คีโต กับความเข้าใจผิด

Pallat Anchaleechamaikorn
Nov 2 · 2 min read

อ้างอิงถึง Differences between ketosis and ketoacidosis จากบทความนี้ผมขออนุญาตเอามาแปลแบบตรงตัวให้อ่านกัน แต่ผมก็คิดว่าคนที่อ่านอาจจะเกิดข้อสงสัยเหมือนกันว่า แล้วข้อมูลในบทความนี้มันเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เป้าหมายของผมคืออยากให้ตระหนักถึงความแตกต่างของอาการทั้งสองแบบ ไม่อยากให้เข้าใจแบบเหมารวมว่ามันเหมือนกัน และข้อแนะนำจากภรรยาผมคือ

ความรู้ทุกอย่างในโลกนี้มันมีวันหมดอายุ การเลือกเชื่อ ทำได้แค่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น โปรคศึกษาข้อมูลใหม่ๆอยู่เสมอ


ต่อจากนี้เป็นบทความที่แปลมา และต้นฉบับอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม

Ketosis กับ Ketoacidosis คือภาวะที่ร่างกายเกิดคีโตนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน Ketosis นั้นไม่เป็นอันตรายใดใด ในขณะที่ Ketoacidosis นั้นอันตรายถึงชีวิตได้เลย

ภาวะ Ketosis เกิดขึ้นในเวลาที่ร่างกายเริ่มเผาผลาญไขมันแทนกลูโคส โดยวิธีกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ก็คือการใช้โภชนาการที่เรียกว่า ketogenic diet หรือ “keto” diet นั่นก็คือวิธีการกินพลังงานจากไขมันที่สูงขึ้นและกินพลังงานจากแป้งให้ต่ำ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถลดน้ำหนักได้

ภาวะ Ketoacidosis คือภาวะที่ร่างกายผลิต ketones ในระดับที่สูงจนอันตราย และส่วนมากเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานประเภทที่ 1

โดยในบทความนี้จะให้ความคิดเห็นในเรื่องความแตกต่างระหว่างภาวะ ketosis และ ketoacidosis รวมถึงอาการของทั้งสองภาวะ และยังอธิบายว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และวิธีป้องกันและดูแลภาวะ ketoacidosis

Ketosis vs. ketoacidosis

ketosis เกิดขึ้นเมื่อร่างกายใช้พลังงานจากไขมันแทนการใช้พลังงานจากกลูโคส โดยตับจะทำการสลายไขมันแล้วเปลี่ยนรูปแบบทางเคมีไปเป็นสิ่งที่เรียกว่า ketones และปล่อยมันเข้าสู่กระแสเลือด แล้วร่างกายเราก็จะสามารถใช้มันเป็นแหล่งพลังงานได้

โภชนาการแบบ ketogenic diet คือการกินที่มุ่งหวังที่จะทำให้เกิด ketosis นี่เอง ด้วยการกินไขมันในปริมาณที่สูงและกินคาร์โบไฮเดรตให้ต่ำ ซึ่งการกินแบบนี้เริ่มได้รับความนิยมในหมู่คนที่ต้องการให้ร่างกายเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนัก

แต่เดิมแพทย์ได้พัฒนาการกิน ketogenic diet เพื่อรักษาอาการลมบ้าหมูในเด็ก โดยวิธีกิน ketogenic diet แบบแรกๆก็คือการกินไขมัน 3–4 กรัม ในทุกๆการกินคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน 1 กรัม และจากการศึกษาโดย มูลนิธิลมบ้าหมูได้แสดงให้เห็นว่า เด็กที่ทดลองกินแบบนี้ ครึ่งหนึ่งมีอาการชักน้อยลง ในขณะที่ 10–15 เปอรเซ็นต์เกือบไม่มีอาการอีกเลย

แต่เหล่าแพทย์เองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดการกิน ketogenic diet ถึงสามารถลดอาการโรคลมบ้าหมูได้ แต่การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าวิธีกินแบบนี้ยังช่วยอาการผิดปกติทางระบบประสาทอื่นๆเช่น พากินสัน และ อัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

ในทางกลับกัน ketoacidosis เกิดขึ้นตอนที่ร่างกายรู้สึกกระหายและเริ่มสลายไขมันและโปรตีนอย่างรวดเร็วเกินไป ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานประเภทที่ 1

ถ้าคนคนหนึ่งมีอินซูลินไม่เพียงพอ ร่างกายไม่สามารถย้ายกลูโคสจากเลือดไปสูงเซลล์ได้ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างพลังงาน ส่งผลระดับกลูโคสและคีโตนสูงในกระแสเลือด ซึ่งแพทย์จะเรียกอาการนี้ว่าเป็น ketoacidosis จากเบาหวาน

แพทย์สามารถบ่งชี้ได้จากการตรวจเลือดและปัสสาวะได้ว่าใครอยู่ในภาวะ ketosis หรือ ketoacidosis

ในขณะที่ ภาวะโภชนาการ ketosis นั้นปกติจะมีระดับ ketone ในเลือดอยู่ที่ระดับ 0.5–3.0 มิลลิโมล ต่อลิต (mmol/L) อ้างอิงตาม สมาคมโรคเบาหวานชาวอเมริกัน บุคคลควรตรวจระดับคีโตนของเขาเมื่อระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดอยู่ในระดับที่สูงกว่า 240 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dl)

คนที่เป็นเบาหวานที่มีระดับคีโตนสูงมีความเสี่ยงที่จะเป็น ketoacidosis จากเบาหวานอย่างมีนัยยะสำคัญ

อาการของ ketoacidosis

ketoacidosis จากเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากเบาหวานประเภทที่ 1 และมักจะเกิดเมื่อผู้ป่วยได้รับอินซูลินไม่เพียงพอในเวลาที่เหมาะสม และการกินอาหารไม่เพียงพอบางครั้งก็อาจจะกระตุ้นให้เกิดภาวะ ketoacidosis จากเบาหวานได้เช่นกัน

อาการของ ketoacidosis จากเบาหวานมีอาการดังนี้:

  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • มีระดับคีโตนสูงขึ้นในปัสสาวะ
  • กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อย
  • อ่อนเพลีย
  • ผิวแห้งหรือแดง

และอาการอาจจะพัฒนาไปถึงอาการเหล่านี้:

  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ปวดท้อง
  • หายใจลำบาก
  • ได้กลิ่นผลไม้จากลมหายใจ
  • รู้สึกไม่อยู่กับร่องกับรอย
  • เหม่อลอย

อาการของ ketosis

ในคนส่วนใหญ่แล้ว ketosis เป็นภาวะเมตาบอลีซึมในช่วงสั้นๆที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเปลี่ยนจากการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสมาเป็นการเผาผลาญไขมันเป็นการชั่วคราว ในช่วงเวลานี้ระดับของคีโตนในกระแสเลือดจะเพิ่มขึ้น

คนที่ใช้โภชนาการแบบ ketogenic diet หวังว่าจะรักษาช่วงเวลาของการเกิด ketosis ไว้ให้นานขึ้น บางคนใช่วิธีอดอาหารเพื่อเข้าสู่ภาวะนี้ก็มี

Ketosis อาจทำให้บางคนเกิดกลิ่นลมหายใจและน้ำหนักลดลง และมันอาจทำให้ปวดหัว กระหายน้ำ และ ท้องร้องได้

อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นให้เกิด ketosis นี้ปกติจะปลอดภัย แต่มันก็อาจจะทำให้บางคน เกิดภาวะขาดสมดุลทางโภชนาการ หรืออาจจะส่งผลให้ได้พลังงานไม่เพียงพอ ซึ่งภาวะทุพโภชนาการนี้อาจทำให้เกิดอาการเหล่านี้:

  • เมื่อยล้า
  • อ่อนเพลีย
  • เสียสมาธิ หรือมีปัญหาเรื่องความจำ
  • อารมณ์แปรปรวน
  • โลหิตจาง
  • รู้สึกหนาว
  • ป่วยบ่อย

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

แพทย์สามารถตรวจเลือดหรือปัสสาวะเพื่อวิเคราะห์ว่าคนคนนั้นเป็น ketosis หรือ ketoacidosis ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อวัดระดับคีโตน น้ำตาล และความเป็นกรดในร่างกาย

ภาวะโภชนาการแบบ ketosis ไม่ได้ส่งผลใดใดทางการแพย์ และไม่ต้องวินิจฉัยความผิดปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะ ketoacidosis นั้นเป็นภาวะที่คุกคามชีวิต และทุกคนที่มีอาการควรรีบไปพบแพทย์ทันที ผู้ที่มีสัญญาณของอาการขาดสารอาหารควรพบแพทย์

แพทย์มักจะจัดเตรียมชุดทดสอบปัสสาวะให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 อยู่แล้ว เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถตรวจสอบระดับคีโตนเขาได้เอง

การรักษาอาการ ketoacidosis

ketoscidosis จากเบาหวาน เป็นภาวะฉุกเฉินในทางการแพทย์ อาการสามารถพัฒนาได้เร็วมาก แต่ก็สามารถรักษาได้มากเช่นกัน

ปกติแพทย์มักจะดูแลคนที่เป็น ketoacidosis จากเบาหวานในโรงพยาบาล หรือห้องฉุกเฉิน การรักษามักจะทำโดยใช้อินซูลินร่วมกับของเหลวและการใช้สารอิเล็กโตรไลท์

คนส่วนใหญ่ที่มีอาการ ketoacidosis จากเบาหวานมักจะอยากอยู่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ เมื่อระดับคีโตนในเลือดกลับสู่ระดับปกติ แพทย์อาจจะแนะนำให้ทดสอบเพิ่มเติมเพื่อตรวจหาปัจจัยเสื่ยงอื่นๆต่อไป

การป้องกันการเกิด ketoacidosis

ผู้ป่วยเบาหวานสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิด ketoacidosis ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้:

  • เฝ้าดูระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ และแจ้งให้แพทย์ทราบถ้ามันควบคุมไม่อยู่
  • ตรวจสอบคีโตนในปัสสาวะ ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 240mg/dl
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายถ้าพบคีโตนในปัสสาวะและระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • รับอินซูลินตามที่แพทย์กำหนดมาให้ครบ
  • กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและรักษาความสมดุลทางโภชนาการ
  • หลีกเลี่ยงการงดมื้ออาหาร

สรุป

ถึงแม้ว่า ภาวะ ketosis และ ketoacidosis จะส่งผลให้ระดับคีโตนในเลือดสูงขึ้นทั้งคู่ แต่มันไม่เหมือนกัน ketosis เป็นความต้องการให้เกิด ด้วยการกิน ketogenic diet และปกติแล้วมันปลอดภัย แต่ ketoacidosis เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้เกิดอันตรายจากโรคเบาหวานประเภทที่ 1

ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงการกิน ketogenic diet และปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำการรักษา เพื่อป้องกันการเกิดภาวะ ketoacidosis

การกิน Ketogenic diet สามารถช่วยให้ผู้คนลดน้ำหนักได้และอาจทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามมันจะดีกว่าถ้าได้พูดคุยกับแพทย์ก่อนที่จะทดลองกินโภชนาการอะไรใหม่ๆ

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade