Reasonable Expectations and Outcomes

ผมเขียนบทความ What Agile Brings ไปเมื่อไม่นานมานี้ วันนี้มีบางอย่างพุดขึ้นมาในสมองแล้วอยากขยายความสักเล็กน้อย

ดูจากรูปข้างบน … ผมมีความรู้สึกว่ามีแค่สามปัจจัยที่ทีมจะถูกเพ่งเล่งเป็นพิเศษตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นการ “ทดลอง” ใช้อะไจล์ไม่ว่าจะแนวปฏิบัติใดก็ตาม

  1. ความยืดหยุ่น (Flexibility) — คำนี้มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับคำว่า Change … การเปลี่ยนแปลงในซอฟต์แวร์ การเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของชิ้นงานหรือของโปรเจกต์หรือของสมาชิกในทีม … ข่าวลือเค้าพูดกันว่าถ้าใช้อะไจล์แล้วการจัดการงานของทีมจะมีความยืดหยุ่นคล่องตัวมากขึ้น มีการวางแผนกันทุกสัปดาห์ทุกสองสัปดาห์ ตำราบางเล่มกล่าวว่าการวางแผนและเปลี่ยนแผนสามารถทำได้ทุกวันด้วยซ้ำไป … แบบนี้สบายแล้ว ฉันอยากได้อะไรก็คิดได้สั่งได้สินะ
  2. ความสามารถในการคาดเดา (Predictability) — ตรงๆก็คือเอสติเมทกันได้แม่นยำมากขึ้น สามารถประเมินเวลาที่จะใช้ในแต่ละชิ้นงานในแต่ละโปรเจกต์ได้อย่างไม่คลาดเคลื่อน เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญทางธุรกิจที่ต้องก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ เมื่อเธอเอสติเมทแล้วและเมื่อฉันวางแผนแล้ว ห้ามเปลี่ยน!!!
  3. ความรวดเร็ว (Speed) — นี่อาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่มุ่งมาตรปรารถนาสูงสุดของคนใหญ่คนโต? อะไรยังไงไม่ว่าขอให้งานเสร็จเร็วไว้ก่อน ก็ฉันได้ยินเค้าพูดกันว่าอะไจล์ช่วยให้ทำงานเสร็จเร็วขึ้น เห็นผลลัพธ์ได้ไว้ขึ้นกว่าแต่ก่อน ฉันก็มีความคาดหวังสูงสิว่าเมื่อฉันลงทุนสนับสนุนให้เปลี่ยนมาใช้อะไจล์แล้ว งานต้องไม่มีดีเลย์

ความคาดหวังไม่ใช่เรื่องผิด แต่ความคาดหวังแบบผิดๆเป็นเรื่องผิด … ทุกอย่างไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ

  • ความยืดหยุ่นที่ไม่มีจุดสิ้นสุด การเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาอะไรไม่ได้ จะทำให้ความเร็วลดลงจนอาจจะติดลบ — เช้าวันจันทร์พูดอย่าง บ่ายวันพุธของเปลี่ยนไปทำอีกอย่าง คืนวันเสาร์โทรมาบอกว่าไม่เอาแล้วแบบเดิม
  • การยึดโยงตารางเวลาขององค์กรไว้กับความสามารถในการเอสติเมทของทีมเพียงอย่างเดียวคือความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวง — เอสติเมทคือการประเมินซึ่งโอกาสผิดน้อยและผิดมาก
  • ความรวดเร็วเหนือแสง มันคือการเสียสละสิ่งอื่นๆไป คุณภาพ ทีมเวิร์ค ความสุขในการทำงาน ความยั่งยืน — คุ้มหรือไม่?

ใครที่โฟกัสการพัฒนาทีมไปแค่สามปัจจัยนี้ไม่ใช่ทีมงานที่เข้าใจปรัชญาของอะไจล์ที่แท้จริง … เพราะมันคือหกไม่ใช่แค่สาม


ผมเขียนบทความนี้เพราะอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตซอฟต์แวร์ให้ดีขึ้นตามความเชื่อและประสบการณ์ของผม ถ้าเพื่อนๆเชื่อในแนวทางเดียวกัน เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้สังคมของเราดีขึ้นครับ จะแชร์บทความนี้ผ่าน Social Network หรือจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้คนที่นั่งข้างๆฟังบ้างก็ได้

The Future Has Arrived — It’s Just Not Evenly Distributed Yet, William Gibson

อนาคตอยู่ตรงนี้แล้ว เรามีหน้าที่ต้องถ่ายทอดมันออกไปให้คนอื่นได้สัมผัสสิ่งดีๆร่วมกันครับ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.