บันทึกเรื่องราวเที่ยว ฮานอย-ฮาลองเบย์ (วันที่ 2)

Mr. Cake
Mr. Cake
Jul 10, 2017 · 3 min read

เช้านี้เริ่มด้วยการไปพบตำนานของเวียดนามที่โด่งดังไปทั่วโลกคือ ลุงโฮจิมิน นั่นแหละ ไกด์เล่าให้ฟังว่าคนเวียดนามรักลุงโฮจิมินมาก เพราะเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้เวียดนามอย่างมากมาย ชาวเวียดนามจึงเก็บร่างลุงโฮฯไว้เพื่อให้คนมาเยี่ยมเยียนดูท่าน ซึ่งตรงข้ามกับคำสั่งเสียของลุงโฮฯหมดเลย (ซะงั้น)

คำสั่งเสียของลุงโฮฯคือให้เผาร่าง และนำเถ้ากระดูกของท่านไปไว้ที่ยอดเขาทั้ง 3 ยอดในเวียดนามเหนือ กลาง ใต้ และใครที่มาเยี่ยมท่านให้ปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้นก่อนกลับไป

แล้วมาดูสิ่งที่ตรงข้ามที่ชาวเวียดนามทำให้ท่าน

ที่เห็นนั้นคือที่เก็บร่างของลุงโฮ ก่อนเข้านั้นจะมีการแสกนทุกอย่าง เรียกได้ว่ารักษาความปลอดภัยระดับสูงเลย พร้อมทั้งห้ามนำกล้องใหญ่เข้าไป กระเป๋าใบใหญ่ทางไกด์ก็บอกให้เก็บไว้บนรถ เลยได้มาแต่รูปที่ถ่ายด้วย iPhone เท่านั้น

เข้าไปก็จะบรรยากาศเย็นๆมืดๆ มีทหารเฝ้าตลอดทาง ห้องข้างในที่เราเข้าไปก็จะเห็นร่างลุงโฮฯอยู่ในโลงแก้ว ให้เราเดินรอบ 270 องศารอบลุงแล้วก็ออกไป ร่างไร้วิญญาณนอนสงบนิ่ง ในห้องเงียบสงัด

หลังจากออกจากที่สถานที่เก็บร่างลุงโฮฯก็เดินไปต่อกับที่ทำการและบ้านพักสมัยที่ลุงโฮฯยังมีชีวิตอยู่

บรรยากาศรอบๆคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด ตึกเหลืองๆใหญ่ๆคือตึกทำการเก่า ซึ่งลุงก็ไม่ค่อยได้เข้าไปใช้งาน จะอยู่โซนบ้านเล็กๆที่เดิมเป็นที่พักของคนงานสมัยฝรั่งเศสยึดครองและใช้ที่นี่มากกว่า บ้านไม้นั้นก็เป็นที่อาศัยที่ลุงพัก ส่วนสระน้ำนั้นเดิมไม่มีน้ำแต่ลุงทำเป็นสระน้ำเพื่อเลี้ยงปลาไว้เป็นอาหารของผู้ที่อาศัยอยู่ในนี้ โดยเมื่อลุงจะให้อาหารปลาก็จะปรบมือเรียก ทำให้เวลาเด็กๆชาวเวียดนามมาที่นี่ก็จะไปริมๆสระแล้วปรบมือเรียกปลา ลองแล้วปลาก็ขึ้นมาจริงๆ

เดินออกมาจากโซนบ้านลุงก็จะเจอกับร้านขายของที่ระลึกเต็มข้างทางยาวตลอด แล้วก็เดินมาที่วัดเสาเดียว ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าอีกเหมือนกันแต่จำไม่ได้แล้ว

วัดเสาเดียว

ข้อสังเกตอีกอย่างนึกคือ ร้านขายของรอบๆวัดมีขายน้ำและก็ยังมีขายเบียร์อยู่นะจ๊ะ 55555

เสร็จแล้วก็เดินทางออกจากฮานอยไปสู่ฮาลองเบย์ ซึ่งระหว่างทางก็มีการแวะจุดขายของฝาก ซึ่งมีผู้พิการจากสงครามเวียดนามที่บอกว่าสหรัฐอเมริการนั้นใช้อาวุธเคมีทำให้ลูกหลานของผู้โดนสารพิษนั้นพิการ เป็นไปได้อย่าเพิ่งซื้ออะไร ณ จุดนี้ เพราะสินค้าทั้งหมดราคาสูงมาก

พอถึงฮาลองเบย์เสร็จไกด์พาไปกินข้าวแล้วก็พาไปที่ ไนท์มาร์เก็ต ซึ่งดูๆไปก็โรงเกลือบ้านเราดีๆนี่เอง

สินค้าที่ขายก็เช่นเดิม ของก๊อปต่างๆนาๆ การซื้อของที่นี่ต้องต่อราคาอย่างน้อยๆ 50–60% กันเลยแล้วแต่ฝีมือแต่ละคน

เราไม่ถนัดช้อปถ่ายรูปเสร็จก็มานั่งรอร้านข้างหน้ารอเวลาขาช้อปทั้งหลายช้อปเสร็จ ทางรถบัสก็พากลับไปที่โรงแรม บางส่วนก็ลงกลางทางไปวัดดวงกันที่คาสิโน เราเลือกกลับโรงแรมไปเดินเล่นข้างหน้าโรงแรมดีกว่า

เดินออกมาหน้าโรงแรมก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาแต่ไกล คือผับนี้นี่เอง คนแน่นมาก มี DJ มาเปิดแผ่น ไม่ได้สมกับคำว่า BAR Coffee เลยแม้แต่น้อย

เดินเที่ยวไปตามทางเรื่อยๆ ก็มีร้านหลากหลายคาราโอเกะแบบไมค์วนก็มี

เพลงที่ร้องนี่ See you again แต่แปลงภาษาเป็นเวียดนามนะ

ร้านนี้ทำสีคุ้นมาก font ก็คุ้นมาก

เดินไปเดินมาสุดท้ายก็กลับมาจบที่นั่งร้านที่เจอครั้งแรก

จิบเบียร์กันไปเพลินๆ แต่สิ่งที่แปลกและไม่เห็นในบ้านเราคือ หลายๆโต๊ะนั้นพาลูกมาด้วยซึ่งบางโต๊ะก็เด็กมากๆอีกต่างหาก

ดื่มกันไปแทะกันไปก็โยนขยะไว้ใต้โต๊ะเช่นเดิม แม่มีเด็กน้อยมาด้วยก็นั่งสูบบารากุกันไป อย่างนี้ก็ได้เหรอ นั่งไปสุดท้ายเจอกลุ่มแม่บ้านพาลูกมานั่งพร้อมพาลูกน้อยกันมาครบเลย โอยยยยย เห็นแล้วไม่อยากจะคิดถึงอนาคตประเทศนี้กันเลยทีเดียว

สุดท้ายเราก็กลับโรงแรมไปนั่งจิบเบอร์เบินต่อ ละก็นอนจบวันที่ 2

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade