Dev vs. Support
ว่ากันว่า … คนที่อยู่ทีมพัฒนาชอบความเปลี่ยนแปลง อยากเห็นอะไรใหม่ๆ ทำอะไรรวดเร็ว และกล้าได้กล้าเสีย — ฟีเจอร์เสร็จแล้วรีบๆเอาไปดีพลอยให้ลูกค้าใช้ซักทีซิ
ว่ากันว่า … คนที่อยู่ทีมดูแลและสนับสนุนชอบความมั่นคง อยากเห็นอะไรที่เสถียร ทำอะไรอย่างมีขั้นมีตอน และเป็นพวกอนุรักษ์นิยม — เวอร์ชั่นนี้ก็ยังรันได้ดีอยู่จะเร่งรีบอัพเดทไปทำไมหละ

คนสองกลุ่ม แนวคิดสองแบบ ความขัดแย้งแบบเล็กๆที่น้อยคนจะสังเกตเห็น … เมื่อการวัดผลประสิทธิภาพในการทำงานของทีมพัฒนาคือความรวดเร็วในการส่งมอบของใหม่ … เมื่อการวัดผลประสิทธิภาพในการทำงานของทีมดูแลและสนับสนุนคือความเสถียรของสิ่งที่ทำงานได้ดีอยู่
ฉันอยากดีพลอย (เป้าหมายของฉัน)… แต่เธอไม่ยอมเพราะกลัวจะทำให้ระบบเดิมเสียหาย (เป้าหมายของเธอ)
… เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งนี้ เพื่อสร้างทีมงานที่คล่องตัวและพร้อมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกในปัจจุบัน …
ความพยายามครั้งแรก:
ต่อไปนี้พวกเราทุกคนต้องแชร์เป้าหมายเดียวกัน (1) ส่งของเร็ว (2) ของต้องดีและเสถียร
เหมือนข้อขัดแย้งจะได้รับการแก้ไขแต่ก็ไม่เชิง ในเมื่อน้ำหนักของเป้าหมายนั้นยังแตกต่างกัน
ทีมพัฒนา: ส่งของเร็ว — 80% + ของต้องดีและเสถียร — 20% … ตราบใดที่ฉันผลักดันของใหม่ออกไปสู่โลกภายนอกได้เร็ว ต่อให้ระบบจะเสียหายไปบ้างก็พอรับได้ มันก็แค่ 20% ของคะแนนส่วนตัวของฉันเท่านั้น
ทีมดูแลและสนับสนุน: ส่งของเร็ว — 20% + ของต้องดีและเสถียร — 80% … ตราบในที่ฉันต่อต้านไม่ให้มีอะไรใหม่ๆมาทำให้ระบบเดิมเสียหายได้ก็พอใจแล้ว นี่มันมีผลตั้ง 80% ของคะแนนประจำปีของฉันนะ
ความพยายามครั้งที่สอง:
ต่อไปนี้พวกเราทุกคนต้องแชร์เป้าหมายเดียวกันด้วยสัดส่วนที่เท่ากัน
ทีมพัฒนา: ส่งของเร็ว —50% + ของต้องดีและเสถียร — 50%
ทีมดูแลและสนับสนุน: ส่งของเร็ว — 50% + ของต้องดีและเสถียร — 50%
เหมือนข้อขัดแย้งจะได้รับการแก้ไขก็ไม่ใช่ซะทีเดียว ในเมื่อการทำงานจริงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสัดส่วนตรงนี้
ถ้างานเดินช้า ส่งมอบช้า — ทีมพัฒนาคือเชลยศึกรายแรก
ถ้าระบบไม่เสถียร ติดๆดับๆ — ทีมดูแลและสนับสนุนคือคนที่ต้องรับผิดไปก่อน
การป้องกันการตั้งกำแพงซึ่งกันและกันยังคงมีอยู่และจะมีต่อไป
ความพยายามครั้งที่สาม:
จนกระทั่งเราหันกลับมามองที่กฏเกณฑ์และหลักการที่ให้ความสำคัญกับทั้งสองเรื่องอย่างเท่าเทียมกัน … ความเร็วและความเสถียร
ทีมพัฒนา: “ถ้าฉันผ่านเกณฑ์ทุกข้อที่เธอตั้งไว้ เธอต้องให้ความร่วมมือกับฉันนะ”
ทีมดูแลและสนับสนุน: “ได้ ฉันสัญญา แต่ถ้าเธอสอบตก เธอต้องยอมรับอย่างเต็มใจนะว่าเธอไม่มีสิทธิ์ไปต่อจนกว่าจะสอบผ่าน”
กฎเกณฑ์กติกาที่ถูกตั้งไว้อย่างเป็นธรรม เป็นการทำสัญญาสงบศึกที่มีเป้าหมายเพื่อส่วนรวม … เหมือนข้อขัดแย้งจะได้รับการแก้ไข … อืมมม ก็ยังพูดแบบนั้นไม่ได้หรอกในเมื่อทุกอย่างยังเป็นแค่เพียงลมปากจากทั้งสองฝ่าย
ความพยายามครั้งที่สี่:
ทุกอย่างจะดีขึ้นพัฒนาขึ้น … การส่งมอบจะรวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้นก็ต่อเมื่อกฎเกณฑ์ที่พูดกันนั้นได้รับการลงมือทำและบังคับใช้อย่างจริงจัง
- นี่คือมาตรฐานการทดสอบฟังก์ชั่นหลักของระบบ
- นี่คือมาตรฐานการทดสอบฟังก์ชั่นสนับสนุนของระบบ
- นี่คือการทดสอบการทำงานร่วมกับอินฟราสตรักเจอร์
- นี่คือรูปแบบแพกเกจที่พร้อมดีพลอยและโรลแบ็ค
- นี่คือระดับขั้นของการดีพลอยจากเดฟถึงโปรดักชั่น
“นี่คือ” นั้นสำคัญที่สุด … “นี่คือ”แปลว่าเราทุกคนได้ช่วยกันกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์ตรงนี้ออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออโตเมทเทส หรือการทำดีพลอยเม้นท์เทส หรือการเตรียมเรื่องซอร์สโค๊ดคอนโทรล เวอร์ชั่นคอนโทรล แพกเกจรีโพซิทอรี่ และอื่นๆอีกมาก
“นี่คือ” เป็นสิ่งที่จับต้องได้มากที่สุด ผลลัพธ์ของมันนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ยากต่อการปฎิเสธและยากต่อการใส่ความคิดเห็นส่วนตัวหรือความลำเอียงลงไปเจือปน มันไม่เหมือนการกำหนดเคพีไอหรือเป้าหมายพวกนั้น … 80–20 แล้วไง? 50–50 ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
เมื่อเจอปัญหาที่เกิดจากความคิดเห็นของแต่ละคน เมื่อเจอข้อขัดแย้งที่เป็นสีเทา … ทำให้มันเป็นขาว-ดำให้ได้มากที่สุด … กำหนดกฎเกณฑ์ สร้างตัวชี้วัดที่จับต้องได้ และบังคับใช้มัน … นั่นคือทางออกที่คุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่าการพยายามโน้มน้าวคนที่ส่วนใหญ่ใจไม่เป็นกลางให้เปลี่ยนพฤติกรรม
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็เพราะมุ่งมั่นและทุ่มเทของใครบางคนที่มีภาวะความเป็นผู้นำเท่านั้น … ความยากมันอยู่ตรงนี้
คิดและเขียนคือสิ่งที่ผมชอบ แบ่งปันคือสิ่งที่ผมรัก เพราะแบบนี้ทุกวันผมเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง จากประสบการณ์ จากแนวคิด จากอนาคตที่ดีผมมองเห็น และทุกอย่างที่ผมประยุกต์ใช้เพื่อสร้างให้อินเท็นติกเป็นบ้านที่น่าอยู่ บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่สร้างความแตกต่างในสังคมได้ — มันน่าภูมิใจที่ผมรู้ว่า … ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่อยากเห็นการพัฒนา :)
Inthentic On Facebook | Inthentic On Twitter | Inthentic On Instagram