Product Backlog Grooming vs. Sprint Planning

Grooming Focuses On Card. Planning Focuses On Tasks.

มีคำบ่นจากน้องมาว่า “พี่ครับ ทีมผมใช้เวลา Grooming นานมากเลย ชั่วโมงนึงคุยกันไปได้แค่สองงานเอง” ผมเลยถือโอกาสนี้อธิบายความหมายของ Product Backlog Grooming ที่แท้จริง (จากความรู้และประสบการณ์ที่ผมมี) ให้น้องเค้าฟัง แบบนี้ครับ

หลายคนมักสับสนระหว่าง Product Backlog Grooming กับ Sprint Planning จริงๆแล้ว Grooming เป็นการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องของงานให้ตรงกัน โดยเนื้อหาที่จะคุยกันจะมีสองเรื่องหลักๆเท่านั้น … อ้างอิงจากหลักการของ Story Card ที่มี 3 C: Card + Conversation + Confirmation

  1. Conversation — Card ใบนี้มีความหมายอย่างไรกันแน่ เราคุยกันครับว่า As a user, I want …, so that … นั้นคืออะไรในมุมมองลูกค้า ในมุมมองธุรกิจ
  2. Confirmation — Card ใบนี้ควรมี Acceptance Criteria อะไรบ้าง เอาง่ายๆคือเราต้องเทสอะไรบ้างนั่นแหละ

เมื่อรู้แบบนี้แล้วProduct Owner ควรจะมีส่วนร่วมในบทสนทนาด้วยเพราะเค้าอยู่ในฐานะที่จะให้คำตอบเรื่องข้างบนได้ ถ้าเมื่อไรเราเห็น Product Owner เริ่มนั่งหาวในห้องประชุม … นั่นเป็นสัญญาณว่ามีอะไรบางอย่างผิดพลาดแล้วหละ

พูดคุยกันในรายละเอียดแล้วสิ่งที่เราอาจจะทำใน Grooming คือการประเมินขนาดของงาน ถ้าเห็นว่างานไหนมันใหญ่เกินไปก็แตกย่อยให้เล็กลงตามเหมาะสม วัตถุประสงค์ของ Product Backlog Grooming มีแค่นี้

กลับมาที่น้องกันต่อ … พอผมเล่าให้ฟังแบบนี้ น้องเค้าก็เห็นสาเหตุที่ทำให้เค้าใช้เวลานานในการ Grooming นั่นเพราะ Developer และ QA พูดคุยกันในรายละเอียดของการ Implement และ Testing เรียกว่าลงลึกถึงติ่งกันเลยทีเดียว

ผมแนะนำน้องเค้าต่อไปอีกนิดว่า การลงรายละเอียดงาน Implement และ Testing ควรทำใน Sprint Planning ไม่ใช่ Grooming เพราะ

  1. การใช้เวลาคุยเรื่องนี้ใน Grooming มันอาจจะเป็นการทำงานสูญเปล่าเพราะงานที่เราคุยกันอยู่นั้นอาจจะถูกเปลี่ยนลำดับความสำคัญ (Priority) ได้ตลอดเวลา เราลงทุนคุยกันจนเข้าใจ วันรุ่งขึ้น Product Owner อาจจะบอกว่าไม่ต้องทำแล้วหรืออีกสามเดือนค่อยมาว่ากัน เราก็เสียเวลาเปล่า ผ่านมาสามเดือน ต่อให้ Product Owner อยากให้เริ่มทำงานนี้ สุดท้ายก็ไม่มีใครจำได้ว่าเราคุยตกลงอะไรกันไว้บ้าง มาเริ่มกันใหม่อยู่ดี ฮ่าๆ
  2. ที่ควรคุยเรื่องนี้ใน Sprint Planning เพราะเราค่อนข้างมั่นใจแล้วว่างานนี้จะได้ทำแน่ๆใน Sprint นี้ โอกาสเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญจะค่อนข้างน้อย มันจึงเป็นเรื่องสมควรที่เราจะใช้เวลาเยอะหน่อยในการลงรายละเอียดครับ

จำง่ายๆครับ กรูม = การ์ด = กว้าง ☺

ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตซอฟท์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้

The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson

อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.