หนังสือเล่มที่อ่านแล้วทึ่ง อึ้ง เสียว

บัลซัคกับสาวน้อยช่างเย็บผ้าชาวจีน, ไต้ซื่อเจี๋ย เขียน

..เสียงฝีเท้าของหลูปลุกผม ตีสามแล้วผมคงหลับไปไม่นานเพราะน้ำมันตะเกียงยังติดสว่างอยู่ ผมเห็นเงาของเขาทอดเข้ามาในห้อง

“หลับหรือยัง”
“ก็ไม่เชิง”
“ฉันมีของมาอวดนาย”

เขาเติมน้ำมันลงไปในตะเกียง เมื่อไส้ตะเกียงสว่างขึ้น เขาก็ใช้มือซ้ายถือตะเกียงเดินมาที่เตียงผมแล้วนั่งตรงขอบเตียง ดวงตาของเขาเจิดจ้า ผมของเขายุ่งเหยิง เขาล้วงเอาห่อผ้าสีขาวที่พับไว้อย่างประณีตขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต

”รู้แล้ว สาวน้อยช่างเย็บผ้าให้ผ้าเช็ดหน้านายเหรอ”

เขาไม่ได้ตอบ ขณะคลื่ผ้าผืนนั้นออกช้า ๆ ผมเห็นว่ามันเป็นผ้าที่ฉีกจากเสื้อ ดูรู้ทันทีว่าเป็นเสื้อของสาวน้อยช่างเย็บผ้าเพราะมีรอยปะเย็บด้วยมือ ในผ้ามีใบไม้แห้งอยู่ ใบไม้เหล่านั้นมีรูปร่างสวยงามเหมือนปีกผีเสื้อ มีหลากเฉดสี ตั้งแต่ส้มเข้มลึกไปจนถึงสีน้ำตาลที่มีรอยสีทองพาดผ่าน ทว่าทุกใบล้วนเปรอะเปื้อนสีคล้ำเข้มของเลือด

”นี่คือใบของต้นแปะก๊วย” หลูพูดแบบไม่หายใจ “ต้นไม้ใหญ่สูงเด่นนี้อยู่ในหุบเขาลี้ลับทางตะวันออกของหมู่บ้านที่สาวน้อยช่างเย็บผ้าอยู่ เราร่วมรักกันที่นั่น พิงต้นไม้ในท่ายืน เธอยังบริสุทธิ์ เลือดของเธอไหลลงมาเปื้อนใบไม้ร่วงใต้ต้น”

ผมพูดอะไรไม่ออก ฝืนเค้นนึกภาพนั้น ต้นไม้ ความสูงส่งของลำต้นกิ่งก้านแผ่ขยายกว้าง พรมใบไม้ปีกผีเสื้อ แล้วผมก็ถามเขาว่า “ยืนเหรอ”

”ใช่ เหมือนม้า บางทีอาจเป็นเหตุผลที่เธอหัวเราะตอนหลังก็ได้ เธอหัวเราะเสียงเสียดแทงบ้าคลั่ง ดังก้องจนนกยังตกใจบินหนีเลย”

— วรรณกรรมเรื่อง บัลซัคกับสาวน้อยช่างเย็บผ้าชาวจีน, ไต้ซื่อเจี๋ย เขียน, โตมร ศุขปรีชา แปล, บลิสพับลิชชิ่ง พิมพ์ครั้งที่ ๑ (ตุลาคม ๒๕๔๗), ปกอ่อน ๑๙๔ หน้า, ๑๔๕ บาท

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.