รู้มั้ย วิธีการกินพิซซ่า สามารถเอามาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้


หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “บทเรียนชีวิตจริงอยู่นอกห้องเรียน” กันมาบ้าง คำกล่าวนี้ดูท่าจะเป็นจริงเมื่อ Dirk Zeller นักเขียนและโค้ชด้านธุรกิจ เจ้าของหนังสือ Successful Time Management for Dummies ได้สรุปวิธีจัดการปัญหาชีวิตต่างๆ โดยใช้หลักของการทานพิซซ่าหลายๆ แบบ ดังนี้

- อันแรกเรียกว่า Eat-the-crush-first หรือกินหน้าพิซซ่าก่อน เพราะในพิซซ่าหนึ่งถาดจะมี Topping และส่วนประกอบรสชาติอร่อยเยอแยะมากมาย วิธีนี้เปรียบเสมือนแก้ไขปัญหาโดยพุ่งไปที่ต้นตอของปัญหาเลยตั้งแต่แรก กล่าวคือพิจารณาให้เห็นว่าต้นตอปัญหาที่เกิดมาจากสาเหตุอะไรแล้วก็ลงมือแก้ไขในจุดนั้น วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพราะเป็นการจัดการกับปัญหาที่ต้นเหตุ

พิซซ่าที่ใส่ Swiss Cheese // ภาพจาก kosherscene.files.wordpress.com

- ข้อที่สอง หลักการอาจจะมีความ ย้อนแย้ง กับวิธีแรกสักหน่อยคือ Swiss-cheese-approach หรือสวิสชีสที่ใช้ทำพิซซ่านั้นจะมีรูเล็กๆ พรุนเต็มตัว เปรียบเสมือนปัญหาทุกอย่างที่อยู่ใหญ่โต มันจะมีจุดเล็กๆ ที่เป็นจุดที่เข้าถึงได้ง่ายอยู่ในนั้นเสมอ ซึ่งหากต้นตอปัญหาเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินตัว เกินกำลังที่เราจะรับมือจัดการกับมัน ก็ลองปรับเปลี่ยนมองหาข้อบกพร่องส่วนเล็กๆ ในปัญหาที่แก้ไขได้ง่ายที่สุดก่อนแล้วลงมือจัดการปัญหาตรงนั้น เมื่อแก้ไขส่วนนั้นได้แล้วก็มองหาส่วนที่ง่ายในลำดับต่อมา ค่อยๆ จัดการทีละส่วนแบบ step by step จนทุกอย่างลุล่วง

- ข้อที่สามเรียกว่า Salami approach วิธีนี้จะมีความคล้ายคลึงกับวิธีที่สอง แต่เหมาะกับปัญหาระยะยาวที่มีเส้นตายยาวนาน คือแทนที่เราจะผัดวันประกันพรุ่งรอจนใกล้จะถึงกำหนดแล้วค่อยเร่งมือทำชนิดข้ามวันข้ามคืน พยายามแบ่งงานทั้งหมดออกเป็นส่วนๆ ที่เป็นอิสระจากกัน แล้วกำหนดเส้นตายของงานแต่ละส่วนพร้อมค่อยๆ ลงมือทำ เพื่อให้งานเดินหน้าไปได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เหมือนหน้าของพิซซ่าที่จะมีชิ้นเนื้อเล็กๆ อย่าง Salami แบบต่างๆ เป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ

- Discard the garnish ข้อคิดสุดท้ายนั่นคือ ในพิซซ่าหนึ่งถาดหรือจะเป็นอาหารอย่างอื่นมักจะมีส่วนประกอบบางอย่างที่ใส่ไว้สำหรับประดับจานเพื่อให้เกิดความสวยงาม เช่น ผักชี มะเขือเทศ ผักกาดหอม ฯลฯ เฉกเช่นกับการทำงาน ลองพิจารณาดูว่าส่วนประกอบบางอย่างของงานอาจเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น ถ้าหากตัดส่วนประกอบ ‘รกรุงรัง’ พวกนี้ทิ้งให้หมดสิ้น งานที่ดูยุ่งยากอาจกลายเป็นงานที่ง่ายมากขึ้น เปรียบเสมือนการกินอาหารที่เราอาจเลือกกินเฉพาะ main cause ส่วนผักประดับจานก็ไม่ต้องใส่ใจกับมัน หรือจะเขี่ยทิ้งทีหลังก็ทำได้

ภาพจาก Pinterest

วิธีการทำงานหนึ่งๆ นั้นอาจมีได้มากกว่าหนึ่งวิธี และถ้าวิธีที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล ไม่ได้แปลว่าเราไม่สามารถทำงานชิ้นนั้นให้สำเร็จลุล่วง บางทีการทดลองเปลี่ยนรูปแบบการทำงานซะใหม่ อาจช่วยให้งานนั้นเสร็จสิ้นสัมฤทธิ์ผลเร็วกว่าที่เราคิดไว้ด้วยก็เป็นได้ เหมือนพิซซ่าที่สั่งได้หลายหน้าจากเมนู หรือจะบอกให้เชฟทำท็อปปิ้งตามใจเราก็ได้ 

We Think เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ

นายบัวบก

Like what you read? Give We Think a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.