Day 21 ยิ่งโตยิ่งคิดเยอะ…
ทำไมเราต้องมาช่วยเค้า คือชาวบ้าน เค้าก็ก็อยู่ของเค้าได้ตามวิถีชีวิตเขาแหละ แต่คนกลางน้ำปลายน้ำสิ ที่จะอยู่ไม่ได้ เราจึงเดินทางมาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
..แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพื่อนของเราก็จากหาย กลายเป็นภาพของความทรงจำดีดีที่โดนสะกดไว้ ไม่มีเธอกับฉัน ไม่มีวันเหล่านั้น และไม่มีเต๊นท์ของเพื่อนที่ตั้งข้างๆแม้คราใด วันนี้เพื่อนลาดกระบังได้กลับไป เต๊นท์พวกเธอหายไปแล้วฉันจะอยู่อย่างไร ถ้าขอพรจากฟ้าข้อนึงได้ จะขอเพื่อนลาดกระบังอยู่ต่ออย่าเพิ่งไป (ทำนอง เพลงหน้าหนาวที่แล้ว).. วันนี้เป็นวันที่ เพื่อนลาดกระบังกลับกทม.แล้ว เต๊นท์ในเรือนนอน เหลือเพียงสองเต้นกับพื้นที่ที่โล่งงมาก น่าใจหายเหลือเกิน นี่เราผ่านมา20กว่าวันในขณะที่พวกเค้าผ่านมา20กว่าวันแล้วหรือนี่

ขณะร่ำลา ป๋ายงค์ก็เดินมาคุยด้วย ป๋ายงค์คนนี้ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องป่าตัวพ่อเลยก็ว่าได้ ทำงานอยู่กับป่ามามากว่า 30 ปี ได้ความว่า ป่าในไทยมี 5แบบ 1.ป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ เก็บคาร์บอนได้มาก คาร์บอนก็นำมาสร้างเนื้อไม้ ไม่ได้ระเหยออกไปในอากาศ พอมันผุพังก็ร่วงลงดิน ยกเว้นว่าเราจะไปเผามัน 2.ป่าดิบชื้น ซึ่งไม่มีไผ่เลยแต่ให้น้ำมาก 3.ป่าดิบแล้ง 4.ป่าเบญพรรณ 5.ป่าเต็งรัง ซึ่งไม่ค่อยซับย้ำเป็นดินเลว ส่วนมากเป็นไม้ผลัดใบเนื้อของ ประดู่ เต็งรัง จะขึ้นในป่าที่มีดินเสื่อมโทรม


ตอนนี้ป๋ากำลังทำเรื่อง Carbon credit ป่า 1ไร่ได้ประมาน10ตัน ต่อปี และจะเพิ่มขึ้นประมาน2ตันต่อปี ตันละ200 บาท เพราะฉะนั้นถ้าชาวบ้านดูแลดีก็จะเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ ดูดทรัพย์น้ำให้กับโลก ในป่าเนี่ยจะมีพืชไล่ลงมาตั้งแต่พืชต้นสูง ๆ ยันพืชคลุมดิน ถ้าป่าอุดมสมบูรณ์ ฝนตกลมามันก็จะค่อยๆ ลงมายันพืชคุมดิน รากต้นไม้ชอบความชื้นก็มาดูดซับไป น้ำที่เหลือก็ไหลลงดินไปเป็นตาน้ำ ถ้าไม่อุดมสมบูรณ์เวลาฝนตกก็ชะล้างหน้าดินลงไปเป็นน้ำสีชาเย็นหมด แล้วจะไหลแรงมาก คนกลางน้ำปลายน้ำแหละจะเดือดร้อน
อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยขอพบคุณชาย แล้วคุณชายได้พาไปเข้าเฝ้าในหลวง บอกจะแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ภาคกลาง ในหลวงเลยบอก ให้แก้ที่ต้นน้ำก่อนสิ ต้องปลูกไม้ขนาดกลางและ ขนาดใหญ่ ถ้าอยู่ดีดีจะมาปลูกป่า ชาวบ้านก็กลัวว่า หน่วยงานจะมายึดพื้นที่ ก็เลยไม่ให้ความร่วมมือ จึงต้องค่อยๆแนะให้ชาวบ้านมีเงินเลี้ยงปากท้อง ปลูกพืชเศรษฐกิจกันไหม เสร็จก่อนแล้วก็มีการคุมพื้นที่ป่า คือคนที่มีพื้นที่เกิน40ไร่ มาคุยกัน มาคืนพื้นที่กันโดยมูลนิธิฯไปคุยกับผู้นำ ละให้ผู้นำไปคุยกับชาวบ้านเอง โดยดูจากสมุดแปลง จริงๆทั้งประเทศได้แค่20ไ้ร่ต่อคน แต่มูลนิธิฯ มาคุยให้ได้พื้นที่คืน60% ที่เหลือเลยเอามาเฉลี่ยเป็น30–40ไร่กันได้
รัฐไม่มีทางรู้ข้อมูลจริงๆจากชาวบ้านหรอก ถ้าเกษตรมาถามก็บอกมีพื้นที่มาก หากอำเภอมาถาม มีน้อยครับ แต่พอเราทำ GISขึ้นมาข้อมูลเลยชัดเจนมากขึ้นจากเดิม
ฺมีคอรัปชั่นวัวด้วยนะ เอาไปพลิกวัวถ่ายรูปกันเอาเงินชดเชยได้ตัวละ5,000 บาทเกษตรอำเภอได้ตัวละ1000 รูปใบละ500บาท แต่ต่อมาทางเราก็เริ่มทำทะเบียนการเกิด หากวัวควายตายจึงต้องมาตรวจสอบการคอรัปชั่นวัวจึงหมดไป
ตอนบ่ายๆก็ไปสัมภาษณ์ชาวบ้านต่อ เริ่มจากในมูลนิธิฯก่อนเลย เพราะส่วนมากชาวบ้านทำงานแปลงเพาะกันที่นี่ สัมภาษณ์ได้สัก 4 ครัวเรือน จึงไปสัมภาษณ์บริเวณหมู่บ้าน

ระหว่างทางก็เดินไปเจอน้องเบธ เด็กน้อยน่ารักอัธยาศัยดี แรกๆยังขี้อายไม่กล้าคุยด้วย แต่หลังๆพวกเราชวนเล่นขี่ม้าส่งเมืองหน่อย พูดแทบไม่หยุดเลย
น้องเบธอาสาพาไปรู้จักชาวบ้าน ขอบอกเลยนะว่า บ้านทุกหลังทุกหลังคาน้องเบธของเรารู้จักหมดเลยนะคะ:) เดินไปชี้นกชมไม้ไป ตัวเราก็ถามโน้นถามนี่ น้องเขาก็ตอบหมดเลยนะเออ เราจึงถือโอกาสดีสัมภาษณ์ชาวบ้านไปในตัวด้วย ไกด์อาสาวันนี้ต้องขอบคุณน้องเบธขวัญใจขอบพี่ๆจริงๆเลยนะคะเนี่ย
จูงมือน้องเดินไปเรื่อยๆก็ไปป๊ะกับเด็กสาววัยละอ่อน “น้องฟ้า” น้องเบธถึงกับหยุดไม่ไปไหน เห็นทีพี่ๆจึงต้องพาน้องฟ้ามาร่วมวงด้วย เดินตะลอนสำรวจรอบหมู่บ้านกันไป 4 คน เดินเล่นไปจูงมือกันไป ความน่ารักบริสุทธิ์ของเด็กน้อยบางทีพี่ๆเห็นแล้วก็ใจอ่อนกันไปเลยค่ะ น่ารักกันมากๆ








แล้วเราสี่คนก็มาหยุดกันที่ศาลานั่งเล่นของหมู่บ้าน เจอน้องสาวอีก 2 คน น้องชายอีก 2 คน คือน้องบอมแบม น้องหนุงหนิง และน้องทัดกับน้องต้น เด็กๆ4 คนนี้พวกพี่ขอ คอนเฟิมเลยนะว่า ดีกรีความซนเพิ่มมาอีกหน่อย พวกเราไม่รอช้าลงมือสอนวิชาเริ่มจาก Basic ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ไปจนท่องสูตรคูณ แอบถามเด็กๆเหมือนกันว่าในอนาคตอยากเป็นอะไรกัน ? บ้างก็ตอบว่า อยากเป็นหมอ ช่างภาพบ้าง เด็กที่นี่ก็มีความฝันของเขา ดังนั้น การศึกษาจึงมีส่วนสำคัญที่สามารถเป็นแรงผลักดันให้เด็กพัฒนาต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้
- แต่ในบางส่วน บางทีการพออยู่พอกินก็เป็นสิ่งที่ดีของที่นี่แล้ว สอบถามจากชาวบ้านบางคนส่วนใหญ่ก็ตอบว่า “พอกินก็พอ ไม่ได้หวังมากอะไร ทำเกษตรไม่ได้กำไรมากหรอก บางทีเท่าทุนด้วยซ้ำ พอเลี้ยงปากท้องก็พอแล้ว ” เห็นว่า คุณภาพชีวิตของชาวบ้านที่นี่ไม่ได้หวังสูงว่าจะพัฒนาต่อยอดไปสู่ความสำเร็จผ่านการสร้างแบรนด์ หรือการรวมตัวชุมชนอะไร จริงๆแล้วแอบคิดเหมือนกันนะว่า ก็อยากให้พวกเขาหวังสูงๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การอยากได้อยากมี ฟุ้งเฟ้อหรืออะไร แต่แค่อยากให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ได้สัมผัสถึงกำไรชีวิต มีความสุขตามอัตภาพ ไม่เป็นหนี้ คิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น ไม่ต้องให้มูลนิธิฯเป็นคนนำทาง
- เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มกันของชาวบ้าน อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ใครจะรู้ มันอาจเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านมีจุดหมายในชีวิตสูงขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้ แต่คงไม่ใช่เรื่องง่าย และใช้ระยะเวลา
- การสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์แปรรูปในชุมชนเปียงก่อ รัฐวิสาหกิจชุมชน สร้างDemandให้แก่ชาวบ้าน นำไปสู่การส่งเสริมการตลาดแก่ชุมชน เรายังคงแอบหวังเล็กๆว่าจะสามารถทำให้เกิด Sustainability ตามหลัก The 3s Model ของชาวบ้านเอง ด้วยตัวชาวบ้านเอง
22.00 น. แพรวและพี่ออยขอลา ด้วยvideoน่ารักๆกับน้องฟ้าและน้องเบธนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
