Day24 เก็บตกสาระจากป่า บ้าน “น้ำช้าง” เดินกันมันส์เวอร์

วันนี้เราจะไปเดินป่าที่น้ำช้างกับเหล่าคณะที่ดอยตุงฯ พร้อมทั้งเพื่อนๆวนาพัฒน์รุ่นสอง ทั้ง น้ำช้างเจ้าถิ่น น้ำรี และบวกหญ้า ช่วงกินข้าว ก็เจอคุณพี่ Pongnirun Bumrungrat ได้ให้ความรู้เรื่องว่า ไอผงโกโก้ที่เราชอบกิน ในไทยก็มีปลูกแล้วยังมีการนำไปทำ พลังงานทดแทนด้วย ซึ่งตอนนี้มี 18 เจ้าในไทยทีทำ แย่งตลาดกันอยู่ แหล่งที่ปลูกมากที่สุดอยู่ที่จันทบุรี แล้วก่อนจะออกเดินทาง ก็ได้ฟังบรรยายกับคณะด้วย ได้ความมาบ้างว่า

  • ที่อัฟกาฯ เนี่ยนะมีกองทุนแกะ ด้วยเพราะการเกษตร ปศุสัตว์แต่ละที่ไม่เหมือนกันรูปแบบการพัฒนาก็แตกต่างกันออกไx
  • ทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้ร่วมมือ unที่เห็นศักยภาพ ให้มาช่วยเก็บข้อมูลผู้ลี้ภัยพม่า ช่วยให้ความรู้ชาวกะเหรี่ยง
  • เมื่อก่อนดอยตุง จ้างชาวบ้านปลูกแต่ตอนนี้ เราให้เจ้าของแปลงปลูกเอง เค้ามีรายได้ด้วย เราได้ป่ากลับคืนมาด้วย
ป๋ายงศ์คนเดิมเพิ่มเติมคือแข็งแรงมาก
อยู่ใกล้ๆคนที่มีพลังสูง Energy เราก็แรงขึ้นมาตามได้เลยนะ

เรานำทัพเดินทางโดย “ป๋ายงค์” โชเฟอร์และผู้ให้ความรู้กับเหล่าคณะผ่านเสียงตามสายโดยวิทยุสื่อสารรุ่นเก๋าของท่านเอง ระหว่างเดินทางไปป๋ายงค์ก็ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับทัศนียภาพที่นี่

  • ว่าทำไมมองรอบๆที่นี่ยังคงมีเขาหัวโล้นอยู่ ? พูดไปพร้อมชี้ทางให้พวกเราเห็นไป ก็ยังคงเป็นความจริงที่มีหุบเขาหัวโล้นจริงๆ พื้นที่โดยรอบก็ยังคงมีการปลูกข้าวโพด เพราะชาวบ้านเลือกไม่ได้เนื่องจากต้องการเงินก้อน เงินกู้จากนายทุนมาเลี้ยงลูกหลานยิ่งปลูกมากก็ได้เงินกู้มาก ปีแรก1ไร่1กระสอบ ปีที่2 ต้องใช้2กระสอบเพราะผลผลิตเริ่มแย่ลงจากดินที่เสื่อมลง ฝนตกชะล้างลงแม่น้ำสัตว์น้ำก็ตาย ฝนตกหนักมากดินก็สไลด์ลงมา “ลองคิดดูสิ หากไม่มีการปลูกข้าวโพดเลยที่จ.น่าน อาหารเลี้ยงปศุสัตว์จะไปหามาจากไหน ราคาต้องสูงมากแน่ๆ บางทีเราก็อาจจะพึ่งข้าวโพดบ้างแต่คงไม่ได้อยากส่งเสริมให้ชาวบ้านเอารายได้มาจากข้าวโพดเป็นหลักหรอก ”
ครั้นขับผ่าน ดงกล้วย

เรื่องกล้วย ยังมีเรื่อง ขุดหลุมให้ได้ผลผลิตดีเครือใหญ่ลูกใหญ่ คือข้างหน้าต้องเผื่อที่ไว้20cm เก็บน้ำ ขุดดินก่อนปลูกลงไปสัก 40–60 cmเผื่อเวลาต้นสูงใหญ่ ลมพัดมาจะได้ไม่โค่น ปลูกห่างกันหน่อยในแต่ละกอ พออายุ4ปีใบเริ่มเหลือง ควรปลูกใหม่ เวลามีหัวปลีก็ตัดมันออกเอาไปทำอาหารได้ ไม่งั้นมันจะแย่งสารอาหารจากผลกล้วยไปหมด

อะไรเกิดรายได้มีตลาด ก็คว้าโอกาสไว้ เทรนลูกต๋าวกำลังมา
  • ลูกต๋าว หรือลูกชิด มีเยอะเลยที่น้ำช้าง หาตลาดมาได้แล้วนั่นก็คือ บริษัทลำปางฟู้ด ณ ปัจจุบัน ปลูกที่ ปูนะ ที่บ้านแม่หม้อ 450ต้น เป็นพื้นที ชุ่มน้ำ มีป่าดิบเขา ตลาดต๋าวมีมหาศาล คาดว่า5ปี ต้นต๋าวที่ลาวซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ตนนี้จะหมด เพราะต้นมีอายุ 14 ปี ปลูกงามเต็มที่ 8ปี เก็บเกี่ยวได้6ปีติด เหนาะๆ

ว่าด้วยเรื่อง ต้น กฤษณา ที่เค้าใช้ทำ หัวน้ำหอม 10ปี ได้170กว่าโล โลละ10,000–20,000บาท แต่ประเทศไทยแทบหาไม่ได้เเล้ว

คุณชายชอบใช้คำว่า กระตุกต่อมคิด

อย่างไรน่ะหรอ ..เช่น

  • ชาวบ้านปลุกข้าวโพด 1 ตารางเมตร 1 โลได้ 10บาท ในขณะเดียวกัน ถ้าได้กล้วย 1 ต้น ได้หน่อกล้วย หัวปี ได้ใบตองได้เครือ1 เครือ8หวี ได้ประมาณ40–50 บาท ปีต่อมา ข้างโพดต้องลงทุนอีก แต่กล้วยไม่ต้องทำไรแล้วมันงอกเองได้
  • แหล่งไม้ประดู่ที่มากสุดอยู่ที่น่าน เมือก่อนเคยโดนสัมปทานไปหมด 100ต้น1ไร่ได้4ล้าน เปนเงินที่ต่อยอดได้ ระหว่างนั้นปลูกข้าวโพด งาม่อนแซมได้ หลังจาก6ปี ประดู่เริ่มโต พื้นที่ขนาด4x4ปลูกข่าตาแดงได้อีก พริกไทได้ถ้าไม้ประดู่โตได้ที่ นำไปแปรรูป20ปีเส้นผ่านศก60เซนไม้ยางที่โตไว ยูคา แปรรูปได้ 10,000 แต่ถ้าฝากธนาคาร 100 บาท 20ปีได้300กว่าบาท เราเลยกระตุกต่อมคิดโดย พาเด็กไปดูงาน พอเด็กดูก่กลับมาเขียนจดหมายบอกพ่อบอกแม่ให้ปลูกประดู่ ตอนนี้กลับมาปลูกประดู่ได้ 380ไร่ เด็กบางคน ได้คนละ3ไร่ ได้กำไรมากกว่าอาเงินฝากธนาคารแถมต้นไม้ดูดคาบอน1ไร้ได้10ตันแหนะ
เพิ่งเคยเห็นเมล็ดกาแฟสดๆ จากต้น เวลาเก็บเกี่ยวต้องเด็ดทีละเมล็ดก่อนนำไปตากแห้ง ไปคั่ว ผ่านกรรมวิธีต่างๆก่อนออกมาเป็นกาแฟนหอมๆให้เรากินอีกนะ แล้วกาแฟเนี่ย ไม่ชอบแดดโดยตรง ต้องปลูกพืชอื่น ที่สูงๆคลุมก่อน ความสูงจากระดับน้ำทะเลต้องได้ที่แถมแยกเป็น อราบิกา กับโรบัสต้าอีก หูยเยอะจริงๆ
แถวนี้ใครให้หมวกใครเท่กว่าคุณพี่ท่านนี้ บอกที usefull เวอร์ 5555

เมื่อเรามาถึงพี่ๆที่น้ำช้างก็ต้อนรับอย่างดี ยื่นขอนไม้ให้แต่ละคนถือค้ำเพราะมีฝนตกปรอยๆกลัวลื่น ระยะเวลาในการเดินป่าคือ 2 ชม. ระยะทางเดินเท้า 2 กม. แต่ชันกว่าที่ไปเดินแถวบวกหญ้าเยอะเพราะเป็นป่าดิบชื้น สู้ตายค่ะ :)

บรรยากาศการเดินป่าของเรา https://www.youtube.com/watch?v=Gp8x6fnNlPE
รูปกลางคือป๋ายงค์นี่เอง วิทยากรบรรยายให้ความรู้พวกเราระหว่างทางไปเดินป่าที่น้ำช้าง ซ้ายและขวามือคือเหล่าคณะฯจากดอยตุงเตรียมตัว ถือขอนไม้กันคนละคนเตรียมเดินป่ากันค่า

หลังออกจากป่า ก็พาทางคณะฯไปดูวิธีการทำกล้วยทอดที่โรงงาน ของขึ้นชื่อของที่นี่ นำทีมโดย “พี่ติ๋ม” บรรยายถึงความเป็นมากว่าจะมาเป็นโรงงานแห่งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือกันของชาวบ้าน ความเข้าใจ และการลงมือทำจริง พี่ติ๋มได้อธิบายวิธีการทำกล้วยทอดว่าต้องคัดกล้วยที่มีคุณภาพเหมาะสม หากเลือกกล้วยที่ห่ามหรือแก่เกินไปก็จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ ในปัจจุบันนี้ พี่เขายังทอดกล้วยส่งบริษัท สยามบานาน่า จำกัด ด้วยนะ คนคัดคนทอดที่ส่งสยามบานานา ห้ามเปลี่ยนเลย เพราะต้องได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ ใช้น้ำมันโอลีน 32ลิตร ได้กล้วยกรอบ15–16โล ถือว่าเป็นชุมชนเล็กๆที่มีการรวมตัว ร่วมมือ ต่อยอดของชาวบ้านได้ดีทีเดียว พี่ติ๋มเสริมอีกว่า ในอนาคต อาจจะพัฒนาโรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะตอนนี้มีเตาทอดเพียงไม่กี่เตา ก็คงร่วมมือกับชาวบ้านอีกนั่นแหละ หรืออาจจะเปิดโรงงานอีกแห่งพร้อมทั้งขยายสาขาในอนาคตอีกแน่นอน พูดจบก็พรางให้ชิมกล้วยทอดที่ทอดกันสดๆต่อหน้า ขนาดยังไม่ได้ปรุงรสอะไร หอม มัน อร่อยมากค่ะ เบรคแตกสมชื่อจริงๆ

กล้วยทอดน้ำช้าง ของเลื่องชื่อ กินแล้วเบรคแตกจริงๆค่ะ

23.00 สำหรับการเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้สุดเหนื่อยของเราวันนี้ ขอตัวไปพักผ่อนก่อนเก็บแรงไปสอนหนังสือ ไปเล่นกับเด็กๆแถมเไปดูป่าต้นน้ำพรุ่งนี้ก่อนนะคะ ออยและน้องแพรวราตรีสวัสดิืค่า ^O^

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.