DAY 8 ม่วนอก ม่วนใจ๋ พาไปตลาดชายแดนไทย-ลาว

บางคนอาจจะมองว่า “ชายแดน”เป็นจุดแบ่งระหว่างประเทศ แต่จริงๆแล้ว “ชายแดน”เป็นดเชื่อมทั้งทางสภาพภมูิศาสตร์ สังคม และอารยธรรม ของทั้งสองประเทศก็เป็นได้

เริ่มต้น..DAY 8

เช้ากว่าทุกวันก็วันนี้แหละ พวกเรางัวเงียตื่นกันเช้าตรู่ ไก่ขันกันตั้งแต่รุ่งสาง ไม่ใช่อะไร วันนี้เป็น “อาสาฬหบูชา” คนในมูลนิธิฯหยุดงานเพื่อแห่กันไปทำบุญกันที่อาศรมใกล้หมู่บ้าน แต่วันนี้พี่จอนใจดีอาสาพาไปไหว้พระที่ชายแดนไทย-ลาว ห้วยโก๋น เหล่าเพื่อนๆลาดกระบังก็ร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย

ล้อหมุนกันประมาณ 7โมง เดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆก็มาถึงชายแดน จริงๆเป็นพื้นที่ติดลาวเลย รอบๆเป็นตลาด มีผู้คนมากมายมาจับจ่ายซื้อของ แต่ที่ “สะดุดตา”กว่าสิ่งอื่น คงเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก “ตัวตลาด” มีแม่ค้าพ่อค้านำของมาปูเสื่อขายกันเป็นแนวยาวบนพื้นคอนกรีต

รถทะเบียนสีเหลืองเป็นรถของประเทศลาว ทะเบียนรถลาว นี่ไงที่พูดถึง! ชาวบ้านตั้งร้านขายของกันบนพื้นคอนกรีตเป็นแนวยาว

ของบางอย่างก็แทบจะไม่เคยเห็นในเมืองกรุง สมุนไพรแปลกๆ เช่น เม็ดกระวาน เปลือกกระวาน ชาวบ้านนิมยมนำมาต้ม แก้ความดัน เบาหวาน อีกทั้งเห็ดต่างๆ ไปจนถึงขายธนบัตรและเหรียญเก่าหายาก ที่นำมาขายกันในราคาสูง เช่นธนบัตรใบละ1บาท ปี2517 ยายบอกขายราคา400บาท และธนบัตรใบละ100บาท ขายในราคา300บาท พวกเราก็ชอปปิ้งซื้อของกินต่างๆกันอย่างจุใจ

เม็ดกระวานสีดำ เปลือกกระวานสีเหลือง ข้างๆเป็นกระเทียม น้องๆมานั่งขายผักน่ารักมากๆ
เหรียญและธนบัตรเก่า ตั้งแต่ปี 2500
ไรก้อนละ 80บาท นำไปใช้ทำอาหารได้ ด้านขวาเป็นกระเป๋าผ้าทอมือ ลายน้อยก็200 ลายสวยก็400บาท

ก่อนกลับแวะซื้อขนมที่โหยหามานาน ซ์้อกันเหมือนตุนหนีน้ำท่วม 555อยู่ข้างบนหาซื้อไม่ได้ ต่อด้วยกาแฟนและชามะนาวร้าน ภูพยัคฆ์ นี่คือสตาบัคชายแดน อร่อย หอมมากค่ะ ระหว่างรอชากาแฟ ก็ลองชวนพี่คนขายคุย แย๊บๆถามว่าช่วงนี้ขายดีไหม พี่เขาบอกว่า “ร้านเราก็เปิดขายกันทุกวันนะ แต่คนจะเยอะช่วงที่มีตลาดเนี่ยแหละ วันเสาร์คนเยอะสุดเพราะตลาดชายแดนเปิด วันอื่นก็ธรรมดา แต่ขายก็สนุกดี ไม่ได้กำไรอะไรมากหรอก” พี่ยิ้มพร้อมยื่นชากาแฟให้

ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ ขายแบบ outsource มาก คือร้านเขาร้านเดียวขายแค่ก๋วยเตี๋ยวกับอาหารตามสั่ง แต่ในเมนูจะมีทั้งส้มตำ กาแฟ ไก่ทอดสมุนไพร ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ติดกันใกล้ๆ เมื่อลูกค้าสั่งเมนูที่ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวกับข้าวตามสั่ง เขาก็จะไปซื้อจากร้านข้างๆมาให้ แหม่เป็นการค้าขายที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจริงๆ

ตอนเย็นเพื่อนลาดกระบังชวนไปนั่งผูกมิตร ปิ้ง BBQ กัน สงสัยฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนเทลงมากลางวงยกหนีกันแทบไม่ทัน เพิ่งรู้วันนี้ว่า ถ้าเตาถ่านชื้น ฝนตกแล้วในเตาร้อนมาก เตามันแตกเองได้ สุดท้ายเราแก้ปัญหาโดยใช้ไฟกระทะ แต่สิ่งศักดิ์สิทธ์ก็ไม่เป็นใจอีก ไฟช้อต ติดไฟ ไหมกันเลยทีเดียว ดีนะ เป็นแค่จุดเล็กๆ ไม่งั้นกระต้อบคงลุกไปแล้ว สอนให้รู้ว่า สิ่งไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเราร่วมใจช่วยกันดูแลก็จะผ่านไปด้วยกันได้

“The only source of knowledge is experiences.”

ขอขอบคุณพี่จอนสำหรับการพาพวกเราไปเปิดหูเปิดตาเจอสิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆในครั้งนี้ค่ะ

แพรวและพี่ออยราตรีสวัสดิ์ค่ะ :)