ฉันควรมีธุรกิจเป็นของตัวเองตอนอายุเท่าไหร่?

ผมเชื่อว่า ในตอนนี้ คงมีวัยรุ่นและมนุษย์เงินเดือนมากมายตั้งคำถามขึ้นมาว่า อายุเท่าไหร่ดีนะ ถึงควรจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ฉันควรลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวตอนไหน? หรือฉันจะเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่วัยเรียนได้ไหมนะ? คำถามนี้ตอบง่ายมากครับ “เมื่อไหร่ก็ได้ครับ” ไม่ว่าคุณจะอายุน้อยกว่า 20 ปี อายุ 23 ปี 25 ปี 30 ปี หรือมากกว่านั้น คุณก็สามารถสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมาและทำให้มันประสบความสำเร็จได้ อายุไม่ใช่ปัจจัยในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จครับ สิ่งสำคัญคือ คุณกล้าเสี่ยงรึเปล่า คุณมีเวลาที่จะทุ่มเทและมีแพชชั่นในสิ่งๆนั้นมากน้อยแค่ไหน เวลาและใจของคุณนี่หละครับคือคำตอบของความสำเร็จในการทำธุรกิจ

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างก็ทำธุรกิจและประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายทั่วโลก ผมขอยกตัวอย่างเจ้าของกิจการจำนวน 3 คน ซึ่งผมเชื่อว่า พวกเขาน่าจะสร้างแรงบันดาลใจ ให้คุณไม่มากก็น้อย

Sir Richard Branson

นักธุรกิจคนแรกที่ผมจะพูดถึงคือ Sir Richard Branson เศรษฐีชาวอังกฤษ ผู้ก่อตั้ง Virgin Group คุณทราบไหมครับว่า ธุรกิจแรกของเขาคือนิตยสารนักเรียน “Student” ตอนเขาอายุ 16 ปี ต่อมา ตอนเขาอายุ 19 ปี เขาเริ่มต้นธุรกิจขายซีดีเพลงผ่าน Email ชื่อ Virgin และได้เปิดร้าน Virgin Records สาขาแรกตอนอายุ 22 ปี และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มขยับขยายธุรกิจของเขาให้มีขนาดใหญ่และกว้างไกลมากขึ้น มีทั้งล้มลุกคลุกคลาน ได้กำไรและขาดทุนจนต้องขายกิจการให้กับผู้อื่น จนในปัจจุบัน เขามีอายุ 66 ปี มีทรัพย์สินอยู่ที่ 500 ล้าน US Dollar ได้สร้างธุรกิจมามากมายกว่า 400 ธุรกิจภายใต้ชื่อ Virgin ทั่วโลก

(Picture From The Telegraph)

ข้อสังเกต:
1. เขาเริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่ อายุ 16 ปี จากไอเดียใกล้ตัว ใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถหารายได้ และได้กำไร
2. เขาใช้เวลาทุ่มเทเป็น ปีๆ เจออุปสรรค และช่วงที่ลำบาก แต่ก็สู้และผ่านมันมาได้
3. เขาพัฒนาและขยับขยายธุรกิจอยู่ตลอดเวลา จนประสบความสำเร็จอย่างมากในทุกวันนี้

Caine Monroy

คนที่สองที่เราจะพูดถึงคือ น้อง Caine Monroy เด็กน้อย อายุ 9 ปี สร้างธุรกิจร้านเกมเป็นของตนเองจากกระดาษลัง ภายในร้านอุปกรณ์รถยนต์ของพ่อ ชื่อ “Caine’s Arcade” ด้วยจินตนาการที่เขามี ในวัย 9 ปี เขาสร้างเครื่องเล่นเกมจากลังกระดาษและมีแจกตั๋วและของรางวัลเหมือนกับร้าน Arcade ทั่วไป เขาอดทนนั่ง จนกระทั่งโด่งดังด้วยคลิป Viral ความยาว 11 นาทีโดย Nirvan Mullick และถูกเชิญไปพูดในเวทีและสถานที่ต่างๆ มากมาย รวมถึงเวที TEDxTeen ที่นิวยอร์ค, สหรัฐอเมริกา แม้จะไม่มีข้อมูลรายได้จากการทำธุรกิจของน้อง อย่างแน่ชัด แต่น้องก็สามารถหาเงินการบริจาคเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้มากกว่า 212,000 US Dollar หรือมากกว่า 8 ล้านบาท และยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคนเลยทีเดียว

ข้อสังเกต:
1. เขาเริ่มต้นจากจินตนาการ สิ่งที่เขาชอบ และสิ่งของรอบตัวที่เขามี
2. เขาลงมือทำอย่างตั้งใจ และมีความอดทน จนกระทั่งประสบความสำเร็จ โดยไม่มีข้ออ้างมาเป็นอุปสรรค
3. โอกาสดีๆ มีอยู่รอบตัว มันขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้งใจลงมือทำในสิ่งที่คุณชอบ จนกระทั่งพร้อมที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้รึยัง

“บิ๊ก ข้าวกรอบสยาม” หรือ บิ๊ก ผุยมาตย์

คนสุดท้ายบิ๊ก ผุยมาตย์ เด็กหนุ่มอายุ 16 ปี เจ้าของธุรกิจ ข้าวกรอบสยาม ที่สามารถสร้างรายได้กว่า 5 แสนบาทต่อเดือน น้องบิ๊กเริ่มต้นทำธุรกิจ ตอนเรียนอยู่ระดับชั้น ป.6 (อายุ 13–14 ปี) ได้ไอเดียจากการที่ คุณแม่ ส่งขนมกระยาสารทไปให้ทานที่ประเทศจีน จึงมีไอเดียที่จะทำขนมกระยาสารทที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ น้องบิ๊กหยุดการเรียนที่ประเทศจีน แล้วเริ่มลองผิดลองถูกเป็นเวลา 1 ปี ที่ประเทศจีน นำเงินค่าเล่าเรียนมาซื้อเครื่องจักรมาผลิต จนกระทั่งได้สูตรที่ถูกใจ แล้วไปเริ่มต้นวางขายที่หน้าร้านขายน้ำสมุนไพรของครอบครัว ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งผลตอบรับดีมาก จนปัจจุบันมีวางขายในประเทศไทย สามารถทำรายได้กว่า 5 แสนบาทต่อเดือน และยังออกรายการ SME ตีแตก The Final 2016 ของ บริษัท Workpoint Entertainment อีกด้วย (นาทีที่ 14.30–21.50)

ข้อสังเกต:
1. เขากล้าเสี่ยงที่จะหยุดเรียน นำเงินมาซื้อเครื่องจักร แล้วเริ่มต้นทำธุรกิจ ในขณะที่ยังเรียนอยู่ ป.6
2. เขาลองผิดลองถูก เป็นเวลา 1 ปีเต็มๆ ก่อนที่จะเริ่มวางขายสินค้าจริงๆ

นอกจากนี้ บริษัทที่คุณรู้จักกันดีนั้น คุณเคยรู้ไหมครับว่า ผู้ก่อตั้งเค้าเริ่มทำธุรกิจนั้นๆ ตอนอายุเท่าไหร่ เรามาลองดูกันครับ โดยเรียงลำดับจากอายุน้อยไปมากดังนี้: Facebook (20), Microsoft (20), Apple (21), Google (25), Twitter (30), Amazon (30), Tesla (34), Oracle (35), Netflix (37), Walmart (44) และ McDonald’s (53) นอกจากนี้ จริงๆแล้วนอกจากตัวอย่างที่กล่าวมานั้น ในโลกนี้ ยังมีนักธุรกิจอีกมากมายที่ทำธุรกิจและประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ด้วยตนเองและพัฒนาธุรกิจของตนเองให้เจริญเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

เห็นไหมครับ ว่าในโลกธุรกิจไม่มีคำว่า “เด็กเกินไป” หรือ “แก่เกินไป” ที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจหรอกครับ มีแค่คำว่า มีสิ่งที่อยากจะทำแล้วรึยัง ทำหรือไม่ทำ สู้ทุ่มเทหรือยอมแพ้กับอุปสรรค ผมมีคลิปวิดิโออีกคลิปนึงจาก TEDxChulalongkornU ผู้พูดนี้ เป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยของผมเองครับ น้องแฟรงค์ “วสุพล สุทัศนานนท์” น้องเขาพูดเกี่ยวกับพลังวิเศษ พลังที่จะทำให้เราได้ค้นพบสิ่งที่เราอยากจะทำ และทำมันให้สำเร็จ นั่นก็คือ “พลังแห่งการลงมือทำ” ในปัจจุบัน น้องแฟรงค์เป็น CEO ของ Lensod.com เว็บไซท์จองวงดนตรี และเคยไปประกวดแข่งขัน Start Up ระดับโลกมาแล้ว

หลังจากอ่านและดูคลิป มาทั้งหมดแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ คุณยังอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจกันอยู่รึเปล่า ถ้าคุณยังอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณยังมีข้ออ้างที่มีชื่อว่า “อายุ” หรือ “ประสบการณ์” อยู่รึเปล่าครับ

คำว่า “เป็นไปไม่ได้” ไม่มีจริงหรอกครับ มีแต่คำว่า “ไม่ทำ” “ไม่สู้” “ขี้เกียจ”และ “ยอมแพ้” เลิกหาข้ออ้างให้กับตัวเองเถอะครับ วันนี้ถึงตาคุณแล้วที่จะสู้ไปกับความเชื่อและไอเดียของคุณ แล้วเวลากับใจของคุณจะเป็นตัวพิสูจน์เรื่องนี้เอง