How Fast Can You Iterate?

ว่ากันตามหลักการของแวลู่สตรีมแมปปิ้ง (Value Stream Mapping) … จากไอเดียไปสู่ผลลัพธ์ต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง?

  1. คิดอะไรใหม่ๆได้ (ห้านาที)
  2. รอ (1 วัน)
  3. ปรึกษาทีมงาน (สองชั่วโมง)
  4. รอ (1 วัน)
  5. นำเสนอหัวหน้า (30 นาที)
  6. รอ (ไม่ต้องรอ)
  7. เขียนรีไควเม้นต์ (ยูเซ่อร์สตอรี่) เข้าแบ็คล็อก (30 นาที)
  8. รอ (3 วัน)
  9. ทำสปริ้นท์กรูมมิ่งอย่างเป็นทางการ (1 ชั่วโมง)
  10. รอ (3 วัน)
  11. เลือกงานอย่างเป็นทางการในสปริ้นท์แพลนนิ่ง (1 ชั่วโมง)
  12. รอ (2 วัน)
  13. อิมพลิเม้นต์และเทส (6 ชั่วโมง)
  14. รอ (10 วัน)
  15. รีวิวผลลัพธ์ตอนท้ายสปริ้นท์ (20 นาที)

คร่าวๆมีแปดขั้นตอนซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 11 ชั่วโมง 25 นาที บวกด้วยเวลาที่ต้องรอคอยอีก 20 วัน จากไอเดียสู่ผลลัพธ์ต้องใช้เวลารวมทั้งสิ้น 20 วัน 11 ชั่วโมง 25 นาที

เกือบหนึ่งเดือน — ช้ามั้ย?


เราทำมันให้เร็วกว่านี้ได้ เราสร้างความคล่องตัวและเน้นทำกิจกรรมที่มันสร้างคุณค่าจริงๆได้ ดังนี้

  1. ผมคิดไอเดียอะไรบางอย่างได้ (5 นาที)
  2. ผมคุยปรึกษากับเพื่อนที่เป็นดีเวลลอปเปอร์ที่นั่งข้างๆกัน (5 นาที)
  3. เพื่อนผมลงมือเขียนโค๊ดเพื่อทดลองไอเดีย (30 นาที)
  4. ผมรีวิวผลลัพธ์ (5 นาที)
  5. กระบวนการกลับไปเริ่มต้นจากข้อ 1 ใหม่

เวลาที่ใช้ทั้งหมดคือประมาณหนึ่งชั่วโมง ในหนึ่งวันผมทำกระบวนการนี้ซ้ำๆได้สามถึงสี่ครั้ง … นี่คืออิทเทอเรชั่น (Iteration) ที่มันควรจะเป็น นี่คือการหมุนอย่างรวดเร็วที่ช่วยให้เราเห็นผลลัพธ์ได้เร็ว เห็นปัญหาได้ไว และคิดทางเลือกที่ดีกว่าเดิมได้ทันท่วงที

เพราะไอเดียแรกไม่เคยดีที่สุด (ไว้จะโชว์ผลงานให้ดูวันหลัง — แก้ไข: โชว์ผลงานไว้แล้วที่นี่ครับ) ยิ่งอิทเทอเรชั่นเราสั้นเท่าไร เรายิ่งมีโอกาสค้นหาไอเดียที่ดีกว่าได้เร็วเท่านั้น

ผมเชื่อว่าเรื่องนี้คือสิ่งที่เราควรใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานของทีม ไม่ใช่เวโลซิตี้

ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผมและทีมงานทำแบบนี้ได้?

  1. การทำงานอย่างใกล้ชิดกัน — ยิ่งถ้านั่งด้วยกันจะยิ่งดี
  2. การมีอำนาจในการตัดสินใจที่เหมาะสม — ทำให้การนำเสนอไอเดียกับทีมกับหัวหน้ากับใครต่อใครเป็นเรื่องไม่จำเป็น มันลดเวลาลงไปได้เกินครึ่ง
  3. การมีขั้นตอนการทำงานที่น้อยลง — อะไรที่เป็นงานเอกสารงานวางแผนผมไม่มีเลย มันยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นในตอนนี้
  4. การโฟกัสที่เฉพาะงานเดฟ — ผมยังไม่รวมงานเทสแบบละเอียดเข้ามาเพราะไอเดียยังไม่นิ่ง ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ สิ่งสำคัญตอนนี้คือเห็นไอเดียที่คิดไว้บนโปรดักท์จริงซะก่อน เห็นหน้าตา เห็นเวิร์คโฟล เห็นข้อดีและข้อเสีย

คนที่อยู่ในสายงานนี้น่าจะรู้ดี … ไม่มีอะไรสร้างความรู้สึกเติมเต็มให้กับตัวเองได้มากกว่าการเห็นไอเดียกลายมาเป็นเรื่องจริงแล้วหละครับ ถึงแม้มันจะเป็นไอเดียที่ผิดแต่มันก็ได้รับการพิสูจน์อย่างมีหลักฐานแล้วว่ามันผิด

และไอเดียที่ผิดไม่เคยเป็นจุดจบของการทำงาน ตรงข้ามมันยิ่งเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้เราและทีมทำงานหนักขึ้น คิดให้ลึกยิ่งขึ้นเพื่อสร้างไอเดียที่ดีกว่าขึ้นมา


คิดและเขียนคือสิ่งที่ผมชอบ แบ่งปันคือสิ่งที่ผมรัก เพราะแบบนี้ทุกวันผมเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง จากประสบการณ์ จากแนวคิด จากอนาคตที่ดีผมมองเห็น และทุกอย่างที่ผมประยุกต์ใช้เพื่อสร้างให้อินเท็นติกเป็นบ้านที่น่าอยู่ บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่สร้างความแตกต่างในสังคมได้ — มันน่าภูมิใจที่ผมรู้ว่า … ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่อยากเห็นการพัฒนา :)

Inthentic On Facebook | Inthentic On Twitter | Inthentic On Instagram