บทเรียนจากการทำพาสปอร์ต — เด็กที่ครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้า มีที่ยืนตรงไหนในระบบราชการไทย

เช้าวานนี้ที่สำนักงานหนังสือเดินทาง ผมอุ้มลูกสาววัยขวบครึ่งต่อแถวรับเอกสารเพื่อทำ “หนังสือเดินทาง” เมื่อไปถึงโต๊ะเจ้าหน้าที่ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะการทำหนังสือเดินทางให้แก่ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องใช้สูติบัตร และจำเป็นต้องมีทั้งพ่อและแม่มายินยอม 

ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ คนที่ยืนต่อจากผม เป็นหญิงสาวดูจากหน้าตาแล้วคงเป็นรุ่นอายุสัก 20 นิดๆ ลูกชายเธออายุประมาณ 5–6 ขวบ 

เจ้าหน้าที่ดูหลักฐานไม่ถึง 30 วินาที

.. “แล้วพ่อเด็กล่ะ” 
.. “พ่อเด็กอยู่เมืองจีนค่ะ” 
.. “ไม่ได้ๆ ต้องให้พ่อเด็กมาด้วย” 
.. “พ่อเด็กเป็นคนจีนอ่ะค่ะ มาไม่ได้” 
.. “มาไม่ได้ก็ต้องไปทำเรื่อง ทำจดหมายรับรอง จากสถานฑูตจีนมาอย่างถูกต้อง ไม่งั้นไม่ได้”

หญิงสาวอุ้มเด็กชายเดินหน้าจ๋อยออกมาจากโต๊ะเจ้าหน้าที่

ระบบราชการไทย.. ยังไม่มีพื้นที่ให้กับความแตกต่างหลากหลายของครอบครัว

วิธีคิดของคำว่า”ครอบครัว”แบบราชการไทยคือต้องมี “พ่อ แม่ ลูก” อยู่ด้วยกันเท่านั้น สิ่งที่เป็นข้อมูลซึ่งยอมรับได้คือ “หย่ากัน” ในกรณีที่หย่ากัน หากเด็กอายุไม่ถึง 15 ปีต้องการหนังสือเดินทาง ต้องมีจดหมายยินยอมซึ่งได้รับการรับรองจากอำเภอมาด้วย 

ทุกวันนี้… คำว่าครอบครัว มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเสรีภาพ ข้อจำกัด และ การแสวงหาความสุขของมนุษย์แต่ละคน ที่จะสร้างครอบครัวขึ้นมา ทุกวันนี้ครอบครัวอย่างแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ก็พบเห็นได้ไม่ยากนัก ครอบครัวคู่รักที่เป็นเพศอื่นๆ ล่ะ ก็แล้วถ้าเค้าใช้วิธีไปรับเด็กมาเลี้ยง เค้าจะไปหา “พ่อ-แม่” เด็กที่ไหนมายินยอมให้ได้ แต่เค้าก็เป็นครอบครัวที่มีความรักให้แก่กันไม่น้อยกว่าครอบครัวอื่นๆ นะ

ถ้านึกภาพไม่ออกลองนึกภาพแองเจลิน่า โจลี่ กับแบรดพิตว่ากำลังมีปัญหาที่สำนักงานขนส่ง เพราะพาบรรดาลูกๆ ที่ไปรับมาเลี้ยงทำหนังสือเดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ 

ครอบครัวที่พ่อแม่ “หย่ากันอย่างไม่ดี”ต่างคนต่างไปมีครอบครัวใหม่แล้ว จะไปเอาใบยินยอมจากอีกฝ่ายมายังไง ครอบครัวที่เป็นชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง ที่มีลูกด้วยวิธีฝากคนอื่นท้อง จะต้องไปควานหาพ่อเด็ก/แม่เด็กมาจากไหน

ระบบของสำนักงานหนังสือเดินทาง อาจดีสำหรับกรณีที่ป้องกันว่า พ่อ หรือ แม่ จะพาเด็กหนีไป… แต่ต่อให้อยู่ไทยก็หนีจนหาตัวไม่เจอได้อยู่ดี นอกจากประโยชน์ข้อนี้ผมก็ยังนึกอันอื่นไม่ออก

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ระบบราชการไทยไม่ยอมรับความต่างหลากหลายของครอบครัว ทั้งๆ ที่ ความเป็นจริง ประชาชนในชาติ จะมีครอบครัวอย่างไรแล้วมีความสุข ไม่ใช่กงการอะไรของรัฐที่ต้องมากำหนด รัฐต้องทำหน้าที่สนับสนุนให้ประชาชนมีความสุข ไม่ใช่ขัดขวาง

ผมยืนมองอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ ที่บันทึกทุกข้อมูลลงไปในระบบออนไลน์ เจ้าหน้าที่ก็ให้บริการด้วยความเต็มใจ ยิ้มแย้ม น่ารัก คือมันมีความพยายามที่จะ”อัพเกรด”จากระบบเก่าๆ แต่… ถ้าเราจะก้าวไปถึง”อนาคต”ได้จริงๆ การทำระบบให้ยอมรับความแตกต่าง หลากหลายของประชาชนได้นั้นเป็นโจทย์ที่รัฐต้องเดินหน้าทำต่อไป

Pui Pastel

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.