ทำอะไรซ้ำๆ ใช่ว่าจะน่าเบื่อ — พลังของรูทีนที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

เคยไหมที่จะต้องตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน นั่งลงตรงที่เดิมแล้วดื่มกาแฟรสชาติเดิมๆ ทุกวัน ทำอะไรต้องทำตามตารางเวลาที่เซ็ตไว้เดิมๆ เป๊ะ บางคนอาจทำรูทีนนี้ติดต่อกันนานเป็นสิบๆ ปี ถึงขั้นเรียกได้เลยว่าเป็น “พิธีกรรมประจำวัน” บางคนเริ่มต้นและจบพิธีกรรมประจำวันที่เวลาเดิมทุกวัน ในสถานที่เดิมๆ ตลอด

หลายคนอาจมองว่าทำอะไรแบบนี้มันช่างน่าเบื่อ ไร้ความแปลกใหม่ ขัดแย้งกับไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ ที่ชีวิตต้องเร็วและน่าตื่นตาตื่นใจ 

แต่ที่จริง การที่เราได้ทำกิจกรรมซ้าๆ นั้นมีประโยชน์กว่าที่เราคิดมาก และคุ้มค่ามากพอที่เราจะกันเวลาบางส่วนเพื่อทำรูทีนนั้นด้วย

1. ได้ทบทวนตัวเอง

การที่เราได้มีโอกาสลงมือเพื่อทำอะไรช้าๆ วันละนิด มันช่วยให้เราได้มีเวลาสำหรับทบทวนสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ทุกวัน เราอาจมองเห็นจุดบกพร่องบางอย่าง ซึ่งเราอาจมองข้ามไปหากเรามัวแต่เร่งรีบอยู่ตลอดเวลา

2. ช่วยจัดระบบความคิด

พิธีกรรมประจำวันอย่างเช่น การนั่งเขียนไดอารี่ก่อนนอนอย่างน้อยวันละหนึ่งหน้าเป็นพิธีกรรมประจำวันที่ช่วยให้เรามีการทบทวนหมุดหมายชีวิตอยู่ตลอดว่า เป้าหมายระยะยาวของเราคืออะไร และสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ทุกวันนั้น มันสอดคล้องหรือช่วยส่งเสริมเป้าหมายระยะยาวของเราสักแค่ไหน บางคนอาจมองเห็นได้เลยว่ามีหลายอย่างที่เราไปเสียเวลากับมันมากในแต่ละวัน แต่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อเป้าหมายระยะยาวของเราแม้แต่น้อย การได้ครุ่นคิดอย่างใจเย็นช่วยทำให้ชีวิตเกิดการจัดระเบียบแผน (Priority) ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของเรามากขึ้น

3. กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ (อันนี้สำคัญมากๆ)

มีงานวิจัยบอกมาว่า “ความคิดสร้างสรรค์” จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีรูทีนที่ดี เรื่องนี้อาจตรงข้ามกับสามัญสำนึกของเราที่มักคิดว่าไอเดียใหม่ๆ เกิดจากการปล่อยใจปล่อยตัวให้เป็นอิสระอย่างสิ้นเชิง แต่ที่จริงการถูกบังคับให้ต้องทำอะไรบางอย่างซ้ำๆ เป็นประจำทุกวัน สมองของเราจะมองหาหนทางหรือวิธีที่แตกต่าง เพื่อหลีกเลี่ยงความจำเจ และนี่คือคือที่มาของไอเดียล้ำๆ ขณะที่สมองของคนไม่มีกิจวัตรประจำวันอะไรที่แน่นอน โอกาสที่จะถูกบีบให้คิดอะไรใหม่ๆ มีน้อยกว่า

คนที่มีกิจวัตรประจำวันมักเป็นคนที่ผลิตงานออกมาได้เยอะกว่าเพราะมีรูทีนช่วยกระตุ้นความครีเอท

ฮารุกิ มูราคามิ

ฮารุกิ มูราคามิ นักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่น คนเขียน IQ84 กับ Norwegian Wood จะตื่นตีสี่ทุกวันแล้วเริ่มต้นเขียนหนังสือติดต่อกัน 5–6 ชั่วโมง จากนั้นในช่วงบ่าย เขาจะวิ่งทางไกลวันละ 10 กิโลเมตร หรือว่ายน้ำวันละ 1500 เมตร หรือทำทั้งสองอย่างเลย และสุดท้ายเขาจะเข้านอนเวลาสามทุ่มตรง เป็นเช่นนี้เหมือนกันทุกวันอย่างเคร่งครัด เขาบอกว่าการทำซ้ำๆ กันอย่างนี้นี่แหละเป็นเคล็ดลับที่ช่วยทำให้ใจของเขาเข้าสู่สภาวะที่เอื้อต่อการแต่งนวนิยายของเขา (ที่มันยอดมนุษย์ชัดๆ)

ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำตามนักเขียนชื่อดังขนาดนั้น ลองแบ่งเวลาวันละครึ่งชั่วโมง ทำอะไรสักอย่างต่อเนื่องดู เช่น การนั่งสวดมนต์, การเขียนไดอารี่ก่อนเข้านอน, ออกกำลังกาย, วาดรูป, อ่านหนังสือ ฯลฯ

เพราะรูทีนประจำวันอันน้อยนิด ส่งผลมหาศาลในอนาคต

นายบัวบก