ไอดอล = นักโทษหน้าตาดี? เมื่อระบบของวงการอาจทำให้ “ความเป็นมนุษย์” ของไอดอลสูญหาย


“ไอดอลญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากนักโทษหน้าตาดี”

มิตรสหายของเราท่านหนึ่งได้กล่าวไว้

เราติดตามไอดอลกับเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะ BNK48 ที่มีเพลงฮิตไปทั่วเมืองอย่างคุกกี้เสี่ยงทาย 2 เดือนมานี้เราดูน้อง ๆ ทุกวัน ไปส่องวงต้นฉบับ AKB48 รวมทั้งหาข้อมูลวัฒนธรรมไอดอล เพราะอยากทำความเข้าใจ พอเวลาผ่านไปสักพักเราก็คิดได้ เรื่องที่เขาพูดท่าจะจริง

AKB48 / ภาพจาก CEOblog.co

เกริ่นสักนิด AKB48 ก่อตั้งในปี 2005 จากความคิดของคุณยาซูชิ อากิโมโตะ หรือรู้จักกันดีในชื่อ อากิพี ที่สนใจเรื่องการสร้างทีมเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ แต่ในญี่ปุ่นไม่ได้หาคนร้องเพลง เต้นเก่ง หรือสวยง่าย ๆ การรวมตัวของเด็กสาวค่อนข้างธรรมดานี้เอง กลับสร้างเสน่ห์บางอย่างขึ้นมา และไม่ว่าคนออดิชั่นจะมีความสามารถหรือมีความพยายามตามฝันก็เข้าร่วมวงได้ ซึ่ง AKB48 เสนอเรื่องราวก่อนพวกเธอจะกลายเป็นดาว

ส่วนความเห็นของผู้ชมก็แตกต่างกัน มีกลุ่มที่ชอบเพราะความน่ารักถูกสเปค กลุ่มเด็กผู้หญิงวัยเดียวกันอยากเป็นไอดอล และผู้ใหญ่ที่เข้ามาให้กำลังใจ อากิพีย้ำว่าไม่เคยคิดถึงแผนการตลาด เขาฟังฟีดแบ็คแล้วค่อยพัฒนาตาม

แต่สิ่งที่เราตั้งคำถามมาตลอดคือ ผู้บริหารเองฟังเสียงจากสมาชิกบ้างหรือไม่ พอมีวงน้องสาว BNK48 ในบ้านเรา ความสงสัยในหัวเรายิ่งขยายใหญ่ขึ้น มี 6 ข้อด้วยกัน เริ่มจาก:

  1. ลุค

ของน้อง ๆ ตอนเราดูซิงเกิ้ล Aitakatta (อยากจะได้พบเธอ) — Story Version ไม่อินกับการโปรโมทด้วยยูนิฟอร์ม แต่พอรู้คอนเซ็ปต์ก็นึกภาพตามออก หลังจากนั้นเราดูมาเรื่อย ๆ สรุปไปงานไหนก็ต้องใส่เครื่องแบบไป มันเลยขัดแย้งกับจุดขาย “ความเป็นตัวตน” ขณะที่ girl group กลุ่มอื่นพยายามดึงคาแร็กเตอร์ สร้างสมาชิกแต่ละคนให้เด่น แต่วงนี้เน้นเหมือนกัน แต่งหน้าทำผมโทนเดียวกัน มีแค่รายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้นที่ต่างกัน

มันจะมีคำแนะนำจากโอตะประเภท ชอบสายฮาดูน้อง A สิ ถ้าชอบแนววาไรตี้ต้องน้อง B ส่วนน่ารักมุ้งมิ้งเชิญน้อง C ซึ่งเราก็ตามแถมโอชิอยู่ 2 คน ถึงรู้ว่าน้องเป็นตัวเอง แต่อยู่ในแนวทางที่ค่ายสนับสนุนให้เป็น เห็นชัดเจนจากภาพก่อนวงดังกับตอนคัดเลือกรุ่น 2 จะมีคนเชียร์จากทางบ้านกระหน่ำส่งรูปเพื่อแนะนำสาวหน้าใหม่ ดังนั้นในทวิตเตอร์จะเจอภาพตั้งแต่แนวหวานใส ไปจนถึงแนวเปรี้ยว เท่ มั่นใจ พวกกระโปรงสั้น เว้า ผ่า เสื้อเอวลอย บล็อกตาดำ ทาปากม่วง ฯลฯ มาหมด แต่เมื่อน้องเข้าวงแล้วจะถูก tone down ให้ kawaii ทันที รูปที่ลงโซเชี่ยลมีเดีย official ยังมีลุคเดิมอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครเผ็ดเท่าที่เคยเป็น

สำหรับเราการแต่งตัวเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่คน ๆ หนึ่งจะเลือกใส่อะไรก็ได้ ถ้าไม่เข้าขั้นผิดกฎหมายอนาจาร ดูเหมือนค่ายจะดูแลภาพลักษณ์ให้น่ารักอย่างจริงจัง จนทำให้รู้สึกถึงความคลุมเครือว่า วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งพอไม่อยู่บนเวทีแล้วเขาใช้ชีวิตปกติได้แค่ไหน

ความสดใสน่ารักของ AKB48 ใน MV เพลง Sugar Rush / ภาพจาก Hinabe Subs

2. การขายความน่ารัก

Bryian Lewis อาจารย์พิเศษจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้นิยาม kawaii ในบทความวิชาการ ‘Cool Japan’ and the Commodification of Cute: Selling Japanese National Identity and International Image ดังนี้

“คาวาอี้” จะมาพร้อมกับ ความเป็นเด็ก ความไร้เดียงสา การช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และการแสดงออกถึงความไร้สมอง

เขาได้ยกตัวอย่างวง AKB48 วงพี่สาวของ 48 Group เป็นตัวอย่าง

ถ้าใครเคยดูรายการทีวีของญี่ปุ่นมาบ้าง นอกจากไอดอลสาวเหล่านั้นจะถูกแกล้งออกสื่อเป็นประจำ เช่น ถูกหลอกให้นั่งเก้าอี้ที่ขาหัก เพื่อล้มกระโปรงเปิดโชว์ขาอ่อนออกกล้อง ตอกย้ำความเป็นวัตถุทางเพศไปอีกอย่างในลิงค์นี้

สมาชิกวง AKB48 ยังถูกหลอกให้ “โชว์ความไร้สมอง” ออกสื่ออีกด้วย ซึ่งความไร้สมองที่ว่าไม่ใช่แค่ตอบปัญหาเชาว์ผิดอย่าง “อ๊บไสไม้” แต่เป็นความไม่ฉลาดทางวิชาการเลยทีเดียว

ในรายการ Yamapi no Kiss Eigo พิธีกรได้สร้างสถานการณ์ให้สมาชิกของ AKB48 ต้องโทรศัพท์คุยกับคนต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษ รายการจะถ่ายทอดสดการสนทนาเอาไว้ และเอาความอ่อนด้อยของไอดอลที่พูดอังกฤษผิดๆ ถูกๆ มาสร้างความบันเทิงให้คนดูหัวเราะชอบใจ เช่นในลิงค์นี้

ความ “คาวาอี้” แบบนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งให้วงเป็นที่นิยม

3. การใช้สื่อ

น้อง ๆ เสียสละมาก เพราะต้องลบโซเชี่ยลมีเดียส่วนตัว แล้วเริ่มต้นใหม่พร้อมกัน จากที่เห็นสามารถติดตามสมาชิกด้วยกันเองและคนมีชื่อเสียงได้ แต่ไม่พบว่ากดไลก์ กดหัวใจ หรือคอมเมนต์ใคร รวมทั้งมีทีมงานช่วยดูแลการใช้สื่อออนไลน์ด้วย ภาพรวมเรามองเห็นทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี คือ ช่วยป้องกันการตอบโต้ที่รุนแรง ความเสี่ยงกับข่าวลบ การเปิดเผยเรื่องส่วนของสมาชิก ภาพหลุดกรณียังไม่อนุญาตให้เปิดเผยด้วยเหตุผลธุรกิจ กระแสดราม่าต่าง ๆ ส่วนข้อเสีย คือ การเสียโอกาส ถูกตัดช่องทางการแสดงความคิดเห็นไปส่วนหนึ่ง ซึ่งสวนทางกับลักษณะนิสัยของวัยรุ่นปัจจุบัน ทุกคนผูกพันกับสื่อและใช้ติดต่อกันตลอดเวลา ตัวอย่าง สมาชิกของวงอายุ 13–14 ปี จะไม่มีความทรงจำในโลกออนไลน์ถึง 9 ปี นอกจากเป็นหนึ่งใน BNK48

4. ขอบเขตการแสดงออก

การตีความคำว่า ไอดอล แบบไทย ๆ มักยกย่องให้เป็นบุคคลตัวอย่าง ผู้สร้างแรงบันดาลใจ เป็นเด็กดี เรียนเก่ง มีมารยาท ฯลฯ ตรงนี้สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ประเทศญี่ปุ่นคุณณัฐพงศ์ ไชยวานิชย์ผล ชี้แจงจากเสวนา Doc+Talk : Tokyo Idols ว่าคนไทยชื่นชมความสมบูรณ์แบบ ใกล้เคียงกับไอดอล 80’s ในญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ไอดอล คือ เอ็นเตอร์เทนเนอร์

ไอดอลญี่ปุ่นส่วนใหญ่หยุดเรียนเพื่อทำงานตรงนี้เต็มตัว หรือต่อให้ผลการเรียนดีเลิศ แต่ด้อยเรื่องการแสดงบนเวทีก็ไม่เป็นที่นิยม อย่างอดีตสมาชิกคนหนึ่งของ AKB48 อุชิยามะ นัตสึกิ มีความรู้เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ จนได้เขียนหนังสือ “รัฐธรรมนูญนิยม” ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาวิทยาลัยคิวชู แต่เธอไม่เคยติดทีมไอดอลตัวจริง นั่นแสดงว่า คุณสมบัติเด็กดีไม่จำเป็นสำหรับไอดอล

เราเคยคลิกเข้าไปดูคลิปน้อง ๆ เผลอสบถ ดูเป็นของหายากมาก หรือเอาไว้แซวแนว “คนอะไรพูดไม่เพราะยังน่าเอ็นดู” ไม่ได้สนับสนุนให้ทำ แต่น้องเป็นคนค่ะ ต้องมีอารมณ์อื่นนอกจากร่าเริง อารมณ์ดี เป็นมิตร พร้อมส่งความรักให้ปวงชนบ้าง การแสดงออกในทางเดียวกันตลอดมันผิดธรรมชาติ คล้ายกับตอนเราฝังโปรแกรมให้หุ่นยนต์

ยังไม่รวมเรื่องการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เห็นเมมเบอร์คนหนึ่งออกมาพูดเรื่องประธิปไตย เธอได้เสียงชื่นชมจากแฟน ๆ คับคั่ง จุดนี้เรากลับมองเห็นความย้อนแย้ง เพราะระบบของ 48 Group ไม่เปิดโอกาสมากพอให้สาว ๆ ออกไอเดีย ตราบใดที่น้องไม่มีสิทธิมีเสียงเลือกระหว่างติดกิ๊บหรือติดโบว์บนผมตัวเองดี คงเสนอแนะเรื่องอื่นไม่ได้

ยาซูชิ อากิโมโตะ (คนกลาง) ผู้ก่อตั้งวงไอดอลต่างๆ รวมถึง AKB48 กล่าวว่าไม่มีกฎเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไอดอลห้ามมีแฟน แต่เป็นเหมือนสัญญาใจระหว่างไอดอลกับแฟนคลับ / ภาพจาก twitter.com

5. ความรัก

การมีแฟนไม่ใช่ข้อห้ามของบริษัท แต่เป็นธรรมเนียมที่รู้กันไอดอลต้องโสด เพราะจะมีผลต่อความนิยม ที่ไทยกรณีล่าสุดน้องแคน BNK48 ถูกเปิดเผยรูปใน IG ลับของเธอขณะทานอาหารกับชายหนุ่ม จากนั้นเธอถูกพักงานเป็นเวลา 1 เดือน ข่าวนี้เป็นเรื่องใหญ่และกวนใจแฟนคลับอยู่หลายวัน มีทั้งคนที่โกรธและให้กำลังใจ

ส่วนโอตะที่เสียใจเพราะผิดหวังที่น้องไม่ทำตามกฎ จนมีหลายคอมเมนต์บอกว่า “รับกฎไม่ได้มาเป็นไอดอลทำไม” ในฐานะคนอ่านข่าว อยากถามกลับเขาเลยว่า “กฎแบบนี้ยังใช้ได้ในปี 2018 ด้วยเหรอ ?” วินเทจนะ นึกว่าอยู่สมัยเดียวกับเพชรา เชาวราษฎร์ จะคบใครก็ผิด กลัวแฟนคลับน้อยใจ

แคน BNK48 / ภาพจาก เว็บแบไต๋

มีข้อมูลสุดพีคเกี่ยวกับข้อปฏิบัติดังกล่าว ปี 2012 เมื่อไอดอลสาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง (ไม่ประสงค์ออกนาม) ถูกเรียกร้องค่าเสียหาย 9.9 ล้านเยนจากบริษัทหลังถูกพบว่ามีแฟน ซึ่งเธอเป็นผู้ชนะคดี บทความเรื่อง กรณี ‘แคน BNK48’ การฟ้องร้องในความเสียหายจากสัญญาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เขียนโดย RicchanSama ใน GM Live ระบุข้อความจากผู้พิพากษาศาลแขวงโตเกียว

“การมีสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามนับเป็นส่วนหนึ่งของการแสวงหาความสุข แม้จะต้องคำนึงถึงบริบทพิเศษอย่างการเป็นไอดอล แต่การห้ามมีสัมพันธ์เช่นนั้นถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ”

เรื่องความรัก ควรเป็นสิทธิที่ตัวเมมเบอร์เองเท่านั้นเป็นคนตัดสินใจ เราห่วงน้อง ๆ ได้ แต่อย่าลืมความเป็นมนุษย์ของน้องด้วยล่ะ

เมื่อปัญ BNK48 ไปออกรายการ The Rapper

6. ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์

ที่ญี่ปุ่นไอดอลและนักร้องแยกจากกันชัดเจน มีไอดอลหลายประเภท เช่น ไอดอลวาไรตี้โชว์ ไอดอลนักพากย์ ไอดอลที่มาจากการถ่ายแบบ ไอดอลใต้ดิน ฯลฯ แต่ในไทยวัฒนธรรมนี้ยังใหม่มาก วงลักษณะนี้มีน้อย สังคมจึงมองน้องกลุ่มนี้เช่นเดียวกับนักร้อง สังเกตจาก BNK48 เป็นเจ้าของรางวัลในวงการบันเทิงหลายรายการ ตัวอย่าง ศิลปินหน้าใหม่แห่งปี ศิลปินหน้าใหม่มาแรง และศิลปินที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด ดังนั้นคนดูคาดหวังจะเห็นน้อง ๆ แสดงความสามารถอย่างเต็มที่

แต่ด้วยระบบของ 48 Group ที่ “คิดมาแล้ว” สมาชิกไม่มีส่วนออกแบบคำร้อง ทำนอง ท่าเต้น สไตลิสต์ ฯลฯ ทุกอย่างจัดการเบ็ดเสร็จโดยผู้ใหญ่ ป้อนให้เด็กทำตาม แตกต่างกับค่ายเพลงทั่วไป ชวนให้คิดต่อไปอีกว่า ในฐานะศิลปินฝึกหัด น้องถูกกดศักยภาพไหม จริงอยู่ที่ค่ายคัดคนไม่เพอร์เฟกเข้ามา

แต่พอวงมีชื่อเสียงแล้ว วัยรุ่นที่มีพื้นฐานดีก็สนใจมาออดิชั่น พวกเธอได้โชว์ของที่สะสมไว้แล้วหรือยัง ขอพื้นที่สื่อให้น้อง ๆ ออกมาฉายแววเช่นเดียวกับประเทศต้นฉบับ

48 Group กับรายชื่อกลุ่มไอดอลในสังกัดทั้งหมด / ภาพจากYouTube

เราไม่เคยมองน้องเป็นสมบัติของค่ายหรือของใครโดยสมบูรณ์ 48 Group ยังปั้นเด็กต่อไป มีตู้ปลา มีงานจับมือเรื่อย ๆ เราก็ยินดี แต่ไม่เห็นด้วยกับระบบบริหารบางส่วนและกฎบางข้อของบริษัทที่เข้าขั้นเซอร์เรียล เหมือนการฝึกคนให้อยู่ในโอวาท

ไม่แน่เราอาจเป็นแฟนคนเดียวที่นับเวลาถอยหลังรอน้องที่ชอบแกรดออกมา อยากตามดูว่าจะอัพรูปในโซเชี่ยลและใช้ชีวิตอย่างไรเมื่อไม่มีนามสกุล 48 ต่อท้าย เพราะถ้าเราจะรักใคร เราก็อยากรักในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง และเป็นตัวของตัวเองมากกว่าของพรีเมี่ยมไร้ที่ติ หวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคต

ปล. บทความนี้เป็นแค่ part 1 นาจา ตอนหน้าจะพูดถึงโอตะแฟนผู้ภักดี และความเข้าใจผิดที่มีต่อไอดอล

(สามกมน)

ที่มา :

http://bit.ly/2Nc4wJo

https://www.youtube.com/watch?v=uThd4Hru61o

https://www.youtube.com/watch?v=PbhFViGPJHo

https://www.youtube.com/watch?v=hh5aLtmzI1c&t=14s

https://gmlive.com/thailand-idol-bnk48-study-very-hard

https://gmlive.com/can-bnk48-romantic-relationship-prohibition-case

https://www.sbs.com.au/popasia/blog/2016/01/20/japanese-pop-star-wins-right-have-boyfriend-landmark-court-ruling