คำสัญญาจาก AMARIN

เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วทางบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMARIN มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น วาระที่สำคัญถึงกับต้องเรียกประชุมวิสามัญก็คือ การขออนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 420 ล้านบาท (ปัดเป็นเลขกลม ๆ) เป็น 1,260 ล้านบาท (ปัดเป็นเลขกลม ๆ) โดยการออกหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 4.25 บาท
ผู้บริหารบริษัทให้เหตุผลว่า เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนครั้งนี้จะเอาไปใช้ลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์และสตูดิโอ ค่าใบอนุญาตดิจิทัลทีวี ค่าบริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล รวมถึงจ่ายคืนเงินกู้สถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ตามรายละเอียด ดังนี้
- ชำระคืนเงินกู้ยืม 1,400 ล้านบาท
- ธุรกิจสิ่งพิมพ์ / Media Commerce 400 ล้านบาท
- ธุรกิจทีวี 500 ล้านบาท
- รองรับภาระผูกพันในอนาคต 1,050 ล้านบาท
- เงินทุนหมุนเวียน 220 ล้านบาท
ยอดเงินที่ว่ามานี้คือกรณีที่ผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนหมดทั้ง 100% แต่หากใช้สิทธิ์ไม่ครบการจัดสรรเงินในแต่ละรายการก็จะลดลง
กรรมการบริษัทที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มไทยเบฟ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนก่อนหน้านี้ให้คำมั่นใจในระหว่างการประชุมว่า ผลการดำเนินงานของธุรกิจทีวีดิจิทัล (ที่เป็นตัวดึงผลการดำเนินงานมาตลอดสามปีที่ผ่านมา) ในปีนี้จะดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจทีวีปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเท่าตัว ทำให้ผลการดำเนินงานรวมของ AMARIN ในปีนี้จะขาดทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท ฟังดูเหมือนเยอะ แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ขาดทุนไป 628 ล้านบาทแล้วต้องถือว่าดีขึ้นอย่างมาก
ทีแรกผมกะว่าจะทิ้งท้ายไว้ว่า ก็คงต้องรอดูกันว่าคำสัญญานี้จะเป็นจริงหรือไม่
แต่ปรากฎว่าระหว่างที่เขียนอยู่ทางอมรินทร์ฯ ก็ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาสสองออกมาพอดี โดยงบการเงินรวมของบริษัทงวดไตรมาสสองปีนี้ ขาดทุนสุทธิ 72 ล้านบาท ดีกว่าปีที่แล้วที่ขาดทุนไป 171 ล้านบาท ในขณะที่งวดหกเดือนแรกปีนี้มียอดขาดทุนสุทธิ 171 ล้านบาท ลดลงครึ่งนึงจากปีที่แล้วที่ขาดทุน 343 ล้านบาท
ถ้าดูจากงบที่ออกมาเทียบกับคำสัญญาที่กรรมการพูดไว้ในวันประชุมผู้ถือหุ้น เท่ากับว่าหกเดือนแรกนี่อมรินทร์ฯ ทำได้ตามที่กรรมการสัญญาเอาไว้ ยังเหลืออีกสองไตรมาสที่ต้องดูว่าจะ “เอาอยู่” หรือไม่

