิดง่ายๆต่อมาอีกนิด
Option 1: ถ้าแผนกนึงมีพนักงานแจ้งว่าอยากจอดรถ 10 คันแต่ที่จอดมีแค่ 3 คัน(30%) นั่นหมายความว่ามี 7 คนที่ผิดหวัง ซึ่งถ้าใช้วิธี subsidize สักเดือนละ 2000 บาท ให้คนที่มีรถแต่ยอมไม่ขับมา อาจจะมีคน take option นี้ 5 คนจะทำให้อัตราส่วนพนักงานได้โอกาสมีที่จอดรถที่ 60% เพิ่มขึ้นมา 100% เลยนะครับ โดยถ้ามีคน take 1000 คนทั้งบริษัทจะใช้เงิน 1000 * 24000 = 24 ล้านบาทต่อปี
หรือจะใช้ Option 2 : ถ้าต้องการให้บริษัทมีที่จอดรถ 100% สำหรับพนักงานใน Area นั้น อาจจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทเพื่อซื้อที่ดินและสร้างตึกสำหรับจอดรถอย่างเดียวให้พนักงานที่ต้องการจอดรถให้ครบทุกคัน
จะสังเกตุได้ว่าวิธี subsidize ดูจะง่ายและลงทุนต่ำกว่าเยอะ แต่ก็ต้อง control เรื่อง ethic ด้วยเพราะวิธีนี้จะมีพวกตามน้ำมาเยอะ แต่ถึงอย่างไรก็อยากให้ลองจริงๆซักปีก็ได้ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา การเช่าที่จอดรถเพิ่มมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้เลย
ลองคิดเพิ่มอีกนิดนะครับ ว่า 24 ล้านได้อะไรบ้าง
- พนักงานปรับเปลี่ยน behavior มาทำงานโดยขนส่งมวลชน ลด demand ที่จอดรถให้เฉพาะคนที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น
- มีที่จอดรถมากขึ้น พนักงานเครียดน้อยลง ทำงานดีขึ้นแน่นอน
- ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
- พนักงานมีเงินเพิ่ม ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
อย่างว่าหละครับ อะไรที่มีการลงทุนสูง อาจจะต้องคิดกันถี่ถ้วนหน่อย เดี๋ยวปีหน้ามาลุ้นกันอีกที ว่าปัญหานี้จะมีผู้ใดเป็นฮีโร่ แก้ไขได้ แต่ที่แน่ๆ ผมชินกับการนั่งรถเมล์ไปซะแล้ว
