บันทึกเรื่องราวเที่ยว ฮานอย-ฮาลองเบย์ (วันที่ 1)

Mr. Cake
Mr. Cake
Jul 10, 2017 · 6 min read

เที่ยวฮานอย-ฮาลองเบย์ครั้งนี้เป็นการเที่ยวกับบริษัทเนื่องจากรางวัลยอดขายถึง ไปกับไกด์ทัวร์ ก็ได้ไปที่ที่เค้าไปกันประจำๆ แต่ก็อยากบันทึกเรื่องราวไว้เผื่อวันหลังกลับมาอ่านอีกที

วิวแรกที่เห็นฮานอยจากบนเครื่องบินนั้น สวยและดูป่าไม้สมบูรณ์มาก มีแม่น้ำใหญ่ไหลผ่าน เรียกได้ว่าสวยตั้งแต่เห็นบนเครื่องเลยทีเดียว

ลงเครื่องมาก็แลกเงินกันก่อน การแลกเงินให้คุ้มนั้นต้องแลกเงินไทยเป็น USD มาก่อนแล้วค่อยมาแลกเงิน ดองที่นี่ จะคุ้มกว่าเอาเงินไทยมาแลกเป็นดองโดยตรง

สนามบินใหญ่พอประมาณแต่ที่ดีคือ สะอาดและยังดูใหม่ คนไม่พลุกพล่านเหมือนสนามบินในไทย

สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนตั้งแต่ออกจากสนามบินคือ อากาศร้อนมากกกกกกกกก ร้อนแบบไม่เหมือนเมืองไทย ร้อนแบบไม่มีลม ร้อนแบบแค่ออกจากห้องแอร์นิดเดียวก็เหงื่อซึมออกทุกรูขุมขนเลยทีเดียว ใครคิดจะมาเที่ยวช่วงที่ไม่ใช่ฤดูหนาวควรพกเสื้อยืดมาเปลี่ยนหลายๆตัวเลย

เนื่องจากเครื่องบินดีเลย์ทำให้มาถึงละไม่ทันเข้าไปในที่เก็บร่างลุงโฮจิมิน เพราะต้องเข้าก่อนเที่ยง จึงไปกินข้าวกันก่อนละก็ไปมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในเวียดนาม

จำชื่อไม่ได้ว่าชื่อมหาวิทยาลัยอะไรรู้แต่ว่าเป็นตำนานเก่าแก่ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเมืองขึ้นของจีน เวียดนามนั้นเคยเป็นเมืองขึ้นของจีนร่วม 100 ปี ก่อนที่จะเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส เพราะฉะนั้นจะทุกอย่างจะดูจีนๆ คนที่เรียนที่นี่คือไปสอบจอหงวนเหมือนในหนังจีนเก่าๆที่เราเคยดูกัน บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้แต่อากาศร้อนมาก

แผ่นป้ายจารึกอะไรไม่รู้ มัวแต่ถ่ายรูปเดินตามไกด์ไม่ทัน 5555

ร้านขายของที่ระลึก

เนื่องจากทำเป็นจุดท่องเที่ยวไปแล้วในมหาวิทยาลัยจึงมีร้านขายของที่ระลึกดักเราอยู่แทบจะทุกจุดที่เราเดินผ่าน

เข้ามาเรื่อยๆชมบรรยากาศ ได้ความเป็นจีนสุดๆเลย

ถ้าเป็นในไทยปักธูปแปปเดียวก็จะมีคนมาเก็บเกลี้ยงละ แต่ที่เวียดนามจะเห็นปล่อยไว้แบบนี้ ปักจนหมด แล้วธูปแปลกดีแฮะ ไหม้หมดก็ไม่เห็นขาด เลยออกมาเป็นภาพแปลกตา

เสร็จจากมหาวิทยาลัยก็ไปที่วัดกลางน้ำต่อ มีตำนานเรื่องเล่ามากมายเลยตรงจุดนี้

บรรยากาศก็เป็นวัดจีนๆ อะไรที่เก่าแก่ๆของเวียดนามจะออกจีนทั้งหมดเลย

ตามตำนานเล่าว่ามีเต่าตัวนึงคาบดาบมาจากน้ำให้จักรพรรดิสมัยนั้น เป็นดาบจากสวรรค์ทำให้จักรพรรดิสามารถสู้ศึกจนชนะมาได้เป็นครั้งแรกหลังจากที่แพ้การรบมาหลายครั้ง ต่อมาจักพรรดิก็ได้นำดาบมาคืนแก่เต่าตัวนั้นคาบลงไปที่ทะเลสาบดังเดิม หอคอยนั้นเป็นหอคอยดูเต่า คือสร้างไว้คอยดูเต่า และเต่าที่สต๊าฟไว้ว่ากันว่าเป็นเต่าในตำนานตัวนั้น (กระดองเต่าดูแปลกๆยังไงก็ไม่รู้)

เที่ยววัดจบแล้วก็เดินมาที่จุดนัดพบก่อนแยกย้ายเดินเล่นที่ถนน 36 สาย

ถนน 36 สายคือย่านเศรษฐกิจของเมืองฮานอย เป็นแหล่งช้อปปิ้งก็ว่าได้ ที่บอกว่ามี 36 สายเพราะแต่เดิมทีแต่ละเส้นของถนนทั้ง 36 เส้นนั้นจะทำอาชีพต่างๆกัน โดยทั้งสายก็จะทำอาชีพเดียวกันทั้งหมด เดินผ่านไปสายนึงนี่หลอนมาก มีแต่อาชีพทำรูปหน้าหลุมศพ ก็เรียงกันเต็มไปหมด แต่ปัจจุบันก็เปลี่ยนไปไม่ได้ขายแต่สินค้าเดียวกันทั้งเส้นอีกแล้ว

ทุกจุดที่นักท่องเที่ยวรวมกลุ่มกันหรือมีรถจอดก็จะมีแม่ค้าเดินเข้ามาขายสินค้าที่ระลึกทุกครั้ง เรียกได้ว่าเหมือนติด GPS ไว้ที่รถบัสกันเลยทีเดียว ใครจะซื้อสินค้าอะไรต่อราคาให้เยอะๆเข้าไว้ อย่างตอนแรกมีคนมาขายกระเป๋าปักๆ 3 ใบร้อย ต่อไปต่อมา 5 ใบร้อย ไปอีกสักพัก 7 ใบร้อย จนสุดท้ายไปสุดที่ 16 ใบสองร้อยบาทไทย (หลายๆที่ในเวียดนามสามารถใช้เงินไทยซื้อของได้ แต่ลองคำนวณดูดีๆมันจะแพงกว่าใช้เงินดองซื้อ)

สินค้าที่เห็นขายกันเยอะที่สุดที่นี่ก็คงเป็นกระเป๋าเป้หลากหลายยี่ห้อหลากหลายแบบ มีทุกอย่าง ยกเว้นของแท้ 55555

ดูมาตั้งแต่ที่ไทยแล้วว่าจะต้องมากินร้านนี้ให้ได้ GIANG Cafe สิ่งที่ไม่เหมือนที่อื่นคือกาแฟไข่ โดยที่นี่ไม่ได้ใส่นมหรือฟองนม แต่จะใช้ไข่ไปตีให้ฟูเป็นครีมๆแล้วนำมาใส่แทน อร่อยเข้มข้นไม่คาวเลย

ได้เวลานัดกลับมาที่หน้าโรงละครหุ่นกระบอกน้ำที่เป็นจุดนัดพบเพื่อดูหุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งไกด์บอกว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก (อะไรๆไกด์ก็บอกว่าเป็นระดับโลกไปหมดทุกอย่าง)

หุ่นกระบอกน้ำคือการแสดงหุ่นกระบอก โดยที่คนเชิดหุ่นจะอยู่ข้างหลังฉากและที่เรียกหุ่นกระบอกน้ำก็คือ ฉากการแสดงนั้นคือน้ำมีน้ำ คนเชิดก็ยืนแช่น้ำอยู่ครึ่งตัวเชิดไป เชิดหุ่นไปมีคนพากย์ประกอบไป ฟังไม่รู้เรื่อง แต่มันก็มีความน่ารักกับความแปลกของหุ่นกระบอกน้ำให้เราดูว่ามันบังคับได้ยังไงในบางครั้ง

การแสดงก็จะเป็นฉากๆไปรวมถึงเรื่องเล่าที่เป็นตำนานเต่าคาบดาบด้วยนั่นแหละ ตอนจบผู้อยู่เบื้องหลังก็ออกมาโชว์ตัว จะเห็นได้ว่าแช่น้ำอยู่ครึ่งตัวเลยทีเดียว

หลังจากชมหุ่นกระบอกน้ำเสร็จออกมาข้างหน้าโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ ก็เริ่มเห็นคนพลุกพล่านแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันเสาร์ ถนนรอบทะเลสาบนั้นจะปิดถนนให้คนมาเดินเล่นทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประทับใจที่สุดสำหรับฮานอยสำหรับเราเลย

สิ่งที่เห็นคนจับกลุ่มกันเล่นเยอะที่สุดคงเป็นสิ่งนี้ ไม่รู้เรียกว่าอะไรแต่ก็คือเล่นเหมือนตะกร้อวงบ้านเรา เล่นกันทั้งหมดทั้งชายหญิง ดูสนุกดีลองเตะแล้วยากกว่าตะกร้อพอสมควรเลย กะแรงไม่ถูก 55555

บรรยากาศรอบๆเต็มไปผู้คนมาทำกิจกรรมต่างๆ อยากให้ประเทศไทยมีกิจกรรมแบบนี้บ้างในทุกๆจังหวัดเลย คนจะได้ออกจากบ้านมาทำกิจกรรมกันบ้าง

มีวงดนตรีมาโชว์ด้วย ขนเครื่องเสียงเครื่องดนตรีมาเต็มเลย ชอบมากที่มีที่ให้น้องๆได้แสดงออกแบบนี้ เพลงส่วนใหญ่ของเวียดนามมักจะมีทำนองค่อนข้างคุ้นหูมาก ก็คือเอาเพลงต่างชาติมาแปลงนั่นแหละ

เดินกลับออกมาขึ้นรถบัสไปกินข้าวมือเย็นก็จะเห็นหลายๆร้านอาหารข้างทางเริ่มเปิดกันแล้ว ก็นั่งยองๆกินกันตามประสาคนเวียดนาม

เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็เข้าโรงแรมไปอาบน้ำให้สดชื่น มันสดชื่นจริงๆเหมือนเกิดใหม่เพราะมันร้อนมากกกกกก เหงื่อท่วมตลอดเวลาจริงๆ ไกด์นัดเวลาอีกครั้งเจอกัน 3 ทุ่มเพื่อออกไปดูชีวิตกลางคืนของชาวฮานอยกัน

หลังจากนั่งแท๊กซี่มาจากโรงแรมค่อนข้างนานพอสมควร 3–4 กิโลฯกว่าๆแต่เนื่องด้วยการจราจรแบบเวียดนามๆ ทำให้มาได้ช้ามากและเนื่องจากมีการปิดถนนอีกจึงทำให้ต้องขับอ้อมบริเวณใจกลางรอบทะเลสาบ กว่าจะถึงร่วม 4 ทุ่มเข้าไปละ ก็มาถึงย่านนี้ที่ไกด์เวียดนามบอกว่าเหมือนถนนข้าวสาร

ที่บอกว่าเหมือนถนนข้าวสารเพราะแต่ก่อนมีแต่ฝรั่งมานั่ง ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส แต่หลังๆมีแต่คนเวียดนามที่เป็นชนชั้นกลางของมานั่งเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ฝรั่งที่มานั่งก็ย้ายไปเที่ยวที่อื่นแทน

ความรู้สึกแรกที่ไปถึงคือ คนจะเยอะไปไหน คนแน่นมากริมท้องถนน เพราะทุกร้านคือไม่ได้นั่งกินในร้าน ส่วนใหญ่คือตั้งโต๊ะเก้าอี้กันริมถนนนั่นแหละ จะใส่ชุดชิวๆหรือชุดสวยมาแค่ไหนก็นั่งยองๆงั้นแหละ แล้วเศษอาหารเปลือกเม็ดทานตะวันที่ทานแล้วก็โยนๆลงพื้นไปงั้นเลย เวียดนามสไตล์โดยแท้จริง

ส่วนเราไปนั่งร้านที่มีชั้น 2 เนื่องจากพี่ๆระดับสูงบางคนไม่อยากเบียดเสียดข้างล่าง ซึ่งจริงๆแล้วเราอยากนั่งนะ 55555

เบียร์ยอดฮิตที่นี่คงไม่พ้น Saigon ถือว่ารถชาติพอได้อยู่ แต่ที่แย่คือ ไปร้านไหนๆมันก็ไม่เคยจะเย็นจัดสักที มีแต่เย็นเหมือนแช่มานิดๆ ชิวเบียร์กันไปพักนึงฝนตก พอลงมาจากร้านวงแตกกันกลับบ้านกันหมดอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงขยะเต็มถนน นั่งแท๊กซี่กลับโรงแรมไปนั่งกินเหล้ากันต่ออีกสักพักละก็นอนจบวันที่ 1 อันแสนเหนื่อยไป

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade