เจริญสติแบบเคลื่อนไหว เพื่อ

พวกเราที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเทียน จะฝึกสติโดยการเคลื่อนไหว เพราะจะได้ไม่หลับนั่นแหละครับ เพราะถ้านั่งหลับก็เสียเวลาไปเปล่าๆ

วิธีเคลื่อนไหวนี่เอาเข้าจริงๆ เคลื่อนมือก็ไม่ได้ดูมือ เคลื่อนเท้าก็ได้ดูเท้านะครับ (เวลาฝึกกับลมหายใจก็ไม่ได้ดูลม) จริงๆเคลื่อนไหวก็ดู “ความรู้สึก” คือดูใจตลอด เพราะเราต้องการเรียนรู้การทำงานของมัน มันคิดเมื่อไหร่ก็จะได้รู้ แล้วไม่ได้ชอบไม่ได้เกลียดมัน

พระอาจาย์จะสอนถึงขนาดว่า คิดบ่อยก็ดี เพราะยิ่งได้วางบ่อย (หมายถึงเผลอคิดนะ มันไม่ได้เกิดบ่อย ไม่ใช่เจตนาคิดปล่อยยาวๆ) คือสายนี้ไม่ได้ต่อต้านว่าความคิดทำให้ไม่สงบ เพราะไม่ได้ต้องการความสงบ แต่ต้องการเรียนรู้จิตใจมากกว่า เราอยากเข้าใจว่าความคิดมันเกิดยังไง ความเผลอ ความเพลิน มันเกิดได้ยังไง และจะจัดการมันยังไง ก็เรียนรู้ไปจากการดูของจริงในใจตัวเองนี่แหละ ไม่ใช่ไปอ่านจากตำรา

กรรมฐานอีกวิธีนึงที่คนนิยมมากกว่า เพราะสอนในโรงเรียนด้วย คือดูลมหายใจ ผมคนนึงทำไม่ได้ เพราะจะหลับเร็วมาก คนที่สามารถนั่งสมาธิหลับตา ดูลมหายใจจนได้ความสงบก็ดีมากๆครับ เพียงแต่อย่ามักน้อยแค่นั้น เหมือนที่พระพุทธเจ้าเรียนสมาธิจากสองพราหมณ์ แล้วก็พบว่ายังมีความทุกข์อยู่ ยังมีเรื่องต้องทำต่อไปอีก

ผมว่าความสงบระดับนั้นก็เหมือนอาหารอร่อยๆ เราต้องอาศัยอาหารชนิดนั้นถึงจะมีความสุข เช่นกันเราต้องนั่งสมาธิจนถึงจุดนั้นถึงจะมีความสุข แล้วพอออกมาเจอชีวิตประจำวันก็หงุดหงิดเหมือนเดิม หมอกำพลเคยเล่าว่าพอรู้จักความสงบ เลยขี้หงุดหงิดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะชอบความสงบ เลยเกลียดความวุ่นวาย หลวงพ่อเทียนที่ออกจากบ้านไปหาหนทางพ้นทุกข์ก็เพราะเหตุนี้ ท่านพบว่าฝึกสมาธิระดับนั้นแล้วก็ยังโมโหได้อยู่

ผมว่าผลการปฏิบัติธรรมนั้นวัดได้ง่ายๆครับ ปฏิบัติแล้วความทุกข์ในชีวิตจะต้องน้อยลงๆ เพราะวางเก่งขึ้นเรื่อยๆ อันที่จริงแค่นี้เองที่เรามาฝึกกัน เพื่อเข้าใจความจริงว่ายึดอะไรไว้ไม่ได้เลย อาจจะมีบางคนที่เข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้วก็ดีมากๆครับ ส่วนคนที่ยังโง่อยู่ก็ต้องปฏิบัติฝึกเรียนรู้ใจตัวเองไปจนกว่าจะเข้าใจจริงๆ

ไม่พอใจแค่เป็นคนดี
ไม่พอใจแค่ความสงบ
มาเลิกทุกข์โดยไม่จำเป็นกันเถอะ