Kanban ในชีวิตจริง — เขียน User Story เพื่อสร้างการพูดคุย

Kanban in Real Life — Writing a User Story that Drives Conversation


ศิริพงษ์: “ไว้พี่สอนเทคนิคการแบ่ง User Story ต่อวันหลังนะ ตอนนี้มาดูต่อกับกฎข้อสองของการเขียน User Story ที่ดี นั่นคือ …

A Good User Story is Negotiable.


ที่เค้าให้เขียน User Story ลงการ์ดที่มีขนาดเล็กเพราะเค้าไม่อยากให้ Development Team มองว่าการ์ดนี้เป็น Requirement Spec ที่สมบูรณ์แล้ว Mike Cohn แนะนำไว้แบบนี้ครับ

User Story or Story Card is a pointer to a requirement.

มันเป็นแค่เครื่องมือชี้ทางให้ Development Team เดินไปคุยกับลูกค้า (User หรือ Customer) เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เค้าอยากได้มากขึ้น มันเป็นการสร้างการทำงานที่เน้น Individuals and interaction > processes and tools

ศิริพงษ์: “ลองดูตัวอย่างนี้ครับ”

Simply User Story That Encourages a Conversation

ศิริพงษ์: “ถ้า Development ทีมเห็นข้อมูลแค่นี้คงหงุดหงิดเพราะว่าเริ่มทำงานไม่ได้และการพูดคุยจะเกิดขึ้นครับ เช่น

Development Team: ‘มีคำถามครับ เอาแค่ชื่อกับนามสกุลหรอครับ คำนำหน้าพวกนาย นาง นางสาว ไม่เอาหรอครับ?’

ลูกค้า: ‘เอาด้วยครับ ลืมคิดไปเลย’

Development Team: ‘ชื่อเอาภาษาไทยหรืออังกฤษ หรือทั้งสองครับ?’

ลูกค้า: ‘เอาแค่ภาษาไทยก่อนครับ’

บทสนทนาก็จะดำเนินต่อไปจนทั้ง Development ทีมและลูกค้ามีความเข้าใจตรงกันใน User Story นี้ จากนั้นข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้มาถูกอัพเดทลงการ์ด และข้อมูลเหล่านี้จะใช้ในการ Test ได้ด้วย”

User Story With Additional Information

ศิริพงษ์: “ในทางกลับกัน ถ้าการ์ดนั้นมีข้อมูลอยู่เต็มไปหมดแบบนี้ Development ทีมก็จะไม่รู้สึกว่าต้องคุยกับลูกค้าแล้วพวกเค้าก็จะเริ่มทำงานไปเลย และปัญหาจะเกิดขึ้นตามลำดับแบบนี้ครับ

  1. ลูกค้าเขียนการ์ดที่มีข้อมูลเต็มแผ่นแล้วแปะไว้บนบอร์ด
  2. ผ่านไปสองเดือน Development Team หยิบการ์ดนี้มาทำโดยไม่พูดคุยเพิ่มเติมในเนื้อหากับลูกค้า
  3. Development Team เอางานมาให้ลูกค้าดู
  4. ลูกค้าก็บอกว่า ‘อ๋อ ตอนนี้ผมอยากได้ทั้งชื่อไทยและอังกฤษแล้วอะครับ การ์ดนี้ผมเขียนไว้ตั้งสองเดือนแล้ว ข้อมูลในนั้นมันไม่ค่อยจะอัพเดทเท่าไรแล้วอะครับ’
User Story That Contains Too Many Details

ดังนั้นถ้าอยากเขียน User Story ที่ Negotiate ได้ในการ์ดต้องมี

  1. ข้อมูลที่บอกว่าลูกค้าอยากได้อะไร เขียนซัก 1-2 ประโยคก็พอ ถ้าให้ดีก็เป็นตามรูปแบบที่เคยบอกไป
  2. เขียน Note ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้จากการพูดคุย รวมถึงคำถามที่ต้องการคำตอบด้วยครับ”

ศิริพงษ์: “เป็นไง ยังไหวมั้ย? พี่จะได้ต่อเรื่อง Valuable ☺”

Email me when Agile Development in Thai publishes stories