สัมภาษณ์ประสบการณ์ การทำงานกับ ดร.ปุ๋ม รตา Data science at Dataiku ในธีม Context & Personalize Marketing

Tonmint
Tonmint
Jul 7 · 6 min read

คอร์สเรียนบอทน้อย Data Science Essential#3
EP.6 Context & Personalize Marketing

กลับมาพบกับคอร์สเรียนบอทน้อย Data Science Essential#3 Episode ที่ 6 กันแล้วนะคะ วันนี้ดร.วินน์มีแขกรับเชิญสุดพิเศษ ซึ่งก็คือ ดร.ปุ๋ม Rata Jacquemart Data science at Dataiku บทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ดร.ปุ๋ม จะมาเล่าประสบการณ์ในการทำงานเป็น Data Scientists และประสบการณ์การทำงานมากมายจากเหล่า บริษัทยักษ์ใหญ่!

ก่อนจะเริ่มฟังประสบการณ์จากดร.ปุ๋ม เรามาลองทำความรู้จักคำว่า Context & Personalize Marketing กันก่อนไหมคะ ว่าคำนี้หมายความว่าอย่างไร?

ที่มา: https://www.agilecrm.com/blog/wp-content/uploads/2016/10/contextual-marketing.png

What is Contextual Marketing

Contextual Marketing คือ การศึกษาข้อมูลหรือบริบทรอบตัวของผู้คน เพื่อนำมาวางแผนสร้างสรรค์แคมเปญทางการตลาด ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับคนๆนั้นในรูปแบบต่างๆ และสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าเพื่อให้เกิดผลบางอย่าง ซึ่งนั่นก็คือ การเสนอสินค้าหรือบริการและก็แน่นอนครับว่าลูกค้านั้นจะต้องมีความสนใจเป็นพื้นเดิมอยู่แล้วนั่นเอง โดยการจะส่งคอนเทนต์ต่างๆไปยังลูกค้านั้นคุณก็จำเป็นต้องเข้าใจ Buyer Persona

ที่มา: https://www.popticles.com/wp-content/uploads/2021/02/Contextual-Marketing-03.jpg

What is Personalized Marketing

เป็นแนวคิดและวิธีการนำเสนอสินค้าและบริการผ่านคอนเทนต์ ช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ และราคาที่ตรงใจผู้บริโภค ให้มากที่สุด แบบเฉพาะเจาะจงลูกค้ารายบุคคลตามความต้องการ โดยพิจารณาและวิเคราะห์จากพฤติกรรมของ ผู้บริโภคเป็นหลักสำคัญ

ที่มา: https://stepstraining.co/wp-content/uploads/2021/03/personalized-marketing1-01.jpg

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

หลังจากทำความเข้าใจ Context & Personalize Marketing กันไปแล้ว มาเริ่มเปิดประสบการณ์ไปพร้อมกันเลยค่ะ (บทสัมภาษณ์ดร.ปุ๋ม โดย ดร.วินน์)

ดร.วินน์ : ให้คุณปุ๋ม แนะนำตัวหน่อยครับ

ดร.ปุ๋ม : สวัสดีค่ะ ชื่อปุ๋มนะคะ Rata Jacquemart เป็น data scientist มาตั้งแต่ปี 2016 อยู่ที่ DTAC ทำโปรเจค conceptual marketing ด้วยกัน ก่อนหน้านั้นเป็นนักวิจัยด้านคณิตศาสตร์ กับ robotis มาก่อน ทำงานทั้งที่ไทยและฝรั่งเศส เรียนปริญญาตรีเอกฟิสิกส์ ที่ Université Paul Sabatier Toulouse III เรียนปริญญาโท เอกวิศวะการบิน ที่ ISAE-SUPAERO และปริญญาเอก เรียนวิศวะไฟฟ้า ที่ CentraleSupélec ที่ประเทศฝรั่งเศส คณะที่เรียนเน้นด้าน robotis จบแล้วไปทำงานอยู่ที่ GISTDA ( Geo-Informatics and Space Technology Development Agency) ตอนนั้นไปใช้ทุนคืน ทำวิจัยเกี่ยวกับการใช้ remote sensing data เช่น satellite data ไป apply กับพวกเกษตร แล้วก็พยากรณ์อากาศ พอมาเป็น Data Scientists ตอนนั้นที่บริษัท DTAC เขาหาคนที่จบปริญญาเอก เอกด้านComputer Science เพราะตอนนั้นยังไม่ค่อยมีคนเรียนData science เลยตกใจที่แบบมีคนหาปริญญาเอกด้านนี้ด้วยที่เมืองไทย เลยไปสัทภาษณ์ดู แล้วตัดสินใจออกจากงานมาอยู่ที่บริษัท DTAC

ดร.วินน์ : หลักจากออก DTAC คุณปุ๋มก็ได้งานที่ BCG ที่ฝรั่งเศส ใช่มั้ยครับ?

ดร.ปุ๋ม : ที่จริงไปทำที่บริษัทอื่นก่อน บริษัทชื่อ Fifty-Five เป็น spin off ของ Google objective ของบริษัทคือ ช่วยลูกค้า industry optimize website ของเขา ปุ๋มทำงานเน้นด้าน E-commerce ทำให้ E-commerce ได้เงินเพิ่มขึ้นยังไง ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าที่เขาชอบได้เร็วขึ้น ซื้อของมากขึ้น หรือ predict analysis customers profile ไม่ใช่แค่ E-commerce แต่อาจจะเป็น hotel, Actual range ทำให้ทุก industry แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่บริษัท BCG

ดร.วินน์ : BCG เป็นบริษัทที่ใหญ่มาก

ดร.ปุ๋ม : ใช่ ใหญ่มาก เป็น top 3 แล้วเป็น big 3 of management of consulting ตั้งอยู่ที่ปารีส คือ headquarter ของ data scientist อยู่ที่ปารีส ทำงานอยู่ที่นี่ 3 ปี ส่วนใหญ่ก็เน้นเรื่อง retail FMCG ทุกอย่างที่เราเห็นในซุปเปอร์มเก็ต ปัจจุบันตอนนี้ทำงานอยู่ที่บริษัท Dataiku เป็นบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเป็นผู้นำด้าน Data Science บริษัท Dataiku ทำเกี่ยวกับ ซอฟแวร์ Data Science ให้ทุกคนเข้าถึง Data Science ได้ง่าย

ที่มา: https://cdn.phenompeople.com/

ดร.วินน์ : คุณปุ๋มจบสาธิตเกษตร ตอน ม.6 แล้วไปเรียนที่ฝรั่งเศสได้ยังไงครับ?

ดร.ปุ๋ม : ตอนนั้นรัฐบาลซื้อดาวเทียมมาจากประเทศฝรั่งเศส แล้วฝรั่งเศสเขาให้ทุนไปเรียนปริญญาตรีต่อที่ประเทศฝรั่งเศส 5 คน

ดร.วินน์ : แล้วพอทุกคนเรียนจบปริญญาตรี ก็กลับมาทำงานใช้ทุนใช่มั้ยครับ?

ดร.ปุ๋ม : ที่จริงทางประเทศไทยเขาไม่ได้กำหนดว่าเรียนจบปริญญาตรีแล้วจะต้องกลับมาใช้ทุนคืนให้เลย เขาให้นักศึกษาเลือกเอง อย่างเช่นคนที่จบปริญญาตรี กลับมาก็จะได้ทำงานด้าน operations คนจบปริญญาโทก็จะได้ทำ operations เพิ่ม innovation เข้าไป ส่วนของปุ๋มจบปริญญาเอกมาก็จะได้ทำงานสายนักวิจัย พอปุ๋มจบมาก็เลยกลับมาทำงานที่ GISTDA

ดร.วินน์ : ใช้เวลาเรียนจบ 5 ปีหรอครับ?

ดร.ปุ๋ม : ไม่ใช่ค่ะ ปริญญาตรีเรียนจบ 3 ปี ที่ฝรั่งเศสเรียนน้อยกว่าที่ไทย ที่นี่เขาเรียนเร็วกว่าบ้านเรา

ดร.วินน์ : เรียนจบ 3 ปี คุณปุ๋มมาทำงานที่ GISTDA แล้วเขาให้ทุนไปต่อปริญญาโทใช่มั้ยครับ?

ดร.ปุ๋ม : เปล่าค่ะ ทุนปริญญาตรีเป็นของ Thai Aerospace Agency แต่ทุนเรียนต่อปริญญาโท ที่ฝรั่งเศสเป็นคนให้ ส่วนทุนต่อปริญญาเอก เขาให้เรียนฟรีอยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทกับเอก แล้วที่ประเทศไทยเขาก็รอได้จนกว่าเราจะเรียนจบแล้วค่อยกลับไปใช้ทุน

ที่มา: https://gistda.or.th/main/sites/default/files/content_file/chuuengkhkrphaasaaaithy.jpg

ดร.วินน์ : โอเคครับ ที่ประเทศไทยเขารอคุณปุ๋มเรียนจบมาก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้ทุน แล้วต้องใช้ทุนทั้งหมดกี่ปีครับ?

ดร.ปุ๋ม : ทั้งหมด 4 ปีค่ะ แต่ปุ๋มใช้คืนไปแค่ 1 ปีครึ่ง แล้วก็ออกมาทำที่ DTAC เพราะว่าอยากเปลี่ยนมาทำงานด้าน data scientist มากกว่า

ดร.วินน์ : แล้วที่บอกว่าเรียนจบเอกมาด้าน robotis เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้างครับ?

ดร.ปุ๋ม : เรียนเกี่ยวกับ control engineering แต่ปริญญาเอก เรียนไปถึงด้าน state estimation สมมติ เรามีรถยนต์ไร้คนขับ ปุ๋มต้องคอย estimate การเคลื่อนไหวทุกอย่างรอบตัวรถยนต์ เราต้อง predict การเคลื่อนไหวของเขา ต้องเขียนสมการออกมาให้ได้

What is control engineering?

ทำหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบควบคุมหรือเครื่องจักรภายในโรงงาน โดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับ Process Control, Instrument, PLC, Program SCADA, Network และ Database ต่างๆ

ที่มา: https://process-technology-online.com/wp-content/uploads/2/3/2396831.jpg

ดร.วินน์ : แล้วได้เรียน machine learning ด้วยไหมครับ?

ดร.ปุ๋ม : ไม่ได้เรียนเลยค่ะ มาเรียนรู้ด้วยตัวเองตอนที่ทำงานอยู่

ดร.วินน์ : ตอนที่ทำงานที่ไหน GISTDA หรือว่า DTAC ?

ดร.ปุ๋ม : ตอนที่ทำงานอยู่ที่ Fifty-Five เพราะว่าตอนที่ทำงานอยู่ที่ DTAC ไม่ได้ทำ data scientist เยอะมาก เลยยังไม่ต้องใช้ machine learning

ดร.วินน์ : ตอนที่อยู่ที่ DTAC ทำงานด้านไหนบ้างครับ?

ดร.ปุ๋ม : ทำพวก Big Data Analysis จะเป็นในด้าน Virtualization ปุ๋มเป็นคนที่ไม่กลัวที่จะเปลี่ยนสาย อย่างเช่น ปริญญาตรีเรียนฟิสิกส์ แล้วปุ๋มก็ไม่กลัวที่ปริญญาโทจะต้องเปลี่ยนมาเรียนวิศวะการบิน เคยฝันอยากเป็นนักฟิสิกส์มาตลอดเลย แต่พอไปเรียนจริงๆ ปุ๋มรู้สึกว่ามันช้า มีเพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่ามีอาจารย์คนนึงได้ไปทำโปรเจคที่ CERN ทำไป 15 ปี ถึงพึ่งรู้ว่ามัน fail ซึ่งปุ๋มทำไม่ได้ค่ะ ปุ๋มอยากทำอะไรที่มัน
mutual impact มากกว่านั้น ตอนที่ต่อปริญญาโท เลือกได้แค่ วิศวะการบิน เพราะว่าปุ๋มได้ทุนที่ Thai Aerospace Agency เขาให้เรียนได้แค่วิศวะสายนี้ แต่พอได้ลองเรียนการบิน มีความรู้สึกว่าไม่ชอบ รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเรา อยากทำอะไรที่มัน cover หลาย industries มากกว่านั้น ก็เลยไปเลือก sector ที่เป็น apply mathematic แล้วปริญญาเอกก็เรียน Electrical Engineering ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หรือการทำงาน อย่ากลัวที่จะได้เปลี่ยนสายบ่อย

ที่มา: https://cdn3.vectorstock.com/

ดร.วินน์ : ทุกครั้งที่เปลี่ยน จะต้องใช้สกิลใหม่ เป็นเรื่องใหม่ๆ พอไปอยู่ที่ Fifty-Five ก็เป็นเรื่อง Data Science เรื่องของ machine learning แล้วต้องไปอยู่ที่ BCG ต้องไป consult ไม่ใช่แค่ technical แต่เป็นเรื่องของ personality การวางตัว การทำพรีเซ้น คุณปุ๋มมีเทคนิคหรือ inspiration อะไรเวลาที่เปลี่ยนสายงาน แล้วต้องเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ?

ดร.ปุ๋ม : ถ้าเรามุ่งหมั่น เราก็ทำได้ แต่เราต้องมุ่งหมั่นให้ฉลาดด้วย เทคนิคของปุ๋มคืออะไร เทคนิคที่ดีที่สุดเลย

  1. คือ หาบอสที่เก่ง เพราะว่าสมมติเราจะเปลี่ยนสาย เราจะยังไม่ได้มีตำแหน่งที่เลือกได้เยอะ การที่เรามีบอสที่เก่ง ที่ฉลาดและพาเราไปอยู่ใน direction ที่ถูก เขาจะ amplify force ที่เราใส่เข้าไป เข้าหาคนที่เก่ง และมีประสบการณ์เพื่อให้เขาช่วยสอนในสิ่งที่เราไม่รู้
  2. เราจะต้องโฟกัสว่าเราควรจะเรียนอะไร มันเป็นหลัก essentialist จะช่วยให้เราโฟกัสแต่สิ่งที่สำคัญ ตัวอย่างสิ่งที่สำคัญสำหรับ data scientist สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ communication คือคุณต้องแน่ใจว่าสิ่งที่คุณทำมันถูกเอาไปใช้ด้วยกลุ่มที่จะไปขยาย มันมีอิมแพคที่เพิ่มขึ้น

What is essentialist?

สารัตถนิยม (Essentialism) มาจากภาษาละตินว่า Essentia หมายถึง สาระ หรือ เนื้อหาที่เป็นหลัก เป็นแก่น เป็นสิ่งสำคัญปรัชญาสารัตถนิยม ในทางการศึกษา คือ ปรัชญาที่ยึดเนื้อหา (Subject Matter) เป็นหลักสำคัญของการศึกษา และเนื้อหาที่สำคัญนั้นก็ต้องเน้นเนื้อหาที่ได้มาจากมรดกทางวัฒนธรรม ที่ควรได้รับการถ่ายทอดต่อไป

ที่มา: https://www.affde.com/uploads/article/3609/by1hPxDdBBRu5t6r.png

ดร.วินน์ : ใช่ สำหรับการทำงาน communication เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย marketing หรือ ฝ่ายไหนก็ตาม เราต้องอธิบายให้ได้ว่าเราอยากจะสื่อสารอะไรให้เข้าใจ คีย์หลักที่ทำให้คุณปุ๋มประสบความสำเร็จ คือคุณปุ๋มเข้าหาคนเก่ง เข้าไปคุยกับเขา วันแรกที่ผมเข้าไปทำงานที่เทเลนอร์ แล้วผมได้เจอปุ๋ม ที่ทีม customer insight มีคุณปุ๋มที่เข้ามาทักทายคุยกับผมแบบอัธยาศัยดีมาก เราได้คุยกันเรื่องงานและประสบการณ์ต่างๆ ผมไม่ค่อยเจอคนไทยที่เป็นแบบนี้ ที่เข้าหาหัวหน้างาน เขามาพูดคุยเรื่องประสบการณ์ต่างๆ กลับมาที่หัวข้อหลัก ที่ BCG ทำไมถึงเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ บริษัทนี้เขามีการคัดเลือกคนกันยังไงบ้างครับ?

ที่มา: https://ewm.swiss/application/files/

ดร.ปุ๋ม : BCG grammar เป็น BCG data science จะแยกกับ classical consulting แต่ process จะใกล้เคียงกัน เขาคัดคนจากการดู 2 factors

  1. ดูจากประวัติการทำงานและประสบการณ์
  2. การสัมภาษณ์ ถ้าประวัติการทำงานไม่มากพอ ก็จะไม่ผ่านเกณฑ์การสัมภาษณ์

*แนะนำ เวลาเขียน CV ต้องใส่ impact ที่วัดได้เป็นตัวเลข แล้วก็สั้นได้ใจความ ไม่ควรมากกว่า 2 แผ่น สัมภาษณ์มีทั้งหมด 7 รอบ*

รอบแรก เขามีงานให้ทำ 1 สัปดาห์ ใช้ไพทอนในการทำ เกี่ยวกับ data science business เขาจะวัดทักษะด้าน data science business ของเรา ทางบริษัทจะมี use case มาให้เราคิดเรื่อยๆ

ดร.วินน์ : ก็คือรอบแรก คุยงานกันแล้วผู้สัมภาษณ์ให้ homework มาทำ แล้วก็ส่งงานกันทางออนไลน์ รอบสอง คุย discuss เรื่องงาน homework รอบสาม คือเป็นทีม technical มาสัมภาษณ์หรอครับ?

ดร.ปุ๋ม : รอบสามเป็น business ก่อนค่ะ
รอบที่ 4 -7 คือวันเดียวกัน รอบละชั่วโมง จะถามว่าจะใช้ feature อะไร จะวัดผลยังไง เน้นเรื่อง business

ที่มา: https://omc5825sv9k3qyi3q2ord7gk-wpengine.netdna-ssl.com/

ดร.วินน์ : ตอนทำงานอยู่ที่ BCG ทำอะไรบ้าง งานหนักมากไหมครับ หลายๆคนคิดว่าทำงานที่ฝรั่งเศสอาจจะไม่หนักมาก?

ดร.ปุ๋ม : งานหนักมากค่ะ มันต้องเลือกว่าคุณอยากจะทำงานได้หลายชิ้นใน 1 ปี หรืออยากจะทำงานแบบ work life balance

ดร.วินน์ : คือมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา ถ้าเราได้ทำโปรเจคเยอะๆ เราก็จะมีผลงานไปเล่าตอนสัมภาษณ์ สมัครงานใหม่

ดร.ปุ๋ม : ใช่ค่ะ อย่างตัวปุ๋มทำงานมา 3 ปี แต่ประสบการณ์เหมือนทำงานมา 6 ปี เพราะว่าได้ทำโปรเจคเยอะมาก

ที่มา: https://iitu.edu.kz/media/images/shutterstock_706715482.original.format-jpeg.jpg

ดร.วินน์ : ทำงานวันละกี่ชั่วโมงครับ?

ดร.ปุ๋ม : โดยเฉลี่ยแล้ว 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืนค่ะ

ดร.วินน์ : ที่ฝรั่งเศสเขามีกฎเรื่องทำงาน over time ไม่ใช่หรอครับ?

ดร.ปุ๋ม : คือ consult เขาจะมีอีกกฎนึงอะค่ะ (หัวเราะ)

ดร.วินน์ : หรอครับ ผมพึ่งรู้ (หัวเราะ) แล้วได้เงินค่า over time ไหมครับ?

ดร.ปุ๋ม : ไม่มีค่ะ แต่ว่าเงินเดือนสูงมากอยู่แล้ว ก็เลยได้ฐานเงินเดือนสูงที่ขึ้น

ดร.วินน์ : ก่อนที่จะไป Dataiku ได้เรียนรู้อะไรมาจากที่ BCG บ้างครับ?

ดร.ปุ๋ม : ข้อคิดที่ 1 เวลาที่จะคุยอะไรกับใคร บอกเขาเลยว่า 3 อย่างที่จะบอกเขาคืออะไร คือคุณจะต้อง map ให้เขาเห็นภาพก่อนว่ามีเรื่องที่จะคุยมีเรื่องอะไรบ้าง แล้วค่อยลงรายละเอียด บอกสรุปก่อนแล้วค่อยบอกรายละเอียด

ข้อคิดที่ 2 คือ priority จัดลำดับความสำคัญ

ที่มา: https://reputationtoday.in/wp-content/uploads/2020/07/onleadership_art_forweb_zxv7ya.jpg

ดร.วินน์ : แล้วทำไมคุณปุ๋มถึงออกจาก BCG แล้วมาเข้าที่บริษัท Dataiku ครับ?

ดร.ปุ๋ม : เพราะว่าหา work life balance ที่ดีขึ้น แล้วด้าน data science ที่ฝรั่งเศส บริษัท Dataiku มีชื่อเสียงมาก ตอนนี้ทำงานตำแหน่ง project leader

ดร.วินน์ : ทำงานที่บริษัทนี้มานานแค่ไหนแล้วครับ?

คุณปุ๋ม : 4 เดือนเองค่ะ

ดร.วินน์ : ทำงานด้านไหน เกี่ยวกับอะไรบ้างครับ?

คุณปุ๋ม : อยู่ทีม AI consulting เป็นส่วนนึงของ data science team เป็น marketing ให้ data science team

ที่มา: https://thuonggiatoancau.com/

ดร.วินน์ : แล้วรู้สึก โอเคขึ้นมั้ยครับ ที่ได้เปลี่ยนงาน?

คุณปุ๋ม : รู้สึกโอเคมากเลยค่ะ คือที่บริษัท Dataiku ตำแหน่งที่ทำอยู่ ไม่ต้อง coding เยอะมากเท่าไหร่

ดร.วินน์ : อะไรที่ทำให้ Dataiku โดดเด่น อะไรที่มำให้เป็น star up of the world ?

คุณปุ๋ม : 1. product เขาดี คุณไม่ต้องเป็น computer software, software engineer, data scientist คุณก็สามารถสร้างโมเดลได้

2. Culture caring เขาใส่ใจพนักงานทุกคนในบริษัท

ดร.วินน์ : แล้ว work life balance เป็นยังไงบ้างครับ?

คุณปุ๋ม : ก็ดีขึ้นค่ะ เวลางานปกติ 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็นค่ะ

ดร.วินน์ : คุณปุ๋มคิดยังไงกับ Contextual Marketing

ดร.ปุ๋ม : คิดว่า Contextual Marketing มันไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เพราะที่ไทยคนยังรู้จักกันน้อยอยู่

ที่มา: https://zipimg.azureedge.net/blog/2020/04/2020-04-02_06-27-03_200402-01.jpg

จบกันไปแล้วนะคะสำหรับบทสัมภาษณ์จาก ดร.ปุ๋ม จากคอร์สเรียน Data Science Essential ของ BOTNOI หวังว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์การทำงานและแนวคิดดีๆจากบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนอย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงและเปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้าในชีวิต ก้าวเล็กๆของคุณในวันนี้จะเป็นก้าวใหญ่ๆสุู่ความสำเร็จในอนาคต นำแนวคิดจากดร.ปุ๋มมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานกันนะคะ สำหรับใครที่สนใจเรียน Data Science Essential รุ่นที่ 4!! ของ BOTNOI join group ได้ที่ -> FB Page Botnoi AI & Data science classroom หรือจิ้มที่ลิงค์เลยhttps://www.facebook.com/groups/2421985951170978/

Botnoi AI & Data science classroom | Facebook

botnoi-classroom

This publication consists of articles related to Data…

botnoi-classroom

This publication consists of articles related to Data science and AI written from Botnoi’s data scientists and students.

Tonmint

Written by

Tonmint

Junior ITD, KMUTNB

botnoi-classroom

This publication consists of articles related to Data science and AI written from Botnoi’s data scientists and students.