Grameen Bank สถาบันเงินกู้เพื่อสู้ความยากจน หมดกังวลเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน


หากคุณคิดจะไปขอกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อ คิดว่าทางธนาคารจะใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาเพื่ออนุมัติสินเชื่อให้คุณ? แน่นอนว่าคุณต้องมีหลักทรัพย์พวกบ้าน รถยนต์ ที่ดิน เงินทอง รวมทั้งสลิปบัญชีแสดงรายรับ — รายจ่ายหมุนเวียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เช็คตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินว่าคุณมีความสามารถในการชำระจ่ายคืนได้มากน้อยเพียงใด

ดร. มูฮัมหมัด ยูนุส // ภาพจาก Wikipedia

แต่ด้วยวิธีคิดที่มองมุมต่างของ ดร. มูฮัมหมัด ยูนุส (Dr. Muhammad Yunus) นักเศรษฐศาสตร์ชาวบังกลาเทศที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนยากจนให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าคนจนนั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและวินัยทางการเงิน เพียงแต่ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ทั่วไป เพราะไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอให้สถาบันการเงินสำหรับใช้รับประกันความเสี่ยง

“ชาวบ้านอาจไร้เงินทองแต่ไม่ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์ เงินเพียงเล็กน้อยสำหรับคนมั่งมีสามารถต่อชีวิตและอาชีพแก่คนยากไร้ในชนบทให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้”

คำกล่าวของอาจารย์ฯ ในข้างต้นจึงเป็นที่มาของการก่อตั้งธนาคารคนจนหรือ กรามีน แบงก์ (Grameen Bank) ซึ่งปล่อยสินเชื่อไมโครเครดิต (Micro-credit) ให้กับคนจน โดยไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน แต่อาศัยความเชื่อมั่นและศรัทธาในศักยภาพของคนจนในแต่ละคนเพื่อการพัฒนาตนเอง ซึ่งทุนตั้งต้นกิจการในช่วงแรกเริ่ม ก็มาจากเงินส่วนตัวของอาจารย์ยูนุสเอง

จุดเริ่มต้นของกรามีน แบงก์ (Grameen Bank) เริ่มจากเมื่อปี พ.ศ. 2519 ประเทศบังกลาเทศได้เผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก ส่งผลให้กิจการปศุสัตว์และการเกษตรเสียหาย ผู้คนในประเทศประสบภาวะทุพภิกภัย (อดอยาก) ทั่วอาณาบริเวณ กอปรกับตัวอาจารย์ยูนุสเองขณะนั้นก็เป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชา “เศรษฐศาสตร์ชนบท” ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาซึ่งคนส่วนใหญ่ประสบสภาวะดังกล่าว จึงได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องเงินกู้และชีวิตของคนยากจนเพิ่มเติม

จากนั้นจึงได้ก่อตั้งธนาคารคนจนหรือ Grameen Bank ก็เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่เผชิญความยากลำบาก โดยยึดหลักในการบริหารเงินทุนว่าให้เงินกู้ทีละน้อยๆ เพื่อให้คนที่เดือดร้อนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมกับค่อยๆ ทยอยใช้คืน เพื่อจะได้ให้คนเหล่านั้นสามารถพึ่งพาตนเองได้ในภายภาคหน้า

อาจารย์ Yunus ไม่ต้องการช่วยเหลือผู้คนด้วยวิธีการแจกของบริจาค เพราะเขาเชื่อว่าวิธีการดังกล่าวเป็นการทำลายคน สร้างค่านิยมให้คนเกียจคร้าน ไร้แรงขับเคลื่อนในการพัฒนาศักยภาพ เพราะหลักการสำคัญของ Grameen Bank ก็คือการเคารพศักยภาพในตัวคน และเชื่อว่าคนจนทุกคนมีความสามารถที่จะหลุดพ้นจากความยากจนได้ทั้งนั้น หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนในเชิงสถาบันด้วยหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมคู่ควร ความยากจนไม่ควรแก้ไขด้วยวิธีการกุศล แจกของหรือรับบริจาค เพราะวิธีการดังกล่าวไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืน

และจากผลงานของตัวยูนุสที่เราได้กล่าวมานั้นก็ได้ช่วยให้ผู้คนชาวบังกลาเทศจำนวน 2–3 ล้านคน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สัมฤทธิ์ผล ส่งผลให้แนวคิด Grameen Bank ได้กลายเป็นโมเดลในการช่วยเหลือผู้คนฐานะยากจนในอีก 23 ประเทศ จวบถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลสำคัญระดับโลกต่างๆ มากมายเพื่อเชิดชูคุณูปการที่ได้เสียสละทำเพื่อสังคม อาทิ รางวัลแมกไซไซ (2537), รางวัลมูลนิธิเวิลด์ฟู้ดไพรซ์ (2539), รางวัลไซมอนโบลิวาร์จากยูเนสโก (2541), รางวัลสันติภาพซิดนีย์ (2547), รางวัลแม่พระเทเรซ่า (2549) และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

“เพราะเรามีการปลูกฝังแนวคิดเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีจากคนข้างล่าง เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน สันติภาพที่คงทนจะเกิดขึ้นไม่ได้หากประชาชนกลุ่มใหญ่ไม่พบหนทางที่จะทำให้หลุดพ้นจากความยากจน และ Micro-credit คือหนึ่งในหนทางแก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้”

และนั้นเป็นคำประกาศของ Dr. Muhammad Yunus เมื่อตอนได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ

นายบัวบก

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.