หิ้วหมีไปหิ้วหมีมา : Korea

“ป๋า!!! อยากไปเที่ยว” เราบอกกับพ่อตั้งแต่เรียนจบ จนในที่สุด พ่อเอาโปรแกรมเที่ยวเกาหลีให้ดู เราตอบตกลงตั้งแต่ยังไม่ได้ดูโปรแกรม ไปไหนก็ได้ ก็ได้พอก็พอ

ช่วงวันที่ไปตรงกับวันที่มีข่าวเที่ยวญี่ปุ่นของซินแสโชกุน ที่สนามบินคนเยอะมากทั้งคุณลุง คุณป้า เด็กๆที่เตรียมตัวพร้อมจะไปเที่ยว รวมไปถึงตำรวจที่มาคอยคุมสถาณการณ์ก็เยอะเช่นกัน เราก็ได้แต่หวังว่า “เราคงจะไม่โดนเทแบบนี้เนอะ”

ทริปนี้ เราบินกับสายการบิน JEJU Airline สายการเป็น Low cost ได้น้ำหนักกระเป๋า 15 กิโล น้ำหนักได้ไม่เยอะ ไม่มีอาหารเสิร์ฟ เราไม่มีปัญหาอะไรกับแบบนี้อยู่แล้ว แต่!!! มีเด็กเบบี๋ร้องไห้อยู่ที่ด้านหลังเรา สำหรับการบิน 5 ชม.ในครั้งนี้ ไม่ได้นอนเลย มันก็จะเบลอๆหน่อย แอบสงสารคุณแม่อยู่นะ พยายามปลอบน้องให้หยุด สู้ๆนะคะคุณแม่

จะเข้าเกาหลีได้ ก็ต้องผ่านตม. หรือ ตรวจคนเข้าเมือง เรียกได้ว่าเป็นด่านหินสำหรับสาวไทยเลยทีเดียว เนื่องจากมีสาวไทยหนีไปทำงานในประเทศเกาหลีเยอะ เราก็กลัวจะไม่ได้เข้าประเทศ เตรียมเอกสารทุกอย่าง ที่พัก โปรแกรมการเที่ยว ไฟล์ทบินกลับ บัตรพนังงาน เอาละ อย่างน้อยมีหลักฐานละว่าฉันจะต้องกลับประเทศไปทำงาน

ถึงตาเราเข้าตรวจ เจ้าหน้าแอบหน้าตาคล้ายกับท่านผู้นำเกาหลีเหนือ ตอนนั้นเราเริ่มหวั่นๆ เพราะคนที่ตรวจก่อนหน้าเราได้ถูกส่งห้องเย็นเป็นที่เรียบร้อย งานยากแล้วไง เราเดินเข้าไปแบบทำให้เหมือนไม่ตื่นเต้น แต่ในใจเต้นรัวๆ มือไม้สั่น เฮียท่านผู้นำรับเอกสารไปแบบหน้าตาเรียบเฉย บวกกับตาเป็นขีด ไม่สามารถคาดเดาอะไรจากแววตาของเฮียได้เลย ไม่มีประโยคสนทนาเกิดขึ้นในตอนนั้นแม้แต่คำว่าทักทายพื้นฐาน เฮียดูเอกสารสลับกับมองที่หน้าเรา 2–3 ที สักพักหน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนเป็นภาษาไทยเพื่อบอกให้สแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป เฮียท่านผู้นำคืนเอกสารเราและบอกเราพร้อมกับรอยยิ้ม “Have a nice trip.” อ้าว จบแล้ว ลุ้นตั้งนาน

อากาศที่เกาหลีช่วงเดือนเมษา 10 กว่าองศา ในตอนกลางวัน มีแดด เย็นๆสบายๆ แต่ถ้ามีลมมาก็สั่นอยู่เหมือนกัน ถ้าให้แนะนำว่าต้องหนาระดับไหนเราก็บอกไม่ได้ เอาเป็นว่า ถ้าเป็นคนขี้ร้อนก็ไม่หนามาก ถ้าขี้หนาวก็เผื่อไว้ก็ดี แต่ถ้าเป็นคนขี้เหงา….. “ก็หาเพื่อนไปด้วย”

เรารีบออกไปเพื่อขึ้นรถบัสเพื่อไปเที่ยวตามโปรแกรม (ลืมบอกไป ครั้งนี้เราไปกับทัวร์เพราะแอบขี้เกียจคิดโปรแกรม ^w^ ถึงจะมีโปรแกรมบังคับของรัฐบาลก็ตาม เอาเหอะไปดูหน่อย เขามีอะไรดี)

ที่แรก ร้านละลายเงินวอน คนไทยหลายๆอาจจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว ถึงขนาดที่ว่ามีที่เช็คอินเป็นภาษาไทย แต่ยังไม่ได้มาละลายเงิน เรามากินกันก่อน ที่ชั้น 3 มีร้านสุกี้หม้อไฟสไตล์เกาหลี มีวุ้นเส้นเกาหลี(เส้นใหญ่กว่าของไทยและเหนียวกว่า) เห็ด เนื้อหมูหมัก จำรสชาติไม่ได้แล้วว่าเป็นยังไง

กินอิ่มแล้วเราก็มาที่สวนดอกไม้ “The garden of morning calm”สวนดอกไม้ที่ใหญ่!!!มาก!!! ถ้ามากับแฟนที่นี่คงจะโรแมนติกไม่น้อย แต่สำหรับเรา Y_Y (เช็ดน้ำตาแล้วกลับไปวิ่งในสวนดอกไม้ )

จุดหมายต่อไป “โซยัง ริเวอร์ สกายวอร์ค” สะพานแก้วที่แม่น้ำยูเอียมโฮ สำหรับเราที่ไม่ค่อยชอบกับความสูงเท่าไร รีบไปถ่ายรูปละรีบกลับดีกว่า เก๊ากลัว!!!!!

ที่บันไดทางขึ้นไปสะพานมีตัวหนังสือเขียนไว้ แต่เราอ่านไม่ออกหรอก แต่ดูๆก็เก๋ดีเลยถ่ายมา

หลังจากนั้น เราก็มาออกกำลังกายกันด้วยการปั่น Rail Bike ตามเส้นทางรถไฟเก่า ทั้งแบบนั่ง 2 คน และ 4 คน(ปั่น 2 คน อีก 2 คนนั่งเฉยๆ) ชมบรรยากาศบ้านเมืองของประเทศเกาหลี ไม่ต้องห่วงว่าจะเหนื่อย เพราะมันเหนื่อยมาก!!! ระหว่างทางจะมีกล้องถ่ายรูป 1 จุด สังเกตุดีๆ จะได้แอ๊บทัน ส่วนเรา หากล้องไม่ทัน ได้รูปหน้าเหวอๆมา ขอเก็บไว้ดูคนเดียว เขิล

ระหว่างทางขากลับ จะมีจุดให้พัก 10 นาที รับรูปที่โดนแอบถ่าย เข้าห้องน้ำ และมีร้านมินิมาท พี่ชายเราก็ไปซื้อขนมคาลบี้รส Onion ตามรูปข้างล่างเลยขอบอกก่อนว่าไม่ได้มีอวยอะไร ปกติเราไม่กินหอมทอด หรือทุกอย่างที่ทำจากหัวหอม แต่ขอบอก อันนี้อร่อย กินไม่หยุด ปั่นกลับมาก็กินอยู่คนเดียวจนหมดถุง ไม่แบ่งใครทั้งนั้น 55+ หรืออาจจะเป็นเพราะปั่นเหนื่อยจนหิวก็ไม่ค่อยจะแน่ใจเหมือนกัน

มาถึงมื้อเย็น เป็นเมนู ทัลคาลบี หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี แต่จำไม่ได้ว่ารูปอยู่ไหน ขอเอารูปคนอื่นมาละกัน

http://ntn56142660.blogspot.com/2015/02/

สีสันออกแดง แต่ไม่เผ็ด เวลารับประทานจะกินกับผักสลัด นำมาห่อก่อน เวลากิน ถ้าต้องการจะใส่เสื้อกันหนาวหลายวัน แนะนำอย่าใส่เสื้อกันหนาวตอนกิน ไม่อย่างงั้นคุณจะมีกินทัลคาบิติดไปตลอดทริป

หลังจากออกกำลังกายจนขาหร่อย และกินข้าวเย็นแล้ว เราก็เข้าพักโรงแรม Danube Hotel เนื่องจากหารูปที่ถ่ายมาไม่เจออีกแล้ว ขอเอารูปใน Agoda นะคะ

จากรูปหน้าโรงแรม และ Lobby แล้วก็ ปกติดี แต่ๆ มันมีอะไรพิเศษกว่านั้น

https://www.agoda.com/th-th/danube-hotel/hotel/suwon-si-kr.html?cid=-211

อ่างอาบน้ำกลางห้อง!! ใช่แล้ว นี่ไม่ใช่รูปในห้องน้ำ เปิดประตูห้องมาก็เจอกลมๆนั้นกลางห้องเลย ไม่มีม่าน ไม่มีที่กัน ถ้าจะแช่อ่างต้องทำยังไง? แล้วตรงอ่างมีเปิดไฟ LED สลัวๆ เปลี่ยนสีได้ด้วย OMG!!! คิดดูซิ จะแช่น้ำต้องทำยังไง ติ๊ก ตอก ติ๊ก ตอก ไม่ขอบอกละกัน 55+

สำหรับทริปวันแรก พอแค่นี้ละกัน ไว้ต่อในครั้งต่อไป แล้วเจอกันค่ะ ^3^

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Worakan Sasipiyanont’s story.