ถ้าคุณมีโอกาสได้สร้างบ้านหลังใหม่

Stop Doing The Same Thing That Does Not Work For You

อ่านบทความของเซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน (Sir Richard Branson) CEO ของ Virgin Group แล้วถูกใจเนื้อความในย่อหน้านี้มากครับ

“Burn the House Down. If you lost everything tomorrow, would you rebuild your home exactly the same way? Would you fill it with all the same stuff? If your business were incinerated and you were given the opportunity to start over, would you go about it the exact same way? Would you create all the same products and services? Would you hire all the same people back? Probably not.”
“ถ้าบ้านไฟไหม้ คุณสูญเสียทุกอย่างไปในวันพรุ่งนี้ คุณจะสร้างบ้านหลังใหม่ของคุณให้เหมือนหลังเดิมทุกประการเลยมั้ย? คุณจะซื้อข้าวของเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์เหมือนเดิมทุกอย่างเลยมั้ย? ถ้าธุรกิจของคุณถูกไฟเผาจนมอดไหม้ไปแล้วคุณได้รับโอกาสที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คุณจะทำทุกอย่างเหมือนเดิมเลยมั้ย? คุณจะสร้างสินค้าและบริการแบบเดิมทั้งหมดหรือไม่? คุณจะจ้างคนทำงานกลุ่มเดิมกลับมาทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? … คงจะไม่

ที่ “คงจะไม่” เพราะเราเรียนรู้และเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไรและข้อดีข้อเสียของสิ่งที่เราสูญเสียไปคืออะไร บ้านเก่ามีห้องนอนสี่ห้องแต่มีคนอยู่แค่สองคน มันมากไปบ้านใหม่ลดเหลือแค่สามห้องก็พอ … บ้านเก่าหลังใหญ่ปลูกเต็มพื้นที่ดูอึดอัดมากมาย บ้านใหม่เราลดขนาดลงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญและสะท้อนความเป็นตัวเองนั่นคือสนามหน้าบ้านและสวนหลังบ้าน

เราออกแบบและปลูกบ้านหลังใหม่โดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาและผลลัพธ์ที่ได้ส่วนใหญ่มักจะดีขึ้นกว่า ทำให้เรามีความสุขในบ้านหลังใหม่มากกว่าเดิม (วัดจากตัวเอง ฮ่าๆ) นี่คือสิ่งที่เราเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน เรียนรู้และปรับเปลี่ยน (Inspect and Adapt ตามหลักการ Agile Software Development เป๊ะ) … สงสัยนิสสสนึง … ทำไมเราไม่คิดหรือทำแบบนี้กับเรื่องงานของเราบ้าง?

การทำงานเรามีโอกาสมากมายที่เหมือนได้อยู่ในสถานการณ์ที่บ้านไฟไหม้

  • ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จหนึ่งงาน เรามีโอกาสได้เริ่มงานใหม่
  • ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จหนึ่ง Sprint เรามีโอกาสได้เริ่มทำ Sprint ใหม่
  • ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จหนึ่ง Project เรามีโอกาสได้เริ่มทำ Project ใหม่
  • ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จหนึ่ง Product เรามีโอกาสได้เริ่มทำ Product ใหม่

แต่ทำไมผมไม่เคยเห็นบ้านหลังใหม่ที่สวยและดีกว่าเดิมเลยซักครั้ง?

  1. ก็เรียนรู้กันมาแล้วว่า Project ที่มีคนเข้ามาวุ่นวายมากยิ่งทำให้งานมีปัญหามาก แต่เค้าก็ยังพยายามสร้างทีมที่มีแต่ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ไม่มีที่สิ้นสุด
  2. ก็เรียนรู้แล้วว่าการทำงานที่ไม่มีคุณภาพจะส่งผลเสียในระยะยาว แต่เค้าก็ยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ สนใจแต่เรื่องปริมาณงานที่ทำเสร็จในแต่ละวัน
  3. ก็รู้แล้วว่าคนบางคนทำงานไม่ได้ ไม่มีสปิริต เอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่เค้าก็ยังได้โอกาสนั่งเป็นประธานในที่ประชุมอยู่เป็นประจำ
  4. ก็มีแต่คนพูดกันว่า Scrum มันไม่เวิร์ค แต่ทำไมไม่เคยคิดเปลี่ยนแปลง ดันทุรังทำไปแบบครึ่งๆกลางๆ งูๆปลาๆ จนผลลัพธ์ที่ได้มันมีแต่แย่ลง

อาจจะเป็นเพราะชีวิตการทำงานมันช่างเร่งรีบแข่งกับเวลา ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมดจนทำให้เราลืมหยุดพักหายใจแล้วกลับมามองตัวเองว่าสิ่งที่เป็นอยู่ สิ่งที่ทำอยู่มันถูกต้องเหมาะสมแค่ไหน แต่นั่นสำหรับผมก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้นหรอกนะ ดังนั้นถ้าใครที่มีโอกาสนำเสนอความคิดในการปรับปรุงการทำงานในองค์กรเราต้องกล้าพูดกล้าเสนอแนวคิดนะครับ ถ้าได้โอกาสนั้นแล้วเราลองคิดถึงสิ่งที่เซอร์ ริชาร์ดให้คำแนะนำว่า

“… but sometimes the best way to get clear about what matters is to imagine starting over from scratch!”
“… หลายครั้งวิธีที่ดีที่สุดที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรสำคัญคือการจินตนาการว่าเราสามารถเริ่มต้นอะไรใหม่ทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้น”

ถ้าคิดกันได้แบบนี้ ผมมั่นใจว่าบ้านหลังใหม่ของเราจะสวยงาม เป็นระเบียบ เหมาะสม และยั่งยืนกว่าบ้านหลังเดิมแน่นอน

ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตซอฟท์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้

The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson

อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Piyorot’s story.