สิ้นปีนี้ที่เหนือ

ทริป 7 วัน 5 จังหวัด

สวัสดีค่ะทุกคน เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมานี้เราได้มีโอกาสไปเที่ยวเหนือกับครอบครัวมา เพราะฉะนั้นในบล็อกนี้เราก็จะมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในทริปให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ ทริปนี้เป็นทริปหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ และเราได้เดินทางไปถึงห้าจังหวัดด้วยกัน ห้าจังหวัดนี้ประกอบไปด้วย เพชรบูรณ์ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง จัดว่าเป็นทริปที่เที่ยวได้ทั่วจริงๆ ค่ะและทุกจังหวัดที่เราได้ไปนั้นเป็นจังหวัดที่สวยงามและควรค่าแก่การมาท่องเที่ยวมากเพราะนอกจากจะมีสถานที่ที่น่าสนใจเยอะแล้ว ยังมีอาหารอร่อยๆ เยอะมากแถมอากาศยังเย็นสบายอีกด้วย

ตอนนี้หลายๆ คนคงอยากจะรู้แล้วว่าทริปนี้จะเป็นอย่างไร มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเชิญรับชมได้เลยค่ะ!

Day 1

เราเริ่มออกเดินทางจากบ้านกันในช่วงบ่ายของวันที่ 27 ธันวาคม 2016 กันค่ะ ทริปนี้เดินทางโดยใช้รถส่วนตัว และการนั่งรถจากกรุงเทพไปถึงเพชรบูรณ์ก็เป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร ทำให้ถึงเพชรบูรณ์ค่อนข้างดึกเลยยังไม่ค่อยได้เที่ยวเท่าไหร่ ในคืนนี้เราไปพักอยู่ที่บ้านของคนรู้จักค่ะ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่แถวๆ ตีนภูทับเบิก ทำให้อากาศเย็นสบายและท้องฟ้าตอนกลางคืนที่นี่ก็เห็นดาวชัดมากค่ะ

ปล. จังหวัดเพชรบูรณ์ไม่ใช่จังหวัดทางภาคเหนือนะคะ เป็นเพียงจังหวัดที่อยู่แถบภาคกลางตอนบนเท่านั้น

รูปภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เพชรบูรณ์ (เห็นดาวกันมั้ยเอ่ย?)
Day 2

วันนี้เราตื่นเช้ามาก ทำให้มีโอกาสเห็นวิวสวยๆ ตอนพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนอากาศที่เพชรบูรณ์ในตอนเช้าอยู่ที่ประมาณสิบองศาปลายๆ ค่ะ บรรยากาศตอนเช้าที่นี่ดีมากจนทำให้รู้สึกสดชื่นแต่เช้าเลย

ภาพถ่ายดวงอาทิตย์ขึ้นจากหลังบ้านพัก

หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เก็บของและเดินทางออกมาตอนช่วงสิบโมงกว่าๆ สถานที่แรกที่เราจะไปกันคือ ‘วัดผาซ่อนแก้ว’ กันค่ะ วัดนี้เป็นวัดที่อยู่ในภูเขาและมีพระพุทธรูปกับเจดีย์ที่สวยมากๆ วัดนี้จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

พระพุทธรูปที่วัดผาซ่อนแก้ว

หลังจากเดินชมจนทั่ววัดแล้ว เราก็มาแวะพักเติมพลังกันที่คาเฟ่กับร้านขนมจีนแถวๆ นั้นกันค่ะ คาเฟ่ที่เราไปแวะกันนั้นบรรยากาศดีเหมาะแก่การถ่ายรูปสุดๆ เราจะสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้จากรอบด้านและสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆ ที่พัดมาอยู่ตลอด พวกเราก็ชมวิวไปกินเค้กไป บอกได้คำเดียวว่าฟิน!

บรรยากาศจากคาเฟ่

จบกันไปแล้วนะคะกับทริปที่เพชรบูรณ์ แต่ขอบอกว่านี่เป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้นเพราะหลังจากนี้เราจะได้เดินทางขึ้นเหนือกันแบบจริงจังแล้วค่ะ พอออกจากเพชรบูรณ์เราก็มุ่งหน้าไปที่น่านทันที

ระหว่างทางขึ้นเหนือแอบบอกนิดนึงว่าพวกเราต้องขับรถขึ้นเขาชันๆ ในตอนกลางคืนเพื่อไปที่พักด้วยค่ะ เป็นอะไรที่ทรหดสุดๆ แต่ที่น่านจะเป็นอย่างไร จะสนุกคุ้มค่าที่เราขึ้นเขามาเหนื่อยๆ มั้ย ตามไปดูในวันที่สามกันเลยค่ะ!

Day 3

เช้านี้เราอยู่ที่อำเภอบ่อเกลือในน่านกันค่ะ อากาศในตอนเช้าจะอยู่ที่ประมาณ 13–14 องศาเซลเซียส ถือว่าหนาวพอสมควรเลยค่ะ พูดทีนึงนี่ควันออกจากปากกันเลยทีเดียว

บรรยากาศจากที่พัก

หลังจากออกจากที่พักแต่เช้าเราก็เดินทางไป ‘บ่อเกลือ’ กันค่ะ สารภาพว่าตอนแรกแอบคิดว่าที่นั่นคงไม่มีอะไรสักเท่าไหร่ แต่พอไปถึงแล้วต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แทบไม่ทัน บ่อเกลือบรรยากาศดีมากๆ มีที่สวยๆ ให้ถ่ายรูปเต็มไปหมด ใครที่ชอบถ่ายรูปไม่ควรที่จะพลาดที่นี่ค่ะ ยิ่งถ้ามาตอนเช้าๆ แสงและบรรยากาศจะดียิ่งกว่าเดิม นอกจากบรรยากาศดีๆ แล้วที่นี่ยังมีสิ้นค้าดีๆ ขายอยู่มาก เช่น เกลือสครับผิว เกลือสินเธาว์ งาม่อน เป็นต้น

บรรยากาศที่บ่อเกลือ

พอเที่ยวบ่อเกลือจนจุใจแล้ว เราก็ขับรถขึ้นเขากันมาเรื่อยๆ จนมาถึง ‘อุทยานแห่งชาติดอยภูคา’ เราไปถึงที่ี่ดอยภูคาประมาณเที่ยงๆ แต่กลับมีอุณหภูมิแค่ 12 องศาเซลเซียสเท่านั้น เพราะจุดที่เราไปนั้นเป็นจุดที่อยู่สูงมากจนอยู่ในระดับเดียวกับเมฆเลยก็ว่าได้ เราได้ขึ้นไปถ่ายรูปบรรยากาศเก็บไว้และไม่ลืมที่จะสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดเช่นกัน

ควันขาวๆ ที่ติดกับภูเขาคือเมฆฝนนะคะ ไม่ใช่หมอกแต่อย่างใด
บรรยากาศจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อยู่บนเขามาได้สักพักแล้ว ถึงเวลาที่เราจะกลับลงมาพื้นดินกันแล้วค่ะ ตอนนี้เราก็จะไปต่อกันที่ตัวเมืองจังหวัดน่านกันนะคะ

ที่แรกที่เราไปหลังจากลงมาจากเขาก็คือ ‘ร้านของหวานป้านิ่ม’ ร้านนี้เป็นร้านขนมไทยๆ ที่ขึ้นชื่อในจังหวัดน่านค่ะ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวน่านก็อย่าลืมมาแวะร้านนี้กันนะคะ

เมื่อทานของหวานเสร็จเรียบร้อย เราก็มาเดินเล่นในตัวเมืองน่านกันค่ะ เราได้ไปแวะ ‘วัดศรีพันต้น’ มา วัดนี้เป็นวัดที่สวยงามมากเนื่องจากมีปูนปั้นพญานาคสีทองอยู่ทางด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีเรือจัดแสดงไว้ให้ผู้คนได้เข้ามาชมกันอีกด้วย

บรรยากาศภายในวัดศรีพันต้น

ออกมาจากวัดศรีพันต้นแล้วเราก็เดินต่อมาเรื่อยๆ จนมาถึง ‘วัดมิ่งเมือง’ กันค่ะ วัดนี้มีลักษณะเป็นวิหารปูนปั้น มีสีขาวงาช้าง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยไม่แพ้วัดไหนๆ เลย

บรรยากาศจากวัดมิ่งเมือง

เที่ยวกันมาเหนื่อยๆ ทั้งวันแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาอาหารเย็นกันแล้วค่ะ เราได้ไปแวะทานมื้อเย็นที่ ‘กาดคนเมือง’ ของน่านหรือก็คือถนนคนเดินนี่เอง ถึงแม้ถนนคนเดินที่นี่จะไม่ใหญ่มากแต่บรรยากาศดีทั้งยังมีดนตรีของภาคเหนือเปิดคลออยู่ตลอด โดยรวมๆ แล้วนับว่าเป็นที่ที่อบอุ่นเหมาะกับการมานั่งทานมื้อเย็นชิวๆ ดีค่ะ

บรรยากาศที่ถนนคนเดิน จ.น่าน
Day 4

มาถึงครึ่งทางของทริปกันแล้วนะคะ เช้านี้เรายังคงอยู่กันที่ตัวเมืองน่านกันอยู่ค่ะ เราได้เดินทางไปยัง ‘วัดภูมินทร’์ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่านเพราะว่ามีจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นที่รู้จักของผู้คนจำนวนมากอย่าง ‘ปู่ม่าน ย่าม่าน’ อยู่

ปู่ม่าน ย่าม่าน
จิตรกรรมฝาผนังภายในวัดภูมินทร์

นอกจากนี้ภายในวัดยังมีรูปปั้นจำลองภาพในนรกอยู่ด้วยเช่นกันค่ะ

ต่อจากนี้เราก็เดินเที่ยวเล่นในตัวเมืองกันต่ออีกสักพัก จนมาเจอบางสิ่งที่น่าสนใจ ในตอนแรกเราคิดว่านี่เป็นเพียงศาลพระภูมิปกติ แต่ความจริงแล้วมันคือวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกหรือมีชื่อเรียกว่า ‘วัดน้อย’ นั่นเอง

วัดน้อย

ทริปที่น่านก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้และจังหวัดที่เราจะไปกันต่อก็คือจังหวัดเชียงรายค่ะ เราไปถึงเชียงรายช่วงเย็นๆ และได้เดินเที่ยวเล่นในตัวเมืองเชียงรายเล็กน้อย ส่วนมื้อเย็นในวันนี้เราไปทานที่ ‘เชียงรายไนท์บาร์ซาร์’ กันค่ะ เย็นนี้เราได้ทานจิ้มจุ่มหม้อไฟกันค่ะ หม้อไฟร้อนๆ กับอากาศเย็นๆ เป็นอะไรที่เข้ากันสุดๆ

หอนาฬิกา จ.เชียงราย
บรรยากาศจากเชียงรายไนท์บาร์ซาร์
Day 5

วันนี้เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2016 ซึ่งก็คือวันสิ้นปีนั่นเอง แน่นอนว่าวันนี้จะต้องเป็นวันที่พิเศษมากๆ วันหนึ่ง วันนี้เราได้เดินทางไปสถานที่สวยๆ มากมาย เริ่มจาก ‘เทศกาลดอกไม้งามเชียงราย’ เป็นที่แรก ทางเทศบาลเชียงรายได้เปิดให้เราเข้าชมฟรี ภายในงานมีสวนดอกไม้เมืองหนาวสวยๆ ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูปอีกเช่นกัน

เทศกาลดอกไม้งามเชียงราย

ต่อจากเทศกาลดอกไม้งามเชียงราย เราได้ไปกันต่อที่ ‘สิงห์ปาร์ค’ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ ‘ไร่บุญรอด’ ที่นี่เขาก็เปิดให้เราเข้าชมฟรีอีกเช่นกัน ภายในมีสวนดอกไม้ สวนสัตว์ขนาดย่อม และ ‘ซิปไลน์ไร่ชา’ บางคนอาจจะงงว่าซิปไลน์ไร่ชาคืออะไรมันคือเครื่องเล่นแอดเวนเจอร์อย่างหนึ่ี่ง วิธีเล่นคือเราจะขึ้นไปบนหอคอยแล้วทิ้งตัวลงมาตามซิปไลน์เพื่อชมบรรยากาศไร่ชาภายในสิงห์ปาร์ค แต่เนื่องจากเราไปในช่วงเทศกาลทำให้มีคนเล่นเยอะ จนเราไม่มีโอกาสได้เล่นเครื่องเล่นนี้ น่าเสียดายจริงๆ ค่ะ ถ้าใครมีโอกาสไปสิงห์ปาร์คอย่าลืมเล่นซิปไลน์ไร่ชาเผื่อกันด้วยนะคะ

บรรยากาศภายในสิงห์ปาร์ค
หอคอย (ซิปไลน์ไร่ชา)

พอออกมาจากสิงห์ปาร์ค เราก็ออกเดินทางเพื่อไปเคาท์ดาวน์ที่เชียงใหม่กันค่ะ เวลาที่ถึงเชียงใหม่คือประมาณทุ่มนึงซึ่งเริ่มดึกนิดๆ แล้ว เราจึงไปเก็บของเข้าที่พักแล้วจึงเดินเที่ยวเล่นหาของกินในตัวเมืองไปเรื่อยๆ จนไปถึง ‘ถนนคนเดินเชียงใหม่’ กันค่ะ เนื่องจากวันนี้เป็นวันสิ้นปีทำให้มีผู้คนมาเที่ยวที่ถนนคนเดินเป็นจำนวนมาก

เมื่อเดินๆ ไปจนถึงเวลาประมาณ 3–4 ทุ่มก็เริ่มมีการปล่อยโคมลอยขึ้นบนท้องฟ้า ทำให้บรรยากาศในตอนนั้นสวยมากๆ

บรรยากาศจากถนนคนเดินเชียงใหม่
ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเชียงใหม่ที่เต็มไปด้วยโคมลอย

เดินต่อมาเรื่อยๆ อีกสักพักพวกเราก็กลับมาเคาท์ดาวน์ด้วยกันที่ที่พักอย่างสบายๆ ตามสไตล์ครอบครัวจนสิ้นปี 2016 และเราก็นอนหลับพักผ่อนเอาแรงเพื่อที่เราจะได้ไปเที่ยวต่อในปี 2017 นี้

Day 6

สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ วันนี้เป็นวันแรกของปี 2017 พวกเรามาเปิดประเดิมวันแรกของปีโดยการไปเที่ยวที่ outlet ของเชียงใหม่กันค่ะ ที่นี่ถูกตกแต่งออกสไตล์ฝั่งยุโรปเล็กน้อยและมีเสื้อผ้าและสินค้าจากหลากหลายแบรนด์มาเปิดเยอะมาก เป็นที่ที่ขาช้อปไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

Outlet Chiang Mai

พวกเราขับรถมาเรื่อยๆ จนมาเจอโรงแรมแห่งหนึ่งและได้แวะถ่ายรูปที่โรงแรมแห่งนั้น เราเห็นว่าที่โรงแรมแห่งนี้มีบรรยากาศแบบน่ารักๆ ส่วนตัวตึกอาคารก็ถูกออกแบบมาแบบสไตล์ยุโรป รูปที่จากที่นี่ถือว่าออกมาดีและน่ารักมาก

และมาต่อกันที่จังหวัดสุดท้ายอย่างลำปาง เรามาค้างคืนที่บ้านของญาติในลำปางและได้ออกมานั่งรถม้าชมรอบเมืองในยามค่ำคืน อากาศเย็นๆ กับการนั่งรถม้าชมรอบเมืองนั้นเป็นอะไรที่สนุกสุดๆ ไปเลยค่ะ ถ้าใครได้มาลำปางแต่ไม่ได้ขึ้นรถม้าถือว่ามาไม่ถึงลำปางกันเลยทีเดียว

บรรยากาศรอบเมืองลำปางจากบนรถม้า
Day 7

วันนี้เป็นวันสุดท้ายและเป็นวันที่เราออกเดินทางกลับกรุงเทพ ในตอนเช้าเราได้ทานมื้อเช้าร่วมกับญาติๆ ก่อนจะออกมาในช่วงสายๆ ต่อจากนั้นเราก็มาแวะซื้อของฝากกลับไปสักพักนึง แล้วจึงเดินทางกลับบ้าน

จบไปกันแล้วนะคะสำหรับการเล่าเรื่องราวทริปภาคเหนือในครั้งนี้ ถ้าหากเขียนผิดพลาดไปตรงไหนก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ หวังว่าบล็อกนี้จะให้ประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย

สุดท้ายนี้อยากจะฝากให้ทุกคนมาเที่ยวภาคเหนือกันเยอะๆ นะคะ แล้วคุณจะไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ สวัสดีค่ะ

น.ส.ญาดา สัจจธรรมนุกูล ม.5 ห้อง657 เลขที่6

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.