สิ่งที่ได้จาก EDM Hackathon 2016

ตอนที่ 1

เมื่อวันที่ 8–9 ตุลาคม 2016 ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาศเข้าร่วมงาน EDM Hackathon 2016 ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งถือได้ว่างานนี้เป็นงานแรกก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยรู้เลยว่ามันมีงานแบบนี้มาก่อนในชีวิต ต้องขอขอบคุณพี่เกมส์ ที่ทักไลน์มาชวนผมใน 2 วันสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร

ในคืนก่อนวันแข่งหลังจากเลิกงาน ฝ่ารถติดวันศุกร์มาถึงบ้านได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตี 2 แต่ต้องตื่น 6 โมงเช้า ต้องเผื่อเวลา เพราะงานเริ่ม 9 โมง พวกผมมาถึงเป็นทีมแรก 8.30 น. ตามที่คิดไว้เลย คือยังไม่มีใครมา ผมมาถึงพร้อมพี่ที่จัดงานเลย

หลังจากมีประธานมาเปิดงานในตอนเช้าเสร็จ กว่าจะได้ลงมือเขียนโค้ดกันจริงๆจังๆก็ประมาณเที่ยงๆแล้ว โดยการแข่งขั้นจะให้โจทย์มาคือ ให้เราเอา data ที่เป็น open data มาพัฒนาเป็นอะไรก็ได้ที่ช่วยเอาไว้เตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ โดยให้เวลาจนถึง พรุ่งนี้บ่าย 3 ต้องมี demo มานำเสนอให้ดู ภายใน 5 นาที

เราก็ลงมือเขียนโค้ดกัน โดนในทีมประกอบด้วย พี่เกมส์เป็น Front-End พี่บาสเป็น Designer พี่ทีและผมเป็นคนทำ Black-End, Data Analysis และ Infra

กฎ 70:30

ความซวยครั้งที่ 1 เราตัดสินใจเบรคช่วงบ่าย 4 เพื่อไปหาไรกินที่เซเว่นแต่เราเดินตามหาเซเว่นจนมาถึงทางแยก เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปลึกๆ กับเลี้ยวขวาออกถนน โอกาศที่จะเจอเซเว่นในซอยลึกๆนั้น 30% และ 70% ต้องอยู่ติดถนนแน่นอน … ใช่ครับเราเลือก 70% แต่ เซเว่นมันดันไปอยู่ที่ 30%

ความซวยครั้งที่ 2 หลังจากที่ซื้อของเสร็จกำลังจะเดินกลับ ฝนดันมาตก หนักด้วยทำให้ต้องรอให้ฝนซาลงไปก่อน และแน่นอนฝนเริ่มเบาลง และมีโอกาศที่เราจะไม่เปียก 70% พวกเราคิดว่ามันคงจะ 100% ด้วยซ้ำ หลังจากที่เราตัดสินใจเดินออกมาได้เพียง 100 เมตรเราก็ได้รู้ว่าเราคิดผิด

ความซวยครั้งที่ 3 จากที่พอรู้มาว่างาน Hackathon เค้าจะไม่ให้กลับบ้าน เพราะจะแข่งกันยาวข้ามคืน เพราะ Hackathon มันมาจาก Hack + Marathon แน่นอน มันต้องยาวๆกันไป … และเราถึงได้รู้ว่ามันมีงานที่กลับบ้านได้ เพราะเค้าปิด 3 ทุ่มครับ ต้องไปหาร้านกาแฟ 24hrs เอง

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.