บันทึกเรื่องราวเที่ยว ฮานอย-ฮาลองเบย์ (วันที่ 3)

Mr. Cake
Mr. Cake
Jul 10, 2017 · 3 min read

วันนี้แหละที่จะได้ไปเที่ยวในสิ่งที่เรารอคอย ได้ไปล่องเรือถ่ายรูป ตื่นเช้ามาก็เก็บกระเป๋ามีอาการเหนื่อยล้าจากการกรำศึกหนักมา 2 คืน 555555 ลงไปกินข้าวเสร็จก็ออกเดินทางไปที่ท่าเรือ

ถึงที่ท่าเรือนักท่องเที่ยวเต็มเช่นทุกที่ เมฆเต็มฟ้าปิดคิดในใจวันนี้จะได้รูปสวยๆมั่งมั้ยเนี่ย

เดินมาขึ้นเรือจอดอยู่ไกลลิบเลยเดินไปเรื่อยๆเห็นเรือเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด เราได้เรือชื่อ Huy loc 36 งวดหน้าคงต้องจัดไป 5555

เรือเป็นเรือ 2 ชั้น ชั้นบนปูหญ้าเทียมไว้ให้ขึ้นไปถ่ายรูปชิวๆได้ ชั้น 1 เป็นห้องอาหารมีโต๊ะกินข้าวให้นั่งกินข้าวกัน มีอุปสรรคเล็กน้อยก่อนออกเรือเพราะว่าต้องเขียนรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดใหม่ด้วยลายมือตอนที่ผู้โดยสารทั้งหมดลงเรือแล้ว แล้วถึงจะไปส่งให้นายท่าเพื่อออกเรือได้ ยุ่งยากสุดๆไปเลยยยยยย

เลยนั่งถ่ายรูปเรือลำข้างๆ เห็นเรือลำแล้วลำเล่าออกไป เราก็ยังคงจอดนิ่งอยู่ที่เดิม รอคอยต่อไป

เรือออกจากท่าแล้ว มุ่งสู่จุดท่องเที่ยว เป้าหมายหลักคือไปดูถ้ำและไปรับประทานอาหารกลางน้ำกัน

เรือออกมาแปปเดียวก็เริ่มเป็นจากเป้าหมายจากไกลๆแล้ว

วิวฮาลองเบย์จะเป็นทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่โผล่ขึ้นมากลางน้ำมากมาย เราก็มุ่งหน้าเข้าไปผ่านภูเขาต่างๆจนไปถึงท่าเรือหนึ่งเพื่อเข้าไปยังถ้ำขนาดใหญ่

ถึงท่าเรือแล้วไกด์แจ้งว่าให้เอาของไปเท่าที่จำเป็น ใครไม่อยากไปเดินถ้ำให้รออยู่บนเรือได้ ใครจะเดินถ้ำให้พกตั๋วไปให้ดีๆ แล้วผ่านถ้ำไปแล้วเรือจะไปรับที่อีกฝั่งนึง หลังจากเดินขึ้นบันไดไปพอสมควรก็ถึงปากถ้ำ เข้าไปก็พบกับถ้ำขนาดใหญ่มาก ประดับไปด้วยแสงไฟสวยงาม และเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

ภายในถ้ำไกด์ก็จะเล่าตำนานต่างๆมากมายยืดยาว แล้วก็ชี้ให้ดูว่าหินงอกหินย้อยก้อนนั้นก้อนนี้เป็นรูปอะไร เราไม่ค่อยได้ฟังเดินถ่ายรูปอย่างเดียวเพลินๆไป 555555

ออกมาจากถ้ำเราก็จะเห็นท่าเรือของอีกฝั่งที่เรือจอดรอรับนักท่องเที่ยวจอดเรียงรายอัดแน่นกันอยู่ โดยเรือเรานั้นยังไม่เข้าเทียบฝั่งเลย ลอยลำรออยู่

แวะถ่ายรูปลุงนิดนึง กำลังล้างรองเท้าอยู่ชิวๆ

หลังจากเรือของเราพยายามเข้าฝั่งอยู่นานโดยไม่มีคิวว่างเลยสักที ก็เกิดสิ่งที่ไม่น่าเชื่อขึ้น

เรือของเราขับเบียดแทรกกลางเข้ามาเลย ทั้งๆที่เรืออีกสองลำจอดชิดกันอยู่มีช่องว่างนิดเดียว พี่ท่านแหวกกลาง ไถเข้ามาเพื่อเข้ามาให้ได้ เรายืนงง แบบนี้ก็ได้เหรอ

พอเรือออกไปเรื่อยๆ ก็ไปสู่วิวสวยๆอีก หลายๆคนก็ถ่ายรูปบ้าง สักพักก็มีอาหารมาเสิร์ฟ กินไปชิวๆ สังเกตได้ว่าฮาลองเบย์คงไม่มีลมไม่มีคลื่นเป็นแน่ เพราะการท่องเที่ยวรับประทานอาหารบนเรือขนาดเล็กแบบนี้คงเป็นไปไม่ได้หากมีคลื่นลม

ส่วนเรากินๆไปแว่บออกมาถ่ายรูปไป

เมื่ออิ่มกันแล้วไม่นานก็ถึงฝั่ง ไกด์ก็ให้เราขึ้นรถอย่างไว พร้อมที่จะออกเดินทางกลับสู่สนามบิน แต่ยังไม่วายพาแวะจุดขายของฝาก คราวนี้ให้เราเข้าไปนั่งฟังบรรยายในห้อง แทบเรียกได้ว่าเป็นการปิดประตูตีแมวเลย ของขายเป็นสมุนไพรจากทิเบต ราคาสูงพอสมควรทั้งบัวหิมะและถั่งเช่า ออกมากว่าจะไปถึงสนามบินก็ใช้เวลาอีกร่วม 2 ชั่วโมงได้

พอถึงสนามบินก็ตรงนี้ก่อนจะแลกเงินกลับต้องหาอะไรกินก่อนเพราะ บริเวณสนามบินก่อนที่จะเข้าเกตนั้นยังคงต้องใช้เงินดองซื้อของอยู่ ไม่สามารถใช้ USD ได้

สุดท้ายก็เดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ⁽⁽٩(๑˃̶͈̀ ᗨ ˂̶͈́)۶⁾⁾

ภาพสุดท้ายไกด์บอกว่าเป็นสัญลักษณ์ของฮาลองเบย์คือ ไก่ชน ต้องใช้จินตนาการพอสมควรเลยทีเดียว

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade