คนสามัญในสังคมวิสามัญ — ความชอบธรรมคืออะไร?

“เสียงปืนดังขึ้นสามนัด ร่างกายที่เคยมีชีวิตล้มทรุดลงกับพื้น … ใครเล่าเป็นผู้ตัดสินว่าเขาสมควรตาย”

การวิสามัญฆาตกรรม เป็นกลไกหนึ่งทางสังคมที่มีเอาไว้ปกป้องเจ้าหน้าที่รัฐจากการปฏิบัติราชการที่มีความเสี่ยง บางครั้งเจ้าหน้าที่ต้องต่อสู้กับผู้ที่มีความมุ่งหมายจะเอาชีวิตผู้อื่น กฏหมายก็ให้สิทธิในการป้องกันตัวเองแก่เจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งนั่นเป็นคนละเรื่องกับการอนุญาตให้ยิงผู้ต้องสงสัยได้ในทุกกรณี อันนี้น่าจะผิดหลักการสากลไปสักหน่อย 

ในประเทศ “ไทยนี้รักสงบ” การวิสามัญฆาตกรรมดูราวกับว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวิสามัญฆาตกรรมเกิดขึ้นถี่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่เป็นชาติพันธุ์ พวกเขาอาศัยอยู่ในประเทศเราแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทย มีอำนาจในการต่อรองน้อย เสียงเบา เสียงของพวกเขาไปไม่ค่อยถึงพื้นที่สื่อ เมื่อพวกเขาโดนเจ้าหน้าที่รัฐทำร้าย ก็ส่งผลให้ต้องปล่อย คนตายก็ตายฟรี ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นสู้คดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ …

ชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมวัย 17 ปี เขาทำงานรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด สื่อสารสันติภาพ และ เล่นดนตรี วันหนึ่งเขาขับรถไปเจอด่านตรวจหายาเสพติด เขาถูกค้นรถและโดนยิงโดยทหาร เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเป็นการป้องกันตัวเพราะหลังจากพบยาเสพติดในรถ น้องเขาพยายามขว้างระเบิดใส่ 

การตายของเขาก็เป็นที่กังขาเพราะถูกยิงจากทางด้านหลัง และผู้ตายไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมใดๆ จึงไม่ค่อยมีใครเชื่อว่าเขาจะขนยาบ้า 2,800 เม็ด

ก่อนหน้านี้วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นกับนายอาเบ แซ่หมู่ ซึ่งครอบครัวของผู้ตายก็ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วความเป็นจริงคืออะไร … 

เขาทั้งสองเสียชีวิตที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยข้อหาเป็นพ่อค้ายานรกที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พวกเขาไม่ใช่คนแรกที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม และแน่นอนว่าจะไม่ใช่คนสุดท้าย 

การวิสามัญฯ จะยังคงเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ สิ่งนี้เป็นเหมือนอาวุธอันศักดิ์สิทธิ์ในการปกครองคนให้อยู่ด้วยความกลัว ด้วยความหวังที่ให้คนเข้าใจไปเองว่า สงบปากสงบคำ = สงบสุข

หากมองเพียงผิวเผิน กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องไกลตัว เกิดขึ้นบนป่า บนดอย แต่อันที่จริงแล้วมันใกล้ตัวเราทุกคนมาก ย้อนกลับไปไม่กี่ปี ตอนอดีตนายกทักษิณ ประกาศสงครามกับยาเสพติด การฆ่าตัดตอนเป็นนโยบายที่เรียกเสียงฮือฮา การสังหารผู้ต้องสงสัยว่าค้ายาเกิดขึ้นทุกพื้นที่ในประเทศ

ภาพของญาติผู้เสียชีวิตจากนโยบายฆ่าตัดตอน / ภาพจาก http://thaicafe.blogspot.com/

บางคนชอบคิดว่าถ้าไม่ได้ทำผิดแล้วจะกลัวอะไร แต่… เชื่อไหมว่าทุกวันนี้มีรายงานจากคณะกรรมการอิสระที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการวิสามัญฯ ในยุคของทักษิณแล้วพบว่า มีการฆ่าตัดตอนเกิดขึ้นกว่า 2800 ศพ และบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายบางคนไม่มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด … แต่เขาเหล่านั้นก็ไร้ลมหายใจไปหมดแล้ว … ต่อให้ได้รับเงินชดเชย แต่จ่ายมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจซื้อชีวิตเขาให้ย้อนคืนมาได้ 

ยิ่งกว่านั้น หลายฝ่ายก็กังวลว่าอาจมีการนำอาวุธ และ ยาเสพติดไปวางไว้ที่ศพผู้ตาย และกล่าวอ้างว่าเขาเป็นพ่อค้ายาเสพติด ที่พยายามจะต่อสู้ เพื่อทำให้การวิสามัญนั้นชอบธรรม

แต่ต่อให้คนเหล่านั้นผิดจริง การแก้ปัญหาดวยการฆ่า… เป็นทางออกที่ถูกต้องจริงหรือ ?

ดูเตอร์เตกับภาพผู้เสียชีวิตจากนโยบายสงครามยาเสพติด // ภาพจาก http://www.gmanetwork.com

ฟิลิปปินส์ ก็ดำเนินนโยบายในการปราบปรามยาเสพย์ติดใกล้เคียงกับนโยบายที่ทักษิณทำ หลังการก้าวขึ้นสู่อำนาจของประธานาธิบดี ดูเตอร์เต มีการประกาศสงครามกับยาเสพย์ติด จนส่งผลให้ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 7000 ราย มีใครเคยตั้งคำถามไหมว่าจะมีสักคนในนั้นไหมที่เป็นผู้บริสุทธิ์

ในเมื่อคนตายพูดไม่ได้ จะออกมาต่อสู้เรียกร้องได้อย่างไรว่าเขาไม่ผิด เขาต้องถูกตีตราว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติด สมควรตาย ทำลายชีวิตเขายังไม่พอ กลับยังต้องทำร้ายชื่อเสียงของเขาให้ป่นปี้ไปด้วย 

เรามั่นใจกับการตัดสินใจภายในเสี้ยววินาทีหนึ่งว่าใครสมควรถูกยิงมากน้อยแค่ไหน และมีระบบตรวจสอบใดๆที่น่าเชื่อถือหรือไม่? …

ภาพจาก http://www.manager.co.th/local/viewnews.aspx?NewsID=9600000028379

เราต้องเรียกร้องให้การสืบสวนคดีนี้เป็นไปอย่างโปร่งใสเป็นธรรม ตรวจสอบได้ เราต้องเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผยต่อสาธารณชนในเร็ววันที่สุด เพื่อกันไม่ให้เกิดการทำลายหลักฐาน ในเมื่อเจ้าหน้าที่ให้การขัดแย้งกันเอง บางคนบอกว่าเห็นคลิปจากกล้องวงจรปิดแล้ว บางคนบอกว่ากล้องวงจรปิดพัง แล้วความเป็นจริงคืออะไรกันแน่… 

เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อสังคม การสืบสวนต้องขึ้นศาลพลเรือน อัยการต้องทำคดีนี้อย่างโปร่งใส ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม และ ตรวจสอบการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐได้ เปิดหลักฐานทุกชิ้นที่มี และปกป้องพยานให้มีเสรีภาพในการให้ปากคำมากที่สุด สิ่งเหล่านี้คือการแสดงความรับผิดชอบ และแสดงความบริสุทธิ์ใจในฐานะเจ้าหน้าที่บ้านเมือง 

เช่นเดียวกับการเรียกร้องให้สื่อนำเสนอข่าวของคนชายขอบให้มากขึ้น เพราะเราคือเพื่อนมนุษย์ในสังคมเดียวกัน

คนตายก็ตายไปแล้ว ต่อให้ผมเขียนบทความนี้ยาวไปอีกกี่ร้อยหน้า น้องชัยภูมิ ป่าแส ก็ไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอนาคต คนสามัญตัวเล็กๆ ในสังคมต้องออกมาร่วมกันแสดงจุดยืนผ่านสื่อต่างๆ ว่าเราไม่ต้องการอยู่ในสังคมวิสามัญฯ อีกต่อไป …

Pui Pastel