10 สุดยอดมหาวิทยาลัย USA ด้าน Blockchain Technology

มหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลกต่างมุ่งลงทุนพัฒนาหลักสูตรด้าน Blockchain Technology ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดย Coindesk จะเป็นมหาวิทยาลัยอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

เข้ายากเกิน ? ค่าเรียนแพง? ไม่ถนัดอังกฤษ ? ทาง Bitkub Academy เปิดให้ศึกษาเบื้องต้นผ่าน Youtube คลิก subscribe ได้ที่ >> https://www.youtube.com/c/bitkubofficial

1. Stanford

อันดับแรกเป็นของ Stanford University ซึ่งมีคอร์ส “Digital Currency and Cybercrime” ที่ให้นักศึกษาจากคณะกฎหมาย ธุรกิจ และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของสแตนฟอร์ดได้ร่วมกันศึกษาคอร์สนี้

ผู้นำในอุตสาหกรรม cryptocurrency เช่น นาย Balaji Srinivasan อดีต CEO ของ Earn.com และ CTO ปัจจุบันของ Coinbase ได้ร่วมสอนหลักสูตรเกี่ยวกับ Bitcoin ในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ Stanford ยังได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชน เช่น Ethereum Foundation และหน่วยงานอื่นๆ ได้ให้การสนับสนุน Stanford Center for Blockchain Research ซึ่งเป็นโครงการห้าปีที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน

2. University of California, Berkeley

อันดับสองเป็นของ University of California, Berkley ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะเป็นมหาลัยรัฐแต่ยังสามารถอยู่ในระดับแนวหน้าของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ได้ โดยไม่เรียกเก็บค่าเล่าเรียนที่สูงเหมือนกับมหาลัยเอกชน ทั้งนี้ UC Berkeley เด่นในด้านวิศวกรรมศาสตร์ และ มีหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ระดับสูงมากมายที่ให้นักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้

อย่างไรก็ตาม มหาลัยเสนอหลักสูตรที่มีชื่อว่า “Blockchain, Cryptoeconomics, and the Future of Technology, Business and Law” หลักสูตรนี้จะดึงวิทยากรจากภาคธุรกิจคริปโต คณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และคณะนิติศาสตร์ มาร่วมสอนด้วย

3. New York University

อันดับสามเป็นของ New York University (NYU) หนึ่งในมหาลัยแห่งแรกที่เสนอหลักสูตรที่เกี่ยวกับบล็อกเชน ตั้งแต่ปี 2014 อาจารย์ David Yermack และ Geoffrey Miller ได้เสนอหลักสูตร “Digital Currency, Blockchains and the Future of Financial Services” ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ “บทบาทใหม่ของสกุลเงินดิจิทัลและ blockchains ในด้านการเงิน การธนาคาร และเศรษฐกิจที่แท้จริง”

NYU ยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่สนับสนุนงาน Bitcoin Hackathon ในปี 2014 ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Leslie Entrepreneurs Lab และบริษัท Chain and Blockchain

4. Massachusetts Institute of Technology

อันดับสี่เป็นของ Massachusetts Institute of Technology (MIT) หลักศูตรของ MIT เหมาะสำหรับนักศึกษาที่สนใจในด้านพื้นฐานทางเทคนิคของคริปโตเคอเรนซี่และเทคโนโลยีบล็อกเชน ด้วยหลักสูตรเช่น “Cryptocurrency Engineering and Design” สอนโดย นาย Tadge Dryja ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Lightning Network และอดีต CTO ของ Lightning Labs และ Neha Narula ผู้อำนวยการโครงการ Digital Currency Initiative (DCI) ของ MIT ทั้งนี้ นักเรียนจะได้รับการอบรบและสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ในอุตสหกรรมบล็อกเชนอยู่ตลอดเวลา

5. Cornell University

อันดับห้าเป็นของ Cornell University ที่นำหลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำบางส่วนมาผสมกับคอร์ส “Blockchains, Cryptocurrencies and Smart Contracts” ซึ่งสอนโดย นาย Ari Juels และ Rafael Pass และอีกคอร์ส “Distributed Consensus and Blockchains” สอนโดย อาจารย์ E. Shi

6. Georgetown University

อันดับหกเป็นของ Georgetown University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในด้านวิทยาศาสตร์และธุรกิจ มากกว่าความสามารถด้านวิศวกรรมศาสตร์ Georgetown University เน้นสอนด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี โดยการใช้ประโยชน์จากคอนเนคชั่นกับหน่วยงานกำหนดนโยบายในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

หลักสูตร blockchain ส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับคณะนิติศาสตร์ยของมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนสามารถลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรเช่น “Cryptocurrencies, Initial Coin Offerings and the Law Seminar.” นาย Chris Brummer ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสองครั้งเพื่อทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ จะมาร่วมสอนคอร์สนี้ด้วย

7. Harvard University

อันดับเจ็ดเป็นของ Harvard University มีคอร์สทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เช่น “Introduction to Blockchain and Bitcoin” ที่สอนโดย นาย Julian Avila รวมถึงหลักสูตรธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Blockchain เรียกว่า “Entrepreneurship and Innovation” ซึ่งสอนโดย นาย James C. Fitchett

8. Duke University

อันดับแปดเป็นของ Duke University หลักศูตร Blockchain ของมหาวิทยาลัยนี้ได้เกิดขึ้นจากความพยายามของศาสตราจารย์ Dr. Campbell Harvey ในปี 2014 เขาได้เปิดตัวคอร์สที่ชื่อว่า “Innovation and Cryptoventures” และคาดว่า ในปี 2018 มากกว่าครึ่งของนักศึกษาในคณะธุรกิจได้ลงเรียนคอร์สนี้ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา

9. Carnegie Mellon University

อันดับเก้าเป็นของ Cargenie Mellon University มีคอร์สเกี่ยวกับบล็อกเชนที่ได้รับความสนใจจากนักษาเป็นอย่างมาก เช่น “Cryptocurrencies, Blockchains and Applications” สอนโดย Nicolas Christin และ Kyle Soska คอร์สนี้จะครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี กฎหมาย และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน

10. University of Pennsylvania

อันดับสิบเป็นของ University of Pennsylvania (UPenn) ถึงแม้ยังไม่มีคอร์สบล็อกเชนที่มากมายเท่ากับมหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่ UPenn ยังมี Blockchain Club ที่เป็นชุมชนให้กับนักศึกษาที่สนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน และมีนาย Kevin Werbach ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านการศึกษากฎหมาย ได้ช่วยส่งเสริมการเติบโตของบล็อกเชนในมหาวิทยาลัยอีกด้วย