ทำไมคนตั้งเป้าหมายทีไร ล้มเหลวทุกทีล่ะ? นักวิทย์มีคำตอบ

ข้อมูลจากนิตยสาร Forbes บอกเราว่ามีเพียง 8% เท่านั้นที่ทำเป้าหมายปีใหม่ได้ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนส่วนใหญ่ล่ะ?

New Year Resolution ที่คนส่วนใหญ่ตั้งจะเกี่ยวกับสุขภาพอย่าง ต้องการลดความอ้วน อยากหุ่นเฟิร์ม หรือจะพยายามกินอาหารที่มีประโยชน์ รองลงมาจะเป็นเรื่องการเก็บเงิน และไลฟ์สไตล์ เช่น ท่องเที่ยวให้มากขึ้น หรือลองทำสิ่งใหม่ ๆ บ้าง

ส่วนเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายว่าทำไมเป้าหมายของเราถึงล้มเหลวไม่เป็นท่านั้น เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่ง ตอนเริ่มปีเรารู้สึกถึงความสุข คึกคักกระปรี้กระเปร่า เลยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องทำอะไรที่ดีต่อใจในปีถัดไป แต่จากผลการศึกษาของทิม พิชเชิล นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาคาร์ลตัน รัฐออตโตวา กล่าวว่า คนเราชอบคาดหวังว่าจะเกิดความสุขในอนาคต โดยใช้ความรู้สึกตอนนี้ตัดสิน เช่น ถ้าผอมตอนนี้จะรู้สึกดี แต่พอลองลดความอ้วนจริง ๆ กลับคิดว่าไม่สนุกเลยมันยาก

หนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้แผนล่ม คือ การผัดวันประกันพรุ่ง เพราะตามธรรมชาติสมองจะคำนวณพลังงานที่ต้องใช้ รวมถึงความยากง่ายในการทำแต่ละอย่าง เวลาเราขี้เกียจแล้วผัดผ่อน เกิดจากสมองเลือกทำสิ่งที่ให้ความสุขตรงหน้าได้ทันทีและคาดว่าปลอดภัยกว่า ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เราไม่ชอบทำ ก็มีแนวโน้มว่าจะไม่ชอบทำต่อไปในอนาคตด้วย

แต่ไม่ใช่จะหมดหวังซะทีเดียว ในเมื่อรู้หลักการทำงานของสมองแล้ว แค่ปรับแผนที่วางไว้จะพิชิตเป้าหมายได้เร็วขึ้น


“ตั้งเป้าหมายใหญ่ได้ แต่ทำเป็นขั้นเป็นตอนแบบง่ายๆ” 
สมองไม่ชอบอะไรซับซ้อน ดังนั้นหา Action Plan ที่แบ่งเป็นข้อย่อย ๆ ออกมา ตัวอย่าง ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม หลังจากที่สมัครสมาชิกฟิตเนส และกว้านซื้อหนังสือทำอาหารสุขภาพมาเต็มบ้าน แต่ก็ไม่เคยลงมือทำสักที ความจริงที่เจ็บปวดคือ เรามักตั้งเป้าเหมือนปีก่อน ๆ นั่นหมายความว่า เราเฟลมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

แต่ปี 2017 นี้เอาเคล็ดลับไปเลยว่า ทำให้ง่ายและทำทันที เช่น หากต้องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะงดขนม ให้เปลี่ยนเป็นเพิ่มจำนวนผักที่กินในแต่ละมื้อแทน ดูจะมีแนวโน้มเป็นไปได้มากกว่า และเริ่มทำได้เลยตั้งแต่วันนี้

“ยึดนิสัยใหม่เข้ากับนิสัยเดิม”
สิ่งที่เราทำจนชินอยู่กับเรามานานแล้ว ถ้าจะทิ้งไปเลยในวันสองวันคงแทบเป็นไปไม่ได้ ลองจูนนิสัยใหม่ที่ต้องการให้เข้ากับของเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้ไม่รู้สึกกดดันตัวเองเกินไป ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นคนชอบซื้อของออนไลน์ แต่ปีหน้าอยากเก็บเงินให้ได้มาก ๆ ให้วางแผนเป็น จะซื้อเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อใช้ของที่จนหมด หรือว่าต้องบริจาคไป 3 ชิ้นก่อน แบบนี้จะช่วยให้มีตังค์เหลือเก็บในบัญชีเพิ่ม

“จดลงไปในตาราง และติดตามผล”
เรื่องง่าย ๆ ที่หลายคนพลาดคือ ความชัดเจน ยิ่งไม่ชัดเจนก็ยิ่งล้มเหลวได้ง่าย น่าแปลกทีกับเรื่องอื่นอย่างการนัดหมาย การประชุม หรือติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ เราจดลงไปให้เห็นชัดได้ แต่กับ New Year Resolution ทำไมถึงไม่ทำแบบนั้น ถ้าแค่คิดว่า “จะทำ” นั่นหมายถึง เราไม่ได้แคร์มากพอ ดังนั้นเขียนติดไว้ในห้องนอน ในสมุด หรือตารางงานแบบดิจิตอลในคอมพิวเตอร์ว่า เป้าหมายคืออะไร แล้วจะลงมือยังไงบ้างในแต่ละสัปดาห์ และแต่ละเดือน แล้วควรจะมีผลคืบหน้าอะไรบ้างเมื่อถึงหมุดที่ปักไว้ ประเมินตัวเองดูว่าทำได้อย่างที่คิดไว้บ้างหรือเปล่า

“ทำให้สนุก”
ถ้าให้ออกไปปั่นจักรยานรอบหมู่บ้านกับเปิดเฟซบุ๊ก สมองจะเลือกเปิดเฟซบุ๊กก่อนแน่นอน เพราะรู้สึกว่ากว่าจะไปคว้าจักรยาน และกว่าจะปั่นครบรอบอีก ดูมีอะไรต้องทำเยอะจัง ลองทำให้มันสนุกขึ้น เช่น ชวนคนในบ้านไปปั่นพร้อมกัน หรือว่าเอากล้องถ่ายรูปไปด้วย พอถึงจุดที่มีมุมสวย ๆ รูปก็หยุดพักถ่ายรูปเล่น สำหรับสิ่งที่เพิ่มกำลังใจให้ตัวเองได้ คือ รางวัล อย่าลืมฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เมื่อทำตามเป้าได้ หากรางวัลเข้ากับ New Year Resolution ด้วยยิ่งดี ใครกำลังฟิตหุ่นอยู่ก็ไม่ควรฉลองด้วยบิงซูหรือฮันนี่โทสต์นะ เปลี่ยนเป็นผลไม้ของโปรดน่าจะเหมาะกว่า

“มั่นใจในตัวเอง”
ต่อให้ใครต่อใครมาแนะนำ แต่เราไม่เชื่อมั่นว่าทำได้ อันนี้ยากแล้ว ตลกดีที่เราเป็นนักหาเหตุผลตอนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ แต่ในทางกลับกันไม่เคยหาเหตุผลมาสนับสนุนว่า เรามีความสามารถ มองหาข้อดีในตัวเองหลาย ๆ ข้อ เช่น ต้องการลดน้ำหนัก ไปจับคู่กับเหตุผลว่า “ฉันชอบกินผัก” เมื่อเลือกกินอาหารที่แคลอรี่ไม่สูงแล้วก็จะลดได้ หรือ อยากไปเที่ยวญี่ปุ่น เอาเหตุผล “ฉันขยันทำงาน” จึงเคลียร์งานได้ และหาเวลาไปเที่ยวได้แน่นอน แค่พยายามทำแผนแต่ละวันสม่ำเสมอ ส่วนเรื่องอื่น ๆ อาจมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผิดแผนไปบ้าง ก็หาแผนสำรองไว้ หรือกลับมาเข้ามาในแผนเดิมให้ได้เร็วที่สุดก็พอ


ถ้าเกิดลองทุกอย่างแล้วแรงจูงใจยังไม่แรงพอ ลองมองเป้าหมายเป็นคุณค่า สิ่งที่ต้องการทำมันสร้างคุณค่าให้คนรอบข้างหรือสังคม เราเคยถามพ่อว่าลดน้ำหนัก 10 กว่ากิโลได้ยังไง พ่อตอบมาว่า เขียนเป้าหมายลงไปในสมุดบันทึกว่า ต้องลด เพราะยังตายไม่ได้ อยากอยู่กับครอบครัว อ้วนแล้วไม่ดีต่อโรคหัวใจที่เป็นอยู่ สุดท้ายนอกจากตัวบางลงแล้ว สุขภาพโดยรวมก็ดีและแข็งแรงขึ้น

เราไม่ได้เป็นนักล่มเป้าหมายปีใหม่อย่างเดียวหรอก มองย้อนไปมีหลายเรื่องในชีวิตที่ทำยาก แต่ก็ผ่านมาได้ทั้งนั้น แล้วสิ่งที่เราคาดหวังไว้ไม่ได้ใหม่ขนาดไม่เคยมีคนทำสำเร็จสักหน่อย แค่ลงมือทำทันทีและเอาใจใส่ สิ่งที่ตั้งความหวังไว้ก็สามารถเป็นไปได้

สามกมน


One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.