Self-Contained Work

“ถ้าอยากให้ทีมทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว … สมาชิกทุกคนต้องมีความเข้าใจในเนื้องานเป็นอย่างดี

อืมมม แต่ก่อนก็เคยคิดแบบนี้ จนกระทั่งมาเริ่มค้นพบความจริงที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งในระยะหลังๆตั้งแต่เริ่มแก้บั๊กไปร้อยกว่าตัว ตั้งแต่เริ่มปั่นงานใหม่ที่ต้องมีเดโม่ให้ผู้ใช้ดูเรื่อยๆ … ผมเริ่มรู้สึกว่าประโยคนั้นใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์

ทำไมในช่วงเวลานั้นงานมันเดินหน้าไปได้รวดเร็ว เห็นผลลัพธ์ออกมารายวัน แก้บั๊กเสร็จวันละสิบตัว เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เล็กๆเข้าไปได้วันละสามสี่ข้อ ทำไม?

มันเป็นเพราะว่างานมันชิ้นเล็ก สโคปชัดเจนมาก และที่สำคัญเป็นเพราะเราทำงานโดยไม่ต้องเข้าใจภาพรวมทุกอย่างของซอร์สโค๊ดทุกไฟล์ … รึเปล่า? ผมว่าน่าจะใช่

มันคืองานที่จบได้ในตัวเองโดยคนทำงานไม่ต้องการความรู้รอบข้างอะไรมากมาย เช่น การแก้บั๊กที่ยูไอโดยไม่ต้องสนใจว่าเซิร์ฟเวอร์ทำงานยังไง การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไปโดยไม่ต้องคิดมากว่าดาต้าโมเดลถูกสร้างมาจากไหนโดยใครและยังไง หรือการรันเทสที่ไม่ต้องมาเรียนรู้คอนฟิกไฟล์ทั้งโฟลเดอร์

เพราะคนทำงานไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานตรงหน้า (แก้บั๊ก เพิ่มฟีเจอร์ เทส) … พวกเค้าจะตัดลดโอเวอร์เฮดลงไปได้มากซึ่งนั่นแปลว่างานจะเสร็จเร็วขึ้นมากเช่นกัน

“ถ้าอยากให้ทีมทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว … สมาชิกทุกคนต้องมีความเข้าใจในเนื้องานตามความเหมาะสม

นี่น่าจะเป็นประโยคที่เข้ากับสถานการณ์ได้ดีกว่า … ความเร็วเกิดจากความคล่องตัว ความเร็วเกิดจากการทำงานที่ไม่สร้างขยะมากเกินไป ต่อไปนี้หลักการในการทำงานของทีมผมอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจากทุกคนควรรู้ลึกๆหลายๆเรื่องมาเป็น

  1. ทุกคนมีความรู้เพียงพอสำหรับงานที่ต้องทำตอนนี้
  2. ถ้าไม่รู้ … ก็จะมีคนอื่นที่รู้คอยให้คำแนะนำสั้นๆอยู่

แนวทางของงานแบบเซลฟ์-คอนเทนน์ครับ :)


คิดและเขียนคือสิ่งที่ผมชอบ แบ่งปันคือสิ่งที่ผมรัก เพราะแบบนี้ทุกวันผมเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริง จากประสบการณ์ จากแนวคิด จากอนาคตที่ดีผมมองเห็น และทุกอย่างที่ผมประยุกต์ใช้เพื่อสร้างให้อินเท็นติกเป็นบ้านที่น่าอยู่ บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่สร้างความแตกต่างในสังคมได้ — มันน่าภูมิใจที่ผมรู้ว่า … ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่อยากเห็นการพัฒนา :)

Inthentic On Facebook | Inthentic On Twitter | Inthentic On Instagram