Agile Thailand (2018) เค้ามาทำอะไรกันนะ

เข้ามางานมาก็มีน้องสล๊อตยืนต้อนรับอยู่แบบเน้

วันนี้ขอมาเกริ่นๆ บรรยาการภาพรวมให้ฟัง เพื่อใครสนใจปีหน้าฟ้าใหม่มาเจอกันน้า ปีนี้ Agile Thailand 2018 จัดที่ SCB Academy, Plaza East Floor 18@SCB Park Plaza หรือ SCB สำนักงานใหญ่นั้นเอง เดินเข้างานก็จะมีน้องสล๊อต ที่เป็น mascot ของ Agile Thailand ทุกปี ปีนี้มากับชุดไทยด้วยนะเอ่อ…มีใครสงสัยไม๊ว่า ตั๋ว(ผี)งานนี้เค้าแจกกันยังงัย ..? ก็แค่เข้าไปบ่น เอ่ยเข้าไปตอบคำถามเกี่ยวกับ agile 2 ข้อก็ได้มาเลยจ๊ะ ติดตามข้อมูลได้ที่ facebook Agile66 พี่พี่เค้าใจดี น่ารักกันทุกคนเลย

อ๊ะอ๊ะ นี่งัยคำตอบของพวกเราที่เจ็บปวดกับคำว่า agile

9 โมงแล้วเค้ากำลังจะเริ่มกันแล้ว โดยเริ่มจากการที่ sponsor ต่างๆมากล่าวสั้นๆ เพื่อเปิดงาน รูปแบบงานปีนี้จะเหมือนกับทุกปี ที่เป็น Open Space เปิดต้อนรับการแชร์ข้อมูลจากทุกๆคน จะมาเล่า มาบ่น มาแชร์ มาเป็น speaker ได้หมด รวมถึงมีการให้โหวตหัวข้อ(Theme Vote) ที่อยากจะพูดคุยกันด้วย เจ๋งไม๊ล่ะ อ๊ะ!! ขอขยายความคำว่า Open Space นิดนึงนะ การสัมนาหรือการประชุมในลักษณะนี้ มีหลักการอยู่ 4 ข้อ คือ

  1. คนที่มาคือคนที่ใช่ ( Whoever comes is the right peoples)

2. สิ่งไหนเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีหมด (Whatever happens is the only thing that could have)

3. เริ่มเมื่อพร้อมจะเริ่ม (Whenever it starts is the right time)

4. จบเมื่อพร้อมจะจบ (Whenever it is over, it is over)

และกฏเพียง 1 ข้อ “Law of Two Feet” หากคุณไม่อาจสร้างสรรค์ใดๆ ได้กับกลุ่มเิดม คุณมีความรับผิดชอบที่จะใช้เท้าทั้งสองไปหาที่ใหม่ที่คุณจะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้

หลังจากเริ่ม introduction เล็กๆน้อยๆ พอให้ทุกท่านเริ่มเห็นภาพรูปแบบของงาน ก็เรื่องมาเปิดงานกันเลย วันนี้ได้พี่ Tommy แห่ง SCB Digital มาแชร์ การปรับเปลี่ยนตัวเองของธุรกิจต่างๆ รวมถึงมุมมองใหม่ๆ ของกลุ่มธุรกิจธนาคาร การจัดกลุ่มลูกค้า ลักษณะ และบริการเพื่อลูกค้าตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การแบ่งกลุ่มลูกค้าเพียง กลุ่มอายุ หรือรายได้เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงองค์กรใหญ่และปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่ม Digital และทำงานหลักของธนาคารหรือกลุ่มทำงานหลักขององค์กรณ์ใหญ่ๆ ที่ทุกคนทราบกันดี ซึ่งทุกคนคงอยากรู้ว่า แล้ว พี่ Tommy เค้าแก้ปัญหานี้อย่างไร…โรสขอสรุปความง่ายๆ ตามที่โรสเข้าใจแหละกัน สร้างกฏขึ้นมาเพื่อให้ทั้งสองกลุ่มทำงานร่วมกันได้ เคารพกฏและเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อความคล่องตัวและตอบสนอให้ทันหรือแซงหน้า ความต้องการของลูกค้า

ต่อกันเลยหลังจากที่พี่ Tommy พี่ตอบให้พี่ๆ น้องๆ ทำการโหวตหัวข้อที่จะนำมาพูดคุยกันในวันนี้และ relax ประมาณ 15 นาที ก่อนจะเริ่ม พูดคุยกันตามหัวข้อที่ถูกเลือกมาประมาณ 8 กลุ่ม (เย้…ขนม brake…จริงๆแล้วงานนี้ชิวๆนะ มีขนม น้ำ วางไว้ใครจะหยิบทานตอนไหนไม่ว่ากัน ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีกราบ)

ได้หัวข้อกันแล้ว ว๊าววววว

หลังจากอิ่มแล้วก็เริ่มกันเลย 8 หัวข้อ ตามรูปนี้ ด้วยพื้นที่ของ SCB Academe เป็นห้องกว้าง 8 เหลี่ยมประมาณนี้ ดังนั้นเดินวนไปจ๊ะ มีใครสนใจหัวข้อไหน เดินไปเลยทุกพื้นที่เปิดกว้างสำหรับการแชร์อย่างเต็มที่ อย่ากลัวหรืออย่าอายที่จะเดินเข้าไป ตามรูปแบบของ Open Space และกฏ Law of Two Feet นะจ๊ะ วันนี้จึงเลือกที่จะเดินเก็บบรรยากาศ ของแต่ละกลุ่ม อย่าละนิดอย่างละหน่อย มาเล่าในเนื้อหาคร่าวๆ ในแต่ละหัวข้อละกันแบบว่า พูดให้อยากฟังแล้วจากไป แนวทางการจัดงานในวันนี้มาให้ theme ที่เรียกกันว่า Lean Coffee แล้ว เจ้า Lean Coffee นี่มันเป็นอย่างไรนะตามมมาฟังกันเลย จากการสังเกตจะเห็นว่า ทุกกลุ่มเริ่มจาก “การรวม หัวข้อ” ให้พี่ๆ น้องๆที่มาร่วมกลุ่มเขียนหัวข้อที่ต้องการมาพูดคุยกัน โดยให้เขียนใส่ post it แล้วทำมาแปะที่ board “ขยายหัวข้อ” พูดคุยถึงสิ่งที่เขียนสั้นๆใน post it นั้นเอง จากนั้นก็ “เลือกโหวตหัวข้อ” นำมาจัดกลุ่มมาเลือกหัวข้อก่อนหลัง แบ่งพื้นที่ board เป็น To Discuss| Discussing | Discussed ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มพูดคุยกันเลย จาการเดินสังเกตการไปเรื่อยตามกลุ่มต่างๆ ได้ความตามนี้จ๊ะ

  1. Enterprise กลุ่มนี้ก็จะใหญ่ๆหน่อยมีผู้สนใจเยอะ มีหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย เช่น การเริ่มต้นกับ Agile, การสร้าง Agile ในองค์กรใหญ่, mini water fall, …

4. UX คุยกันเรื่อง design รวมถึง design thinking

5. Agile HR พี่ๆ HR พูดถึงความต้องการบุคคลากรในรูปแบบต่างๆ การหาช้างเผือกในกลุ่ม นักศึกษาที่จบมาเหมือนกัน

6. Agile Coach กลุ่มนี้เริ่มกันอย่างรวดเร็ว และน่าสนใจ แวะฟังนานหน่อย คุยกันถึงการเป็น coach, conflict ดีหรือไม่, STOP … มีประโยคนึงที่น่าสนใจจากพี่ speaker “Conflict คือประตู คือจะเริ่มต้น” ฟังแล้วมันเจ๋งอ่ะ

8. DevOps กลุ่มนี้ดูพิเศษกว่ากลุ่มอื่นนิดนึง อยู่ในห้องกระจกดูตั้งใจกันเป็นพิเศษเลยไม่ได้เดินเข้าไปแฮ่

หลังจากเดินวนมา 1 รอบ ก็เดินกลับมายืนที่เดิม คือจุด 1. Enterprise เป็นตอนที่มีน้องที่กำลังมาแชร์เรื่องการไปทำงานร่วมกันบริษัทต่างชาติ ที่น้องเค้าอยากนำ Agile เข้าไปเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ได้นั่งฟังอยูสักแป๊บนึง รู้สึกว่า เด็กสมัยนี้เก่งและมีความโดนเด่นในความคิด…หว้าใกล้เที่ยงแล้วจะต้องออกมาแล้วเสียดาย บรรยากาศเริ่มเข็มข้น น่าสนใจมากขึ้น หัวข้อต่างๆเริ่มเข้าเนื้อหา ทั้งอยากฟังและอยากแชร์ ต้องตัดใจเดินออกมาช่วงเที่ยงๆ บ๊ายบาย Agile Thailand 2018

การไปงานปีนี้ได้อะไรกลับมาเยอะ และมุมมองที่เปลี่ยนไป ความคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น กับความว่า Agile เมื่อก่อนจะมีคนบอกว่าใช้ Agile แล้ว จะทำงานเร็วขึ้น ก็ลองกลับมาคิดๆดู มันจริงไม๊ มันถูกไม๊ มันทำได้แบบนั้นจริงๆหรอ…หลังจากงานวันนี้คำถามพวกนั้นหายไป แต่กลับได้คำพูดใหม่ขึ้นมาว่า Agile คือความคล่องตัว การทำงานแบบคล่องตัวและพร้อมกับการยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ นี่คือสิ่งที่ทำได้จริงต่างหาก

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade