กว่าจะมาเป็น acoshift ในวันนี้

วันนี้จะมาเล่าประวัติของตัวเองละกัน ว่าเคยเจออะไรมาบ้าง ตั้งแต่จำความได้ 😬

ไม่ได้ชอบแมว แต่ชอบแมวในร่างคน // ผิด

รูปไม่ได้เกี่ยวกับบทความ เอามาใส่ไว้เฉย ๆ (by Rita Astrovich on Unsplash)

ถ้าให้นึกย้อนกลับไป จำได้ว่าเคยอยู่ที่บางโพ ซอย 20 ในกรุงเทพฯ เป็นครอบครัวคนจีนอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ฐานะปานกลาง ที่บ้านเคยขายของเล่นพวกทามิย่า, เบลเบลด ทุกเช้าต้องตื่นมาประกอบสนามแข่ง รับจ้างแต่งรถเปลี่ยนมอเตอร์ จนกระทั่งมีเกมเพยล์ 1 ก็มาเปิดร้านเกม (ตอนหลังบ้านข้าง ๆ มาเปิดแข่งแล้วแจ้งความ คนที่บ้านเลยได้ไปนอนเล่นในคุกหลายวัน) ตอนนั้นได้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกเป็น celeron Windows ME พึ่งออกใหม่ ๆ สมัยนั้นชอบเล่นเกมมาก ถึงขั้นติดเกมเลยก็ว่าได้ เป็นช่วง Ragnarok พึ่งเข้าไทยใหม่ ๆ The Sims 1 พึ่งออก ทำให้สนใจที่จะสร้างเกมของตัวเองขึ้นมา ช่วงนั้นซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับ Game Programming มาอ่านเล่มนึง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นช่วง DirectX 8

หนังสือเล่มแรกก็เป็นการเขียนเกม 3D ตอนนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไร เขียนตามหนังสือจนได้เกมแรกออกมาเป็นเกมเดินยิงมอนสเตอร์แบบง่าย ๆ ยิงแล้วจบเกม ฝึกทำ skybox, terrain ให้ตัวละครเดินขึ้นลงตามภูเขาได้ ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่อง matrix ด้วยซ้ำ น่าจะเรียนอยู่ช่วง ป. 4 แทบจะเขียนโปรแกรมทั้งวัน จำได้แม่นเลยว่าเขียนด้วย Delphi 6 logo กล่องสีฟ้า ๆ กับใช้ TVSDK (crack แน่นอน ไม่มีปัญญาซื้อ 😳)

เป็นช่วงที่ได้เปิดโลก Programming เลยก็ว่าได้ ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังเขียนโปรแกรมบน Console หน้าจอดำ ๆ ไม่เป็นด้วยซ้ำ

เป็นเด็กที่อายุไม่ถึง 10 ขวบที่ไม่ไปเล่นกับเพื่อน แต่อยู่หน้าจอคอมทั้งวัน (เข้าโรงเรียนเร็วกว่าเพื่อน 1 ปี ทำให้อายุน้อยที่สุดในชั้น)


โชคชะตาเล่นตลก บ้านโดนยึด ทุกคนในครอบครัวแยกย้ายไปกันคนละทิศ แล้วไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกเลยนับจากวันนั้น

จำได้เลยว่าพึ่งเรียนจบ ป. 5 เทอม 1 ต้องย้ายโรงเรียนจากในกรุงเทพฯ ไปขอนแก่น เพราะว่าพ่อได้งานก่อสร้างที่นั้น

จากฐานะปานกลาง บ้านมีแอร์ มีทีวี ต้องไปอยู่ขอนแก่นนอกเมือง นอนในซุ้มคนงานก่อสร้างที่เป็นแผ่นสังกะสีวางต่อ ๆ กัน ข้าง ๆ เป็นแม่น้ำและป่า นอนไปนอนมามีแมงป่องเดินเข้ามาในที่นอน ต้องให้คนงานมาช่วยจับออกไป บางทีก็เจองูคนงานก็จับไปกิน 😅

ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนแทบจะพลิกฝ่ามือภายในวันเดียว ตอนเรียนฟังที่ครูสอนไม่รู้เรื่องเลยเพราะเขาพูดภาษาอีสานกัน จากชีวิตเด็กในเมืองเล่นทามิยา ต้องไปจับด้วง ไล่จับตั๊กแตน ผีเสื้อ แมลงปอ กระทั่งแมลงสาบก็ไม่กลัว วิ่งไล่จับกำไว้ในมือ (แต่ตอนนี้แค่ซากก็ไม่กล้าจับ 😂)

ช่วงแรกที่ไปอยู่ท้องเสียทุกวัน เพราะอาหารกลางวันที่โรงเรียนเป็นข้าวผัดแมงกุ๊ดจี่ ไม่อร่อยเลย ยังจำรสชาติได้อยู่ 😰 ช่วงบ่ายแทบจะไม่ได้เรียนเลยเพราะอยู่ห้องน้ำตลอด แต่ครูก็เข้าใจ เคยเกือบวิ่งไปเข้าห้องน้ำไม่ทันด้วย 😭

วิชาเกษตรเป็นวิชาที่ไม่อยากเรียนที่สุด เพราะต้องไปขุดดินทำแปลงปลูกพืช เคยหน้ามืดเกือบตกบึงข้างแปลง แต่โชคดีเพื่อนช่วยทัน

แน่นอนว่าเข้าเรียน ป. 5 เทอม 2 กลางคันแบบนี้ยังไงก็โดน bully แน่ ๆ เคยมีเรื่องกระทั้งโดนทำร้ายร่างกาย โดนต่อย แต่ก็สู้เขาไม่ได้ 😱

โชคดีที่เราพอมีความสามารถในด้านคอมพิวเตอร์ ทำให้สนิทกับลูกกำนัน เขาเคยให้ไปซ่อมคอมกับปริ้นเตอร์ที่บ้าน และก็ช่วยดูคอมให้ครูที่โรงเรียน ช่วงหลัง ๆ เลยไม่มีคนแกล้งแล้ว

ถนนหน้าโรงเรียน (ภาพจาก Google Maps)

หลังจากจบ ป. 6 ตั้งใจจะกลับไปเรียนมัธยมที่กรุงเทพฯ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง เพราะที่กรุงเทพฯ ไม่มีบ้านแล้ว ทำให้ต้องมาเรียนต่อที่โรงเรียนสนามบินที่ขอนแก่นเหมือนเดิม แต่เข้ามาในตัวเมือง

พอย้ายโรงเรียน ก็เลยได้ไปเช้าบ้านอยู่ในซอยธุรกิจตรงถนนกสิกรทุ่งสร้าง แถวนั้นมีบึงทุ่งสร้าง ทำให้มีโอกาสได้ไปตกปลาด้วย และเนื่องจากว่าบ้านเช่าอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 30 นาที ทำให้ช่วงนั้นเดินกลับบ้านอยู่บ่อย ๆ เลยติดนิสัยชอบเดินจนถึงทุกวันนี้


หลังจากเรียนไปสักพัก แม่เลยหาของมาขายหน้าโรงเรียนคือน้ำอัดลม และชานมไข่มุก ทำให้ทุกวันก่อนเข้าเรียน และหลังเลิกเรียนต้องมาช่วยขาย ช่วงนั้นขายดีมากเพราะเราเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ไปขาย (แต่หลัง ๆ คนมาขายเริ่มเยอะจนขายไม่ค่อยได้) (เพราะว่าอยู่กับน้ำอัดลมมาหลายปี พอขึ้นมหาวิทยาลัยเลยเลิกดื่มน้ำอัดลมจนถึงทุกวันนี้)

เนื่องจากทุกเย็นต้องอยู่ขายของ แล้วต้องตื่นเช้า (แม่ตื่นมาต้มไข่มุกตอนตี 4 ทำให้ต้องตื่นช่วงตี 4–5 และรีบไปจัดร้านเพื่อขายตอนเช้า) ทำให้ไม่มีเวลาทำการบ้านที่บ้าน ตอนนั้นเวลาที่มีการบ้านจึงต้องรีบทำให้เสร็จก่อนเลิกเรียน (เลยติดนิสัยรีบทำการบ้านมาจนถึงเรียนมหาวิทยาลัย) ช่วงเย็น ๆ ของทุกวันที่ลูกค้าน้อยแล้วได้เล่นบาส ทำให้ตัวสูงขึ้น (มั้ง 😄)

ช่วง ม. ต้น ได้เห็นอุบัติเหตุต่อหน้าต่อตา ที่ทำให้ตกใจมาก ๆ เลยมี 2 ครั้ง ครั้งแรกคือการแกล้งกันโดนการถีบประตู ทำให้นิ้วเพื่อนคนนึงขาดหลุดติดมากับประตู ตกใจมาก ๆ เพราะยืนอยู่หน้าประตูพอดี เห็นครูรีบวิ่งมาเอานิ้วเพื่อนไปแช่ในเป๊ปซี่ ครั้งที่ 2 คือเพื่อนเอากรรไกรไล่งับขากัน ทำให้ไปตัดเนื้อหลุดออกมาต่อหน้าต่อตา เพราะตอนนั้นยืนอยู่ตรงที่เขาเล่นกันพอดี 😨 จึงทำให้มีนิสัยชอบระวังและระแวงอยู่ตลอด

เคยโดยขโมยขึ้นบ้านด้วย มีอยู่ช่วงนึงจะพกไม้เบสบอลไว้ในบ้านเอาไว้ป้องกันตัว


หลังจากเรียน ม. ต้นจบพอขึ้น ม. ปลาย ต้องย้ายโรงเรียนไปเรียนที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน โชคดีมากที่สอบเข้าห้องกิ๊ฟคณิตศาสตร์ได้ แต่ตอนเลิกเรียนก็ยังต้องเดินกลับไปขายของที่โรงเรียนสนามบินอยู่ ตอนนี้เอาข้าว+ไข่ มาขายแล้ว (ไข่เจียว, ไข่ดาว, ข้าวผัด) ทำให้ได้ฝึกทำอาหารแบบง่าย ๆ ทุกวัน วันที่แย่ที่สุดคือวันที่ฝนตก เพราะน้ำมันจะกระเด็นโดนมือ บางทีมือก็ไปโดนกระทะบ้าง (เลยมีแผลเป็นที่มือเยอะจนถึงทุกวันนี้)

มีช่วงนึงจำได้ว่าลองซื้อเครื่องทำสายไหมมาทำขาย ก็ได้รู้ว่าสายไหมทำยังไง (น้ำตาลผสมสีทั้งนั้น 😅)

ช่วง ม. ต้น ได้ลองเขียนแบบบ้านใช้ AutoCAD, ลองปั้น model รถด้วย 3DS Max ได้ฝึกนวดฝาเท้า, ทำขนมด้วย 😆 ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชอบคณิตศาสตร์มาก ๆ ขนาดที่ตอนพักเทียงไปเรียนเพิ่มกับครูในห้องพักครูทุกวัน เรียนเนื้อหาของ ม. ปลาย จำได้เลยว่าน่าจะได้เรียนเรื่อง div, integrate ตอน ม. ต้น นี่แหละ


ช่วง ม. ปลาย เป็นช่วงที่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับ Programming มาอ่านเยอะข้ึน ได้ลองเขียน C/C++ ทำเกม 2D ได้ลองสร้าง Form ขึ้นมาเองจาก Win32 API จำได้เลยว่าต้องมาเลือกสีแปรงเอง กับคำว่า HWND ที่เจอเยอะมาก ๆ เกม 2D เกมแรกที่เขียนเป็นเกมต่อสู้คล้าย ๆ street fighter สมัยนั้น แต่รูปเป็นตัวก้าง วาดขึ้นมาเอง อัดเสียง effect เอง เอากระดาษมาตีโต๊ะ เสียงตัวละครร้องตอนโดนต่อย ทำเองหมดเลย ได้ประสบการณ์เยอะมาก 😀

พอเก็บเงินซื้อหนังสือบ่อย ๆ (ไม่เคยขอเงินที่บ้านเพิ่ม) ทำให้รู้จักหักห้ามใจ ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้กินขนมอีกเลยจนถึงทุกวันนี้

ช่วงนั้นได้ลองฝึกเขียน Form ทำโปรแกรมใช้ Delphi 7 จนมาถึงช่วงที่ เปลี่ยนจาก Borland มาเป็น CodeGear และช่วงหลัง ๆ กลายเป็นของ Embarcadero เคยส่งเมลไปขอ student edition ด้วย แต่ก็ไม่ได้ ต้องใช้ crack ต่อไป 🙄

ที่ภูมิใจที่สุดตอนนั้นคือได้เขียน Game Engine ของตัวเอง สามารถเปิดหนังได้ จำได้เลยว่าเอา DirectPlay มาต่อกับ madVR และเอา C/C++ header ของ OGG มาแปลงเป็น Pascal เพื่อทำให้เล่นเสียง OGG ได้ ตอนทำ OGG ได้ความรู้เยอะมาก พวก buffer, stream, seek และก็ render 3D, 2D ได้ ต่อกับ DirectX 9 แต่ตอนนี้ source code หายไปหมดแล้ว 😭 จำได้เลยว่าต้องไปโหลด header DirectX ของ JEDI มาใช้

เป็นช่วงที่สำคัญกับชีวิตมาก ๆ เพราะ Internet ยังไม่ทั่วถึง content ก็มีน้อยมาก StackOverflow, Github ก็ยังไม่รู้จัก การทำ Game Engine ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้เวลาเจอปัญหาอะไรสักอย่าง ต้องพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่เคยถามใคร บางปัญหาอาจจะแก้ทั้งเดือนก็มี ทำให้มีความอดทนในการแก้ปัญหา

ได้เขียน webboard ครั้งแรกใช้ PHP แบบไม่มี framework แน่นอนว่ามี SQLInjection แน่ ๆ เพราะในหนังสือเขาสอนมาแบบนี้ ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงเปิดโลก Anime ญี่ปุ่นเลยก็ได้ว่า (หึ ๆ ๆ ๆ) ได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฝึกอ่านเขียน Kanji เพราะ webboard ที่เขียนไปก็อปรูปภาพมากจาก webboard ของญี่ปุ่นอีกที แต่มาเขียน code เองใหม่ทั้งหมด และตั้งชื่อเว็บเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย 😁 (ต้องขอบคุณเว็บ thport.com มาก ๆ ที่ให้ใช้ host ฟรี) ช่วงนี้เป็นช่วงชอบโหลดเกม NVL (Visual Novel) ของญี่ปุ่นมาแกะเอารูปภาพ, เพลง ออกมาก (โหลดเซฟเกมจากเว็บ サガ夫Z มาเล่น หึ ๆ ๆ ๆ ๆ)

ช่วงนี้เคยอยากเปิด Host เองมาก ๆ ถึงขนาดไปซื้อหนังสือวิธีทำ Web Hosting, Network, Security, Email Server มาอ่าน และก็พวกหนังสือสอน hack แบบง่าย ๆ ได้มาลองฝึก ได้ศึกษาตัว binary ของไฟล์ .exe, ไฟล์ .dll ว่ามันทำงานยังไง ได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งเขียนโปรแกรม แข่งหุ่นยนต์ ทำให้ช่วงพักกลางวันไม่ได้เล่นกับเพื่อน ต้องอยู่ในห้องพักครูตลอด หลังเลิกเรียนก็ไปขายของ เลยไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไร พอกลับบ้านก็เขียนโปรแกรมทั้งวัน และได้เขียน C# .NET น่าจะเป็นช่วงที่ Delphi .NET ออก และได้เขียน Java จะบอกว่าเป็นช่วงหัดเขียน OOP เลยก็ว่าได้ ช่วงนี้เก็บเงินเพื่อซื้อหนังสือรัว ๆ

นอกจากนี้ได้เรียนอะไรใหม่ ๆ เยอะมาก เช่น ActionScript, Flash, JavaScript, CSS, HTML4, XHTML, SDL, C#, Java, HLSL, J#, C++/CLI, SQL
(นึกว่า XHTML จะไม่ได้ใช้แล้ว แต่ยังเห็นหลายคนเขียนใน HTML5 ด้วย แปลกดี)

นอกจากเขียนโปรแกรม ก็หัดเล่น Keyboard ซื้อโปรแกรม Synthesia มาเล่น จำได้เลยว่านั่งหา midi เพลง anime ทั้งวัน 😄 midi บางไฟล์จะแยกมือซ้ายกับมือขวาให้ บางไฟล์ไม่แยกต้องมาเดาเอง (ช่วงนั้นเล่นเพลง K-ON, Clannad) เคยเล่นแล้วมาอัดในโปรแกรม GarageBand ด้วย แต่ไฟล์หายไปแล้ว แยจัง 🙈
(หน้าตาเกมเป็นแบบนี้ https://www.youtube.com/watch?v=j8DZc-TmRDM)
แล้วก็ติดเกมแนวดนตรีพวก Osu! ฯลฯ (ช่วงนี้ติดเกม Tera EU ด้วย ได้ฝึกภาษาอีก)

จริง ๆ เคยอยากเป็นหมอด้วยนะ ซื้อหนังสือแพทย์มาอ่านหลายเล่มเลย (ทำไมไม่อ่านวิชาที่ต้องสอบก็ไม่รู้ 😆) สุดท้ายสอบตกจรรยาบรรณแพทย์ 😅

code php webboard ที่เคยเขียน 🤣
หนังสือบางเล่มที่ยังเหลืออยู่

หลังจากจบ ม. ปลาย ก็ได้กลับมาอยู่กรุงเทพฯ เพราะป้าซื้อบ้านไว้แถวตลิ่งชัน​ (เป็นบ้านที่อยู่จนถึงทุกวันนี้) ช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นมหาวิทยาลัยช่วงนี้เป็นช่วงที่มีเวลาเยอะมาก เลยรับงานเขียนโปรแกรมเป็น Windows Form ด้วย Delphi นี่แหละ ขายได้หลายหมื่นบาท เป็นครั้งแรกที่ได้หาเงินด้วยความสามารถของตัวเองที่ไม่ใช่การขายของ (ตอนนั้นวาด icon เองด้วย ในโปรแกรม Paint 🔥)

กลับมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วอยู่ดีกินดีมากขึ้นมีกับข้าวกิน จากตอนที่อยู่ขอนแก่น เวลากินข้าวที่บ้านต้องนับจำนวนเนื้อสัตว์แล้วแบ่งกับน้องคนละครึ่งทุกครั้ง ทำให้เป็นคนที่ติดนิสัยต้องกินข้าวให้หมดจาน

หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปเรียน ComSci ที่จุฬา


ปี 1 เทอม 1 เป็นช่วงปรับตัว ได้เข้าชมรมเคนโด้ แต่ออกช่วงหลังเพราะเลิกดึกมาก ช่วงนี้ก็ยังเขียนโปรแกรมอยู่ตลอด

4 ปีในจุฬาได้เขียนภาษา/tech ใหม่ ๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นวิชาที่เรียน หรือศึกษาด้วยตัวเอง เช่น Prolog, LISP, F#, Basic, Qt, QML, ASM, MathLab, VHDL, Node.js, XNA, Laravel และอื่น ๆ จำไม่ได้แล้ว เป็นช่วงที่หัดเขียน Functional Programming, ทำ Compiler เอง, ทำ StackCPU emulator, ทำเกม multi-touch บน จอใหญ่ ๆ เล่นหลาย ๆ คนพร้อมกันบนจอเดียวกัน, เอา F# มาทำเกมสลับภาพ แล้วก็ไปแข่งเขียนโปรแกรมด้วย ถึงจะไม่มีทีมก็เถอะ เช่น IEEEXtreme

นอกจากเรื่องคอมแล้วก็ได้ฝึกทำเค้กด้วย 😬 และก็เรียนภาษาจีนตัวต่อตัว กับฝึกเขียนพู่กันจีน ช่วงหลัง ๆ พอเจอภาษาญี่ปุ่นบางทีก็นึกออกแต่คำอ่านจีน บางทีเจอภาษาจีนก็นึกออกแต่คำอ่านญี่ปุ่นสลับกัน 🙄


4 ปี กับ MLM

ใครเรียนมหาลัยอยู่ช่วงนี้น่าจะเคยเจอกันทุกคน คือโดนชวนไปทำแบบสอบถาม 😏
ปี 1 เทอม 2 ก็โดนเหมือนกัน เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ปฏิเสธคน เลยตามไปดู แล้วอยู่ยาวจนเรียนจบ

เป็นเรื่องดีมาก ๆ เพราะจากเป็นคนที่ไม่กล้าคุยกับคนแปลกหน้า ไม่กล้า present งานหน้าห้อง ได้ฝึกพูดกับคนแปลกหน้า จนสามารถกล้าทักคนแปลกหน้าให้มาทำแบบสอบถามได้ ได้พูดบนเวทีทุกเดือน ได้ขายของแบบที่ไม่ใช่เขาเข้ามาซื้อ เคยขับรถไปต่างจังหวัดกับเพื่อนอีก 1 คนไปขายปุ๋ย ลงเรียนโภชนาการอาหารในมหาลัย เข้าคอร์สแทบจะทุกคอร์ส ไปแคมป์ทุกรอบ เข้างานสัมนาเยอะมาก ขายอาหารเสริม สาธิตอาหารเสริม เรียนนวดหน้า รับจ้างนวดหน้า เรียนแต่งหน้า (เคยซื้อแป้งมาทาด้วย จริงจังแค่ไหน) ฝึกตั้งเป้าหมาย ขายเครื่องกรองน้ำ ฯลฯ

แต่สุดท้ายก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง 4 ปี ได้ skill เยอะมาก แต่ไม่ได้ตัง 😳


ช่วงเรียนจบ เกือบไม่จบ 4 ปี ตอนแรกมั่นใจมาก ๆ ว่ายังไงก็ได้เกียรตินิยม แต่สุดท้ายตกวิชาเลือก 😱 คือวิชากฎหมาย เลยต้องเรียน Summer อีก 1 เทอม แต่ก็ได้จบ 4 ปี เหมือนเดิม เย่ ๆ

เรียนจบใหม่ ๆ ได้ไปทำงานกับบริษัทนึงไปรับ outsource ที่ True ไปทำ SIT ระบบ Fiber Internet ทำงานกับคนจีนจากบริษัท ZTE และ Huawei เป็นครั้งแรกที่งงว่าทำไมคนจีน 2 บริษัทไม่คุยกัน มาคุยกับเรา แล้วให้เราคุยกับคนจีนอีกบริษัท ทั้ง ๆ ก็ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน…. 🙄 ทำไปทำมางาน manual เยอะเลยทำ script ยิงเทสใส่ SOAP service สุดท้ายออกมาแล้วต้อง support คนที่ทำงานต่อว่าโปรแกรมยิงเทสที่ทำมันใช้ยังไง
ได้ลองเขียน script Load Test ด้วยนะ ทำเป็น flow ว่าถ้ามีคนใช้บริการ fiber ต้องยิง api อะไรบ้าง ต้องมาทำตอน 4–5 ทุ่ม เพราะยิงบนระบบจริง วางแผนไว้ว่า จะเริ่มยิง 4 ทุ่มจนถึงเช้า แต่ยิงไป 10 นาที database พังก่อนทุกวัน 🙄 ไม่รู้ว่าเน็ตลูกค้าพังด้วยไหม 🙈 (ต้องใช้บน IE ด้วย 😂 เพราะต้องลง ActiveX)

หลังจากนั้นก็ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปลงงานไว้ที่เว็บ Fastwork แล้วก็มีพี่ Rath Panyowat ติดต่อมาว่าหา dev Node.js เลยได้มาทำงานที่ Health at Home เป็น dev คนแรก ตอนนั้นทำระบบ tech ทุกอย่างเองเกือบหมดเลย

ช่วงที่ทำ Health at Home อยู่มีคนมาจ้างทำเว็บ Exchange Bitcoin เลยลองเอา Go มาเขียนครั้งแรก จากที่ไม่เคยเขียนกระทั่ง Hello World แต่ตอนนั้น bitcoin ยังไม่บูม (1 BTC ~7,000 บาท) เปิดได้ไม่กี่เดือนก็ปิดเว็บไปละ และก็ได้ทำเว็บ exchange ต่ออีกเว็บ (แต่ตอนนี้ก็ปิดไปแล้วเหมือนกัน)


ได้มีโอกาสไปงานของ dtac ก็โดน Fastwork พยายามจะขโมยตัวไป 😳 แต่ต่อรองไป เลยได้ทำงานทั้ง 2 บริษัท

ตอนที่ทำงานที่ Health at Home และ Fastwork ก็ยังรับงานนอกมาเรื่อย ๆ (เอาเวลามาจากไหนไม่รู้) มีโดนโกงบ้าง ได้เงินบ้าง ขาดทุนบ้างทั่วไป จนได้มาเจอกับพี่โอ๊ค Krissada Chalermsook ตอนนั้นทักมาในเว็บ Fastwork ให้มาแก้งาน meteor.js กับ ionic 1 จริง ๆ ไม่เคยใช้มาก่อนเลยแต่ก็ลองทำดูจะได้ฝึก skill ใหม่ ๆ จนได้มาทำ Acourse กับพี่โอ๊ค

พอรู้จักกับพี่โอ๊ค ก็โดนไปโม้ว่าเป็นเทพนอร์ธ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย 555 (คุณโดนหลอกแล้วววววว) จริง ๆ ตอนนั้นไม่ชอบเลยนะ เพราะปกติเป็นคนเก็บตัว ไม่อยากคุยกับใครถ้าไม่จำเป็น แต่เพราะพี่โอ๊ค เลยได้มีโอกาสเจอกับทางสมาคมโปรแกรมเมอร์ ได้เจอพี่ปั๊ป Apaichon Punopas ทำให้ได้มีโอกาสมาเป็น speaker ในงาน CodeMania, งานโค้ดชิว ๆ กับ Vue.js ฯลฯ ต้องบอกว่าตอนนั้นยังไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองด้วย ว่าจะพูดเรื่องนี้ได้ไหม เพราะจริง ๆ เราก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่ก็สุดท้ายก็ผ่านมาได้

ช่วงนั้นเริ่มมีความมั่นใจเลยลองเปิดคอร์สที่บ้านดู แล้วก็ได้เปิดมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้ (ถึงจะไม่ค่อยมีคนมาเรียนก็เถอะ เปิด 5 คน ไม่เคยเต็มเลย 555)

ตอนอยู่ Fastwork ก็ได้ทำเว็บ version 2 จาก Angular.js ไปใช้ Vue.js 2 RC จริง ๆ ตอนนั้น Vue.js ยังไม่ดัง (star น่าจะหลักพัน) แต่พอดีพี่ใหม่ Apon M. Palanuwech แนะนำว่า รุ่นพี่ที่มหาลัยที่ชื่อ Evan You เขาทำ Framework ชื่อ Vue.js อยู่ ลองไปเล่นดูไหม ตั้งแต่นั้นก็เลยได้เขียน Vue.js มาตลอด พอเว็บเสร็จก็ได้ไปทำ Backend พยายามจะ migrate Node.js มาใช้ Go แต่ยากมาก เพราะ feature ต้องเพิ่มตลอดเวลา แล้วก็ยังต้องกลับไปทำเว็บด้วย จนออกมาเป็น Go แค่ Micro-services ที่ดึงบาง feature ออกมาจาก Monolith แล้วคุยกับ Node.js ผ่าน PubSub และ gRPC
หลังจากนั้นก็ได้ทำ Android ถ้าใครทันช่วงแรก ๆ Fastwork จะมี App แต่ Android เขียนด้วย Kotlin แต่ตอนหลังจากที่ลาออกมา ทาง Fastwork ก็เปลี่ยนเป็น React Native แทน ก็เลยมี app ทั้ง 2 platforms

ถ้าจำไม่ผิดก่อนออกจาก Fastwork ได้เจอกับ BioMaRu ไม่กี่เดือน แต่ถูกคอกันเพราะดูเมะเหมือนกัน 😊 หลังจากนั้นก็ได้ Bio มาช่วยทำ Frontend งานนอกให้ตลอด

ที่ออกจาก Fastwork เพราะช่วงนั้นมีปัญหาหูเป็นหนอง ผ่าตัดแล้วไม่หายอยู่น่าจะเกินครึ่งปี ช่วงหลัง ๆ ปวดแผลมากไปทำงานกลับมาแล้วเป็นหนักกว่าเดิม เลยออกมา (จริง ๆ ทาง Fastwork จะให้ลาออกจาก Health at Home แล้วมาทำ Full-time แต่ตอนนั้น Fastwork ไม่อยากให้ทำ Remote เลยออกจาก Fastwork แทน และตอนนั้นไปโรงพยาบาลบ่อยเลยโดนหักเงินเดือนแทบทุกเดือน ถ้าอยู่ยาวมาสายก็คงโดนหักเหมือนเดิม 😵)


ช่วงหลัง ๆ มีโอกาสลงเรียน Lean Startup จนได้มาช่วยพี่แมน Man Chavayot Pomcum ทำ Lean Startup Thailand และได้เจอกับพี่นัท Nuttawoot Singhathom เลยได้ทำงานนอกกับพี่นัทบ้าง Bio บ้าง และได้น้อง Chakri Lowphansirikul มาช่วยงานด้วย (ไว้โอกาสหน้าอาจจะมาเล่าเรื่อง super connection ที่ได้มาจากพี่นัท)

และก็ได้มีโอกาสไปสอน CodeCamp Thailand ทำให้เจอ Panot Wongkhot ตอนนี้เลยจ้างมาเป็น dev [เบ๊] มาช่วยงานง่าย ๆ ถึก ๆ

ตอนนี้ก็ยังรับงานนอกอยู่นะ ใครมีงานลองทักมาได้ 😊


จะเห็นว่าทุกเหตุการณ์ที่เหมือนจะเป็นเรื่องไม่ดี แต่จริง ๆ แล้วมันมีผลลัพท์บางอย่างแอบแฝงไว้อยู่ บางเรื่องทำให้เราตระหนักถึงอะไรบางอย่าง บางเรื่องทำให้เราได้ skill ใหม่

จริง ๆ มีอีกหลาย ๆ เรื่องที่ข้ามมา เช่น เพื่อนสนิทเสียชีวิต และบางเรื่องก็คิดว่าไม่ควรเขียนจะดีกว่า

ไว้คราวหน้ามีเรื่องอะไรจะมาเล่าอีกละกัน ^^

Like what you read? Give acoshift a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.